ไลฟ์สไตล์

แวะเวียนดู“แวนคูเวอร์”

แวะเวียนดู“แวนคูเวอร์”

19 ก.ย. 2552

ผละจากเมืองน่าอยู่อันดับ 100 อย่าง”บางกอก” ไปหาเมืองน่าอยู่อันดับ 1 ของโลกอย่าง “แวนคูเวอร์”แห่งคานาดา เหมือนคนที่ต้องขี่ซาเล้งทุกวัน จู่ๆจะให้ไปเปลี่ยนขับเฟอร์รารี่ ไอ้เรื่องตื่นเต้นย่อมผุดพรายขึ้นเป็นปกติ มากกว่าความตื่นเต้น คือความอยากเห็นเมืองน่าอ

 โดยจริตส่วนตัวฉันเป็นพวกไม่โปรดเมืองดูดีมีชาติตระกูลพวกนี้เท่าไหร่ พูดง่ายๆ คือไม่ใช่เมืองในสเปก อย่างเรามันต้องแบกเป้ไปคลุกดินกินฝุ่น  มีเรื่องไม่ปลอดภัยมาให้คอยลุ้นๆ เสียวๆ

 แต่ก็ใช่ว่าชีวิตนี้ จะไม่นึกอยากบุกไปดมอากาศในเมืองน่าอยู่ที่สุดในโลกเสียเมื่อไหร่  พอฤกษ์งามยามเที่ยวโผล่มาปรากฏ ก็เหาะเหินเดินอากาศด้วยไชน่า แอร์ไลน์ (โทร. 0-2250-9888 หรือคลิก www.china-airlines.com) ที่มีเที่ยวบินไปแวนคูเวอร์ไปกลับทุกวัน ใช้เวลาบินประมาณ 14 ชั่วโมงก็ได้ไปยืดอกพ่นหายใจในนครที่ติดอันดับความน่าอยู่ไปทุกโผ 

 ดัชนีวัดความน่าอยู่ของ ”นิตยสารเดอะ อีโคโนมิสต์" นั้น เขาวัดจากด้านสาธารณสุข ความมั่นคง ขนบธรรมเนียมและวัฒนธรรม สภาพแวดล้อม ไปจนถึงเรื่องระบบการศึกษาและโครงสร้างพื้นฐาน ปรากฏว่า แวนคูเวอร์เล่นโกยคะแนนไปซะเกือบเต็ม  ได้ไป 98 เต็มร้อย  ทำเอาฉันอยากรู้ขึ้นมาตงิดๆ ว่าเมืองน่าอยู่อันดับ 100 อย่างกรุงเทพมหานครจะได้ถึง 50 คะแนนหรือเปล่า

  อันนั้นเป็นมาตรวัดที่เป็นมาตรฐาน  แต่ถ้าเป็นดัชนีวัดเมืองน่าอยู่ในแบบฉบับของฉัน  สิริรวมแล้วก็แวนคูเวอร์อาจไม่ใช่เมืองน่าอยู่ที่สุดโลกสำหรับฉัน  แต่ก็จัดว่าเป็นเมืองที่สุดแสนจะเลอเลิศประเสริฐสุข

 อันดับแรก แวนคูเวอร์ ”ใจกว้าง” ไม่ว่าจะคนหรือเมือง ลองถ้าใจกว้างซะอย่าง ก็น่าคบหา แวนคูเวอร์เป็นอย่างนั้น  รถเมล์คันแรกที่นั่งจากสนามบินเข้าสะดือเมือง  ก็บอกเล่าได้เป็นอย่างดี  ทั้งคันมีฝรั่งหัวทองอยู่ไม่กี่หัว ที่เหลือเป็นคนดำ  ตี๋หมวยจากเอเชีย ฟิลิปปินส์  เรียกว่าจะผิวดำ ผิวขาว หรือผิวเหลือง แวนคูเวอร์ก็อนุญาตให้เข้ามาลงหลักปักฐานและทำมาหากินได้อย่างเสรี ทุกวันนี้แวนคูเวอร์จึงยังคงเป็นสวรรค์ของเหล่าผู้แสวงโชคจากทั่วโลก 

 หลายคนบอกฉันว่า ให้ลองโฉบไปดูแถวไชน่าทาวน์ของแวนคูเวอร์ จะพบว่าเมืองนี้ใจกว้างเท่ามหาสมุทรแปซิฟิกเชียวล่ะ 

