
แวะเวียนดูแวนคูเวอร์
ผละจากเมืองน่าอยู่อันดับ 100 อย่างบางกอก ไปหาเมืองน่าอยู่อันดับ 1 ของโลกอย่าง แวนคูเวอร์แห่งคานาดา เหมือนคนที่ต้องขี่ซาเล้งทุกวัน จู่ๆจะให้ไปเปลี่ยนขับเฟอร์รารี่ ไอ้เรื่องตื่นเต้นย่อมผุดพรายขึ้นเป็นปกติ มากกว่าความตื่นเต้น คือความอยากเห็นเมืองน่าอ
โดยจริตส่วนตัวฉันเป็นพวกไม่โปรดเมืองดูดีมีชาติตระกูลพวกนี้เท่าไหร่ พูดง่ายๆ คือไม่ใช่เมืองในสเปก อย่างเรามันต้องแบกเป้ไปคลุกดินกินฝุ่น มีเรื่องไม่ปลอดภัยมาให้คอยลุ้นๆ เสียวๆ
แต่ก็ใช่ว่าชีวิตนี้ จะไม่นึกอยากบุกไปดมอากาศในเมืองน่าอยู่ที่สุดในโลกเสียเมื่อไหร่ พอฤกษ์งามยามเที่ยวโผล่มาปรากฏ ก็เหาะเหินเดินอากาศด้วยไชน่า แอร์ไลน์ (โทร. 0-2250-9888 หรือคลิก www.china-airlines.com) ที่มีเที่ยวบินไปแวนคูเวอร์ไปกลับทุกวัน ใช้เวลาบินประมาณ 14 ชั่วโมงก็ได้ไปยืดอกพ่นหายใจในนครที่ติดอันดับความน่าอยู่ไปทุกโผ
ดัชนีวัดความน่าอยู่ของ ”นิตยสารเดอะ อีโคโนมิสต์" นั้น เขาวัดจากด้านสาธารณสุข ความมั่นคง ขนบธรรมเนียมและวัฒนธรรม สภาพแวดล้อม ไปจนถึงเรื่องระบบการศึกษาและโครงสร้างพื้นฐาน ปรากฏว่า แวนคูเวอร์เล่นโกยคะแนนไปซะเกือบเต็ม ได้ไป 98 เต็มร้อย ทำเอาฉันอยากรู้ขึ้นมาตงิดๆ ว่าเมืองน่าอยู่อันดับ 100 อย่างกรุงเทพมหานครจะได้ถึง 50 คะแนนหรือเปล่า
อันนั้นเป็นมาตรวัดที่เป็นมาตรฐาน แต่ถ้าเป็นดัชนีวัดเมืองน่าอยู่ในแบบฉบับของฉัน สิริรวมแล้วก็แวนคูเวอร์อาจไม่ใช่เมืองน่าอยู่ที่สุดโลกสำหรับฉัน แต่ก็จัดว่าเป็นเมืองที่สุดแสนจะเลอเลิศประเสริฐสุข
อันดับแรก แวนคูเวอร์ ”ใจกว้าง” ไม่ว่าจะคนหรือเมือง ลองถ้าใจกว้างซะอย่าง ก็น่าคบหา แวนคูเวอร์เป็นอย่างนั้น รถเมล์คันแรกที่นั่งจากสนามบินเข้าสะดือเมือง ก็บอกเล่าได้เป็นอย่างดี ทั้งคันมีฝรั่งหัวทองอยู่ไม่กี่หัว ที่เหลือเป็นคนดำ ตี๋หมวยจากเอเชีย ฟิลิปปินส์ เรียกว่าจะผิวดำ ผิวขาว หรือผิวเหลือง แวนคูเวอร์ก็อนุญาตให้เข้ามาลงหลักปักฐานและทำมาหากินได้อย่างเสรี ทุกวันนี้แวนคูเวอร์จึงยังคงเป็นสวรรค์ของเหล่าผู้แสวงโชคจากทั่วโลก
หลายคนบอกฉันว่า ให้ลองโฉบไปดูแถวไชน่าทาวน์ของแวนคูเวอร์ จะพบว่าเมืองนี้ใจกว้างเท่ามหาสมุทรแปซิฟิกเชียวล่ะ
ถัดมาเป็นความ ”ใจดี” ของแวนคูเวอร์ อย่าได้ทำเป็นยืนเก้ๆ กังๆ เหมือนหลงทางหรือมีร่องรอยแห่งความสงสัยปรากฏอยู่บนใบหน้า เพราะคนแวนคูเวอร์จะไม่ปล่อยให้แขกเหรื่อได้ทำอย่างนั้น เขาจะพุ่งเข้ามาหยิบยื่นความช่วยเหลืออย่างเร็วพลัน
