
มาเลย์ชู"บะกุดเต๋-ข้าวมันไก่"อาหารประจำชาติ
มาเลเซียเล็งประกาศ "ก๋วยเตี๋ยวแกง บะกุดเต๋ ปูผัดผงกะหรี่ ข้าวมันไก่" เป็นอาหารประจำชาติ อ้างถูกประเทศอื่นปล้นไปเป็นของตัว ขณะที่ ผอ.สถาบันอาหารของไทยยันเป็นแค่กลยุทธ์การตลาดโครงการครัวมาเลเซียสู่โลก นักวิชาการชี้ไม่ได้แปลว่าเป็นลิขสิทธิ์ของมาเลเซีย แนะไทย
หนังสือพิมพ์เดอะ สตาร์ของมาเลเซีย รายงานเมื่อวันที่ 17 กันยายน อ้างการเปิดเผยของนางอึ้ง เหยิน รัฐมนตรีการท่องเที่ยวมาเลเซีย ที่ระบุว่า กำลังดำเนินการอ้างสิทธิเหนืออาหารจานเด็ด เช่น ลักซา หรือก๋วยเตี๋ยวแกง ข้าวมันไก่ และบะกุดเต๋ ให้เป็นอาหารเด็ดประจำชาติมาเลเซีย ซึ่งล้วนแต่เป็นอาหารที่ถูกประเทศอื่นปล้นไปเป็นของตัวเอง
นางอึ้ง เหยิน กล่าวว่า ในจำนวนรายการอาหารที่มาเลเซียจะประกาศเป็นอาหารจานเด็ดประจำชาตินั้น รวมทั้งข้าวหุงกับน้ำกะทิกลิ่นหอมพร้อมเครื่องเคียงชนิดต่างๆ ที่เรียกตามภาษามาเลเซียว่า "นาซิ เลอมัก" เมนู "ลักซา" ก๋วยเตี๋ยวแกง, บะกุดเต๋ เมนูซี่โครงหมูต้มยาจีน
"เราไม่สามารถปล่อยให้ประเทศอื่นขโมยอาหารเราได้อีกต่อไป ทั้งปูผัดผงกะหรี่ และข้าวมันไก่ไหหลำ ต่างเป็นของมาเลเซีย เราต้องอ้างสิทธิ์เหนืออาหารของเรา" นางอึ้ง เหยิน กล่าว
รัฐมนตรีการท่องเที่ยวแดนเสือเหลือกล่าวอีกว่า ในอีก 3 เดือนข้างหน้า มาเลเซียจะระบุรายการอาหารจานเด็ดที่แน่นอนออกมา เพื่อประกาศให้อาหารเหล่านี้เป็นอาหารประจำชาติมาเลเซีย เช่น ก๋วยเตี๋ยวแกงลักซาทุกชนิด นาซิ เลอมัก และบะกุดเต๋ โดยกระทรวงจะประกาศยุทธศาสตร์ในการทำให้อาหารเหล่านี้เป็นอาหารมาเลเซีย แต่ยังไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้ และจะแถลงให้ทราบในภายหลัง
ทั้งนี้ นางอึ้งไม่ได้ระบุชัดเจนว่าประเทศใดคือประเทศที่ขโมยอาหารจานเด็ดเหล่านี้ ซึ่งได้รับความนิยมไปทั่วโลก โดยเฉพาะในประเทศเพื่อนบ้านอย่างสิงคโปร์ และอินโดนีเซีย
ด้าน ดร.ยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้อำนวยการสถาบันอาหารของไทย กล่าวถึงเรื่องดังกล่าวว่า น่าจะเป็นเรื่องกลยุทธ์การตลาดของมาเลเซียในการสานต่อโครงการครัวมาเลเซียสู่โลก ที่ประกาศไว้เมื่อ 2 ปีก่อน ซึ่งเป็นนโยบายคล้ายกับของไทย ที่ต้องการขยายร้านอาหารในต่างประเทศ จึงเชื่อว่ากระทรวงการท่องเที่ยวมาเลเซียน่าจะต้องการสร้างขึ้นมาเป็นจุดขาย เพื่อดึงดูดให้คนสนใจ
