ไลฟ์สไตล์

เด็กไทยดื้อยาปฎิชีวนะบางชนิดเพิ่มขึ้น 30 เท่าตัว 

เด็กไทยดื้อยาปฎิชีวนะบางชนิดเพิ่มขึ้น 30 เท่าตัว 

27 ก.ค. 2560

เผยพ่อแม่ตัวการทำเด็กติดเชื้อดื้อยา  รบเร้าแพทย์ขอยาแรงสุด หวังช่วยลูกหายป่วยเร็วๆ นึกไม่ถึงทำร้ายลูกทางอ้อม 

     เมื่อวันที่ 27 กรกฎาคม 2560 ที่อุทยานการเรียนรู้ TK park ในงาน “ปลดล็อกวิกฤติเชื้อดื้อยา ด้วยรากฐานการอ่านในเด็กปฐมวัย” จัดโดยสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ(สสส.)และศูนย์วิชาการเฝ้าระวังและพัฒนาระบบยา(กพย.)  ผศ.ภญ.ดร.นิยดา เกียรติยิ่งอังศุลี ผู้จัดการกพย. กล่าวว่า สถานการณ์เชื้อดื้อยาในเด็กตามรายงานของกระทรวงสาธารณสุข(สธ.)ในปี 2554 พบว่า ในรอบ 10 ปี มีปัญหาเชื้อแบคทีเรีย 4 ชนิดที่พบบ่อยและการดื้อยาปฏิชีวนะสูงขึ้น บางชนิดพบเพิ่มขึ้นกว่า 30 เท่าตัว อย่างไรก็ตาม ในประเทศไทยยังไม่มีการเก็บสถิติการดื้อยาในกลุ่มเด็กที่ชัดเจน แต่มีการศึกษาวิจัยหลายชิ้นระบุว่า เด็กมีปัญหาดื้อยาแน่นอน 

      ผศ.ภญ.ดร.นิยดา กล่าวอีกว่า สาเหตุที่ทำให้เด็กมีการติดเชื้อดื้อยา ได้แก่ 1.ใช้ยาโดยไม่มีความจำเป็น  อย่างเช่น เป็นหวัดที่ 80 %จะเกิดจากเชื้อไวรัส แต่มีการใช้ยาปฏิชีวนะที่เป็นการฆ่าเชื้อแบคทีเรีย ทั้งที่แท้จริงไม่จำเป็นต้องใช้ยาสามารถหายเองได้ 2.ใช้ยาไม่ครบขนาด เมื่อหายป่วยก็เลิกใช้ แต่ต้องจำไว้ว่ายาปฏิชีวนะต้องกินให้หมดตามที่แพทย์ให้แม้อาการป่วยจะดีขึ้นหรือหายแล้วก็ตาม มิเช่นนั้น เชื้อจะพัฒนาตัวเองและดื้อยาชนิดนั้น และ3.ใช้ยาแรงเกิน เมื่อเริ่มต้นจากการใช้ยาตัวที่แรง ก็จะต้องกระโดดไปใช้ยาที่แรงขึ้นเรื่่อยๆ ทำให้เชื้อดื้อยา ซึ่งตรงจุดนี้พ่อแม่มีความสำคัญอย่างย่ิง  เพราะเมื่อลูกป่วยแล้วพ่อแม่พาลูกไปพบแพทย์ก็จะบอกแพทย์ว่าขอยาแรงๆให้ลูกหายเร็วๆ ซึ่งเป็นพฤติกรรมที่ผิดอย่างมากและไม่ควรทำ

      “ลูกป่วย ด้วยความที่พ่อแม่สงสารลูก ก็ไม่อยากให้ป่วยนาน อยากให้หายป่วยเร็วๆ ก็จะบอกแพทย์เลยว่าขอยาแรงที่สุดให้ลูกเลยคุณหมอจะได้หายเร็วๆ คุณไม่รู้หรอกว่านั่นเป็นพฤติกรรมหวังดีของพ่อแม่ที่ทำร้ายลูกโดยไม่รู้ตัว เพราะเมื่อเด็กได้รับยาแรงตั้งแต่เริ่มๆ ก็จะต้องกระโดดไปใช้ยาตัวที่แรงขึ้นเรื่อยๆจากการที่เชื้อพัฒนาตนเองจนดื้อยา ซึ่งหากเด็กได้รับยาปฏิชีวนะตั้งแต่เล็กๆ มีงานวิจัยพบว่า จะส่งผลให้เด็กกินยาแล้วรักษาไม่หาย เกิดภูมิแพ้ และมีภาวะอ้วนได้”ผศ.ภญ.ดร.นิยดากล่าว 

     ผศ.ภญ.ดร.นิยดา กล่าวอีกว่า การป้องกันเชื้อดื้อยา คือ 1.ไม่ซื้อยากินเองพร่ำเพรื่อ โดยเฉพาะการซื้อยาจากร้านขายของชำห้ามเด็ดขาด 2.เมื่อเจ็บป่วยควรพบแพทย์หรือปรึกษาเภสัชกรก่อนการใช้ยา 3.เมื่อได้รับยาปฏิชีวนะต้องใช้ยาให้หมดแม่อาการป่วยหายแล้ว 4.ควรถามเภสัชกรที่ร้านขายยาว่าใช่ยาปฏิชีวนะหรือไม่ หรือจะแพ้ยาหรือไม่ และ5.ไม่เอายาปฎิชีวนะของตนเองให้หมู หมา ไก่หรือสัตว์เลี้ยงกิน เป็นต้น 

      อนึ่ง  กพย.ร่วมกับ แผนงานสร้างเสริมวฒนธรรมการอ่าน สสส. ได้ดำเนินโครงการอ่านสร้างเสริมสุขภาพ โดยใช้นิทานภาพ 2 เรื่อง คือ กระจิบท้องเสีย และกุ๊กไก่เป็นหวัด ของตุ๊บปอง เป็นสื่อการอ่านในการปลูกฝังให้เกิดการใช้ยาอย่างสมเหตุสมผล ลดปัญหาเชื้อดื้อยา เนื่องจากในนิทานจะมีการสอดแทรกเรื่องอาการท้องเสียและเป็นหวัดไม่จำเป็นต้องใช้ยาปฏิชีวนะ ซึ่งจะเป็นการปลูกฝังให้เด็กมีความรู้ความเข้าใจตั้งแต่เด้ก ขณะเดียวกัน พ่อแม่ หรือครูที่เป็นคนเล่านิทานให้เด็กฟังก็จะเกิดการตระหนักด้วยว่าหากลูกมาอาการป่วยเช่นนี้ไม่ควรซื้อยาปฏิชีวนะมาให้ลูกกิน