 ถัดมาเป็นความ ”ใจดี” ของแวนคูเวอร์   อย่าได้ทำเป็นยืนเก้ๆ กังๆ เหมือนหลงทางหรือมีร่องรอยแห่งความสงสัยปรากฏอยู่บนใบหน้า เพราะคนแวนคูเวอร์จะไม่ปล่อยให้แขกเหรื่อได้ทำอย่างนั้น เขาจะพุ่งเข้ามาหยิบยื่นความช่วยเหลืออย่างเร็วพลัน 

 ยิ่งเป็นช่วงที่แวนคูเวอร์ต้องเตรียมพร้อมเพื่อจัดงานโอลิมปิกฤดูหนาวในเดือนกุมภาพันธ์ปีหน้า เขากำลังตระเตรียมกำลังคนอย่างเต็มที่ เพื่อให้ความช่วยเหลือนักท่องเที่ยวและทัพนักกีฬาที่จะเดินทางมาในช่วงนั้น  ฉะนั้นแค่ทำท่าหาป้ายบนท้องถนน จะมีคนปรี่เข้ามาคลี่คลายทุกความสงสัยในทันที

 “สงบงาม” เป็นบุคลิกเฉพาะตัวของแวนคูเวอร์  ด้วยภูมิประเทศที่เป็นใจ มีทั้งเทือกเขาอันบึกบึนโอบอยู่และมีมหาสมุทรแปซิฟิกอันอ่อนโยนกอดรัดอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน  มีอัตราความหลวมของประชากรในระดับสูง ทำให้ผู้คนในเมืองใช้ชีวิตอยู่อย่างสงบและแสนสบาย ไม่เร่งรีบ ไม่เร่าร้อน แต่ก็ไม่เรื่อยเฉื่อยจนเกินไป

 ผู้คนสุขภาพกายใจ ดีไปพร้อมๆ กัน เพราะได้สูดอากาศสดปลั่ง  ได้ไปออกกำลังกายในสวนสาธารณะขนาดใหญ่ 

 เมืองหลวมๆ แบบนี้ พวกมิจฉาชีพไม่ค่อยชอบ  ไม่ค่อยมีมุมแออัดให้ไปล้วง ทำให้หากินลำบาก แวนคูเวอร์จึงค่อนข้างปลอดภัยสำหรับนักท่องเที่ยว สถิติฉกชิงวิ่งปล้นและปัญหาอาชญากรรมแทบไม่ค่อยมี แต่เรื่องล้วงกระเป๋าตามรถไฟฟ้าอาจจะมีให้เห็นบ้างประปราย
 แวนคูเวอร์วางระบบผังเมืองเอาไว้อย่างดี จัดระเบียบตึกรามเอาไว้อย่างเป็นสัดส่วน แต่ก็ยังมีพวกคนไร้บ้างนอนคุดคู้อยู่ตามเสาตึก ฟุตบาทช่วงเช้ามืดอาจจะถูกโรยกระจัดกระจายไว้ด้วยอาหารมื้อค่ำของพวกคนเมา บางมุมของไชน่าทาวน์อาจจะคลุมไว้ด้วยความน่ากลัวจางๆ แต่ก็ไม่ได้รู้สึกเหมือนเดินอยู่ในดงโจรเหมือนหลายเมืองในอิตาลี

 ลองเดินเท้าสำรวจได้ไม่เท่าไหร่  แวนดูเวอร์ก็ตอกย้ำความเชื่อที่ว่า ไม่มีเมืองไหนที่เลิศเลอเพอร์เฟกท์ หรือไร้ตำหนิ มันต้องมีบางมุมที่เลอะด้านมืด   
   
 แวนคูเวอร์จัดว่าเป็นเมืองพอดี ไม่ใช่เมืองราคาแพงเหมือนกับออสโล ซูริค และสต็อคโฮล์ม ดัชนีความแพงของการเที่ยว เทียบเคียงเอาจากราคาเตียงในโฮสเทล ถ้าเป็นโฮสเทลห้องนอนรวมในออสโลหรือสต็อคโฮล์มอาจต้องจ่ายถึงเตียงละ 1,500-2,000 บาทต่อคืน แต่ที่แวนคูเวอร์จ่ายแค่เตียงละประมาณ 800-1,000 บาท เท่านั้น นี่จึงเป็นอีกข้อที่ทำให้แวนคูเวอร์น่าเที่ยว  

 บางเมืองแค่น่าดู  บางเมืองน่าเดิน  บางเมืองแค่น่าเที่ยว แต่หลายคนโหวตให้แวนคูเวอร์น่าอยู่  สำหรับฉัน  ไม่ถึงกับอยากอยู่ในเมืองน่าอยู่   แค่อยากทำความรู้จัก    
 เพียงแค่ผิวเผิน ก็สัมผัสได้ถึงความน่าอยู่ของแวนคูเวอร์

"กาญจนา หงษ์ทอง"