"เชื่อว่าทางการมาเลเซียกำลังพยายามสร้างจุดขายทางด้านการท่องเที่ยวให้ประเทศเท่านั้น ถือเป็นกลยุทธ์ทางการตลาดที่ไม่มีผลกระทบอะไรกับประเทศไทย โดยตำรับอาหารนั้นไม่มีใครสามารถนำไปจดลิขสิทธิ์ได้อยู่แล้ว ส่วนตัวก็เห็นว่า การที่เราจะสร้างอาหารจานเด็ดของตนเองนั้น ไม่ได้อยู่ที่เรื่องนี้ แต่อยู่ที่การสร้างความรู้ความเข้าใจถึงต้นตำราของอาหารนั้นๆ มากกว่า เช่น ผัดไทย ปัจจุบันพบว่ามีการเปลี่ยนสูตรให้ง่ายขึ้น โดยใช้น้ำส้มสายชู หรือน้ำมะเขือเทศ ทั้งที่ต้นตำรับจริงๆ คือจะต้องใช้น้ำมะขามเปียกเท่านั้น เราจึงควรจะสร้างความรับรู้ตรงนี้" ดร.ยุทธศักดิ์กล่าว และว่า สำหรับประเทศไทยที่ผ่านมาถือว่าโครงการครัวไทยสู่โลกสามารถทำการขยายและเติบโตได้ดี โดยไม่จำเป็นที่จะต้องดำเนินกลยุทธ์แบบเดียวกันนี้
ด้าน ดร.วรุณี วารัญญานนท์ นักวิจัยเชี่ยวชาญด้านอาหาร อดีตผู้อำนวยการสถาบันค้นคว้าและพัฒนาอาหาร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กล่าวถึงกรณีดังกล่าวว่า สามารถทำได้ เพราะอาหารชนิดนี้เป็นอาหารยอดนิยมของประเทศมาเลเซีย รวมถึงสิงคโปร์ด้วย โดยเฉพาะบะกุดเต๋ จะเป็นอาหารของชาวมาเลย์เชื้อสายจีน ที่นิยมบริโภคในตอนเช้า จะเห็นได้ว่า หากใครเดินทางไปประเทศมาเลเซีย อาหารเช้าประเภทบะกุดเต๋ จะมีการโปรโมทมากมาย ในลักษณะให้นักท่องเที่ยวได้ชิมกัน
อดีตผู้อำนวยการสถาบันค้นคว้าและพัฒนาอาหาร กล่าวอีกว่า การที่มาเลเซียจะประกาศอาหารทั้ง 4 อย่างเป็นอาหารประชาติ ไม่ได้แปลว่าเป็นลิขสิทธิ์ของมาเลเซีย เพราะยังไม่มีสถาบันใดในโลกนี้ ที่จะรับรองด้านอาหารของแต่ละชาติ หรือจะรับประกันอาหารแต่ละอย่างเป็นลิขลิทธิ์ของประเทศนั้นๆ ทำได้เพียงเป็นการประกาศกันเองให้ชาวโลกทราบว่า อาหารเหล่านี้เป็นที่นิยม หรือมีถิ่นกำเนิดในประเทศใดเท่านั้น อย่างต้มยำกุ้งก็เป็นที่ทราบดีว่า เป็นอาหารไทย แต่คนอื่นย่อมนำไปปรุงได้ เพราะเป็นสูตรอาหารที่มีมาตั้งนาน กลายเป็นสากลแล้ว ไม่สามารถที่จะจดเป็นลิขสิทธิ์ได้ แม้แต่การจดลิขสิทธิ์ภายในประเทศก็ยังทำไม่ได้
"เข้าใจว่าทางมาเลเซียต้องการสร้างชื่อเสียงด้านอาหารให้แก่ประเทศตัวเอง เพราะในโลกนี้มีอาหารที่ขึ้นชื่อหลายประเทศ อาทิ อาหารอิตาเลียน อาหารเวียดนาม อาหารญี่ปุ่น แม้แต่อาหารไทยยังติดอันดับ 5 ที่มีความนิยมระดับโลก แต่อาหารมาเลเซียยังไม่ติดชื่อและไม่มีใครพูดถึง ทั้งที่ความจริงบะกุดเต๋เป็นอาหารจีนฮกเกี้ยน ข้าวมันไก่เป็นของจีนไหหลำ ส่วนปูผัดผงกะหรี่ และแกงกะหรี่นั้นไม่มั่นใจ เพราะในบ้านเราก็มีเช่นกัน ที่สำคัญผงกะหรี่นั้นมาจากประเทศอินเดีย อย่างต้มยำ และอาหารอีกหลายอย่าง ดิฉันเห็นเป็นอย่างยิ่งว่า ไทยควรจะประกาศเป็นอาหารประจำชาติของไทย" ดร.วรุณี กล่าว