ยิ่งเป็นช่วงที่แวนคูเวอร์ต้องเตรียมพร้อมเพื่อจัดงานโอลิมปิกฤดูหนาวในเดือนกุมภาพันธ์ปีหน้า เขากำลังตระเตรียมกำลังคนอย่างเต็มที่ เพื่อให้ความช่วยเหลือนักท่องเที่ยวและทัพนักกีฬาที่จะเดินทางมาในช่วงนั้น ฉะนั้นแค่ทำท่าหาป้ายบนท้องถนน จะมีคนปรี่เข้ามาคลี่คลายทุกความสงสัยในทันที
“สงบงาม” เป็นบุคลิกเฉพาะตัวของแวนคูเวอร์ ด้วยภูมิประเทศที่เป็นใจ มีทั้งเทือกเขาอันบึกบึนโอบอยู่และมีมหาสมุทรแปซิฟิกอันอ่อนโยนกอดรัดอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน มีอัตราความหลวมของประชากรในระดับสูง ทำให้ผู้คนในเมืองใช้ชีวิตอยู่อย่างสงบและแสนสบาย ไม่เร่งรีบ ไม่เร่าร้อน แต่ก็ไม่เรื่อยเฉื่อยจนเกินไป
ผู้คนสุขภาพกายใจ ดีไปพร้อมๆ กัน เพราะได้สูดอากาศสดปลั่ง ได้ไปออกกำลังกายในสวนสาธารณะขนาดใหญ่
เมืองหลวมๆ แบบนี้ พวกมิจฉาชีพไม่ค่อยชอบ ไม่ค่อยมีมุมแออัดให้ไปล้วง ทำให้หากินลำบาก แวนคูเวอร์จึงค่อนข้างปลอดภัยสำหรับนักท่องเที่ยว สถิติฉกชิงวิ่งปล้นและปัญหาอาชญากรรมแทบไม่ค่อยมี แต่เรื่องล้วงกระเป๋าตามรถไฟฟ้าอาจจะมีให้เห็นบ้างประปราย
แวนคูเวอร์วางระบบผังเมืองเอาไว้อย่างดี จัดระเบียบตึกรามเอาไว้อย่างเป็นสัดส่วน แต่ก็ยังมีพวกคนไร้บ้างนอนคุดคู้อยู่ตามเสาตึก ฟุตบาทช่วงเช้ามืดอาจจะถูกโรยกระจัดกระจายไว้ด้วยอาหารมื้อค่ำของพวกคนเมา บางมุมของไชน่าทาวน์อาจจะคลุมไว้ด้วยความน่ากลัวจางๆ แต่ก็ไม่ได้รู้สึกเหมือนเดินอยู่ในดงโจรเหมือนหลายเมืองในอิตาลี
ลองเดินเท้าสำรวจได้ไม่เท่าไหร่ แวนดูเวอร์ก็ตอกย้ำความเชื่อที่ว่า ไม่มีเมืองไหนที่เลิศเลอเพอร์เฟกท์ หรือไร้ตำหนิ มันต้องมีบางมุมที่เลอะด้านมืด
แวนคูเวอร์จัดว่าเป็นเมืองพอดี ไม่ใช่เมืองราคาแพงเหมือนกับออสโล ซูริค และสต็อคโฮล์ม ดัชนีความแพงของการเที่ยว เทียบเคียงเอาจากราคาเตียงในโฮสเทล ถ้าเป็นโฮสเทลห้องนอนรวมในออสโลหรือสต็อคโฮล์มอาจต้องจ่ายถึงเตียงละ 1,500-2,000 บาทต่อคืน แต่ที่แวนคูเวอร์จ่ายแค่เตียงละประมาณ 800-1,000 บาท เท่านั้น นี่จึงเป็นอีกข้อที่ทำให้แวนคูเวอร์น่าเที่ยว
บางเมืองแค่น่าดู บางเมืองน่าเดิน บางเมืองแค่น่าเที่ยว แต่หลายคนโหวตให้แวนคูเวอร์น่าอยู่ สำหรับฉัน ไม่ถึงกับอยากอยู่ในเมืองน่าอยู่ แค่อยากทำความรู้จัก
เพียงแค่ผิวเผิน ก็สัมผัสได้ถึงความน่าอยู่ของแวนคูเวอร์
"กาญจนา หงษ์ทอง"



