
คิดก่อนพูด อย่าพูดก่อนคิด
ทุกสังคมน้อยใหญ่ นับตั้งแต่สังคมภายในครอบครัว องค์กรศาสนา องค์กรทางราชการทุกหมู่เหล่า และองค์กรธุรกิจเอกชนทั้งหลาย ทั้งไทยและต่างชาติ ต่างศาสนา ต่างมีระเบียบวินัยในทำนองนี้ เพื่อป้องกันความเสื่อมเสียส่วนรวม เหมือนกันทั้งนั้น
เพราะเหตุนั้น สาธุชนทุกท่าน ก่อนแสดงออกซึ่งกิริยามารยาท วาจาหรือถ้อยคำ และเจตนาความคิดอ่านทั้งหลายต่อสาธารณชน แม้จะอ้างว่า หวังดีต่อสังคม ก็พึงมีสติสัมปชัญญะ หยุดคิด หยุดไตร่ตรอง พิจารณาผลได้ผลเสียต่อสังคมโดยส่วนรวมก่อนว่า
กิริยามารยาท วาจา หรือ ถ้อยคำ และ เจตนาความคิดอ่าน ที่จะแสดงออกไป หรือขณะที่กำลังแสดงออกอยู่นั้น และแม้ที่ได้แสดงออกไปแล้วว่า เป็นอาการกิริยา วาจา หรือถ้อยคำที่จริง ที่แท้ หรือว่าไม่จริง ไม่แท้ ที่ก่อให้เกิดคุณประโยชน์ หรือว่าเป็นโทษแก่สังคม และ/หรือองค์กรนั้นๆ และการแสดงออกนั้น เป็นการแสดงออกด้วยเจตนาความคิดอ่านที่ดี ที่บริสุทธิ์ ที่ยุติธรรม ที่ถูกต้อง ตามทำนองคลองธรรม และระเบียบวินัยของสังคม และขนบธรรมเนียมที่ดีของไทยพุทธเราหรือไม่
หากคิดได้ก่อนคิด-พูด-ทำ ก็ควรงดเว้นเสีย หากพลั้งเผลอผิดไป ในขณะคิด-พูด-ทำอยู่ ก็จงมีสติยับยั้งชั่งใจ กลับตัวกลับใจเสีย แม้ได้คิดผิด พูดผิด ทำผิดไปแล้ว ก็ยังไม่สายที่จะกลับตัว กลับใจมาประพฤติปฏิบัติให้ดี ให้เกิดประโยชน์แก่สังคมโดยส่วนรวม อีกได้
เพราะเหตุนั้น ญาติโยมสาธุชนทั้งหลาย เมื่อท่านได้ยินได้ฟังข่าวสาร การวิพากษ์วิจารณ์ต่างๆ ก็จงตั้งสติสัมปชัญญะ พิจารณาข่าว หรือการวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับศาสนบุคคล และศาสนธรรม ให้ดีว่า ผู้พูดผู้แสดงออก ทางกาย คือ กิริยามารยาท ทางวาจา คือ คำพูดหรือถ้อยคำต่างๆ และ ทางใจ คือเจตนาความคิดอ่าน ที่เขาแสดงออกมานั้น ว่าน่าเชื่อถือ น่าเลื่อมใสศรัทธา ว่าถูกต้องตามทำนองคลองธรรม ถูกต้องตามกฎหมายบ้านเมือง และขนบธรรมเนียมประเพณีอันดีของไทยเราแค่ไหน เพียงไร
ก่อนที่จะใช้ข้อมูลนั้นประกอบการพิจารณาตัดสินใจ ประพฤติปฏิบัติตนไปในแนวทางที่ให้เกิดความเจริญ และสันติสุขในชีวิต จะได้ไม่เสียประโยชน์ ไม่เสียทีที่ได้เกิดมาพบพระพุทธศาสนา
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง จะได้ไม่เสียความรู้สึกที่ดีต่อพระรัตนตรัย อันเป็นที่พึ่งประเสริฐสูงสุดของตนเอง เพราะหลงตามกระแสที่ผิดๆ ไปอย่างน่าเสียดาย
"พระราชญาณวิสิฐ (หลวงป๋า)"