ด้าน ม.ล.ภาสันต์ สวัสดิวัตน์ กูรูด้านอาหารชื่อดังในนาม "ปิ่นโตเถาเล็ก" กล่าวว่า ทั้งหมดทั้งมวลต้องออกตัวก่อนว่าเป็นความเข้าใจส่วนตัวและที่รับรู้มาจากคุณพ่อ ม.ร.ว.ถนัดศรี สวัสดิวัตน์ อย่างข้าวมันไก่ ที่เคยเห็นมาเป็นของคนจีนที่เรียกว่า ไห่หนาน ชิคเก้น เคยเห็นมีขายทั่วไปหมดเลย โดยเฉพาะเมืองไทยมีข้าวมันไก่ไหหลำขายมาเป็นร้อยๆ ปีแล้ว จำได้ว่าได้กินตั้งแต่จำความได้ คุณพ่อพาไปกินสม่ำ อย่างที่ร้านไทเฮงที่เป็นข้าวมันไก่ไหหลำ คุณพ่อก็ไปชิมมาตั้งแต่ยังหนุ่มๆ ด้วยซ้ำ อาหารจานนี้น่าจะเป็นของคนจีนด้วยซ้ำ ไม่น่าจะเป็นของมาเลเซีย แล้วคนจีนก็อพยพมาเมืองไทยมานมนาน ข้าวมันไก่ไหหล่ำก็กินกันมานมนานแล้ว
ส่วนบะกุดเต๋ เป็นอาหารที่ไปกินในประเทศมาเลเซียและสิงคโปร์ อาหารจานนี้ถ้าเขาจะยกให้เป็นอาหารประจำชาติของเขาก็ไม่ผิด แต่สงสัยมากกับข้าวแกงกะหรี่จะผลักดันได้อย่างไร เพราะเป็นที่รู้กันอยู่แล้วว่าผงกะหรี่เป็นเครื่องเทศของอินเดีย
"มันประหลาดนะ ที่เขาจะให้ข้าวแกงกะหรี่เป็นอาหารประจำชาติมาเลเซีย อย่างประเทศญี่ปุ่นเขาก็มีข้าวแกงกะหรี่ที่เขานำเอาเมนูของอินเดียไปผสมผสานให้ถูกปากจนเป็นข้าวหน้าแกงกะหรี่ของเขา หรืออย่างราเมงคนเข้าใจว่าเป็นของญี่ปุ่น ความจริงแล้วไม่ใช่ เป็นของจีน ส่วนปูผัดผงกะหรี่ผมไม่รู้จริงๆ ว่าเป็นของชาติไหน ทั้งนี้ทั้งนั้นก็น่าจะเป็นอาหารอินเดียนะ แต่ก็อยากเสนอแนะในเรื่องของข้าวมันไก่นะ เพราะคนไทยได้กินมานมนาน น่าจะรวมตัวกันผลักดันให้เป็นอาหารของบ้านเรานะ" กูรูด้านอาหารกล่าวทิ้งท้าย
นายสมพล สืบสมาน เจ้าของร้านจิงจูฉ่ายเกาเหลาเลือดหมู ย่านสวนหลวง กรุงเทพฯ และวิทยากรสอนหลักสูตรอาหารจีน ประจำโครงการ "คม ชัด ลึก ฝึกอาชีพ" กล่าวว่า ในจำนวนอาหารที่มาเลเซียจะประกาศเป็นอาหารประจำชาตินั้น อาหาร 2 อย่างคือ บะกุดเต๋ และข้าวมันไก่ เป็นอาหารของชาวจีน อย่างบะกุดเต๋ มีชาวจีนฮกเกี้ยนที่อพยพมาจากเมืองจีนโดยเรือสำเภอแวะขึ้นที่แหลมมลายู ทำให้อาหารชนิดนี้เป็นที่นิยมในประเทศมาเลเซีย สิงคโปร์ และทางภาคใต้ของไทย โดยเฉพาะที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา
"บะคือหมู กุด คือกระดูก เต๋คือเครื่องยาจีนแห้ง ที่ใช้ประกอบการในการตุ๋นกว่า 10 ชนิด หากแปลคือกระดูกหมูตุ๋น เดิมที่บะกุดเต๊เป็นการตุ๋นกระดูกหมูรับประทานเป็นน้ำซุปของอาหารเช้า ตอนหลังมีการดัดแปลงใส่เครื่องใน กระเพาะหมู และผัก มารับประทานในลักษณะคล้ายๆ กับเกาเหลาเลือดหมู หากมาเลเซียจะประกาศเป็นอาหารประจำชาติก็รับได้ เพราะเป็นที่นิยมชองชาวมาเลเซียจริงและนานด้วย ส่วนข้าวมันไก่นั้นเป็นของชาวจีนไหหลำ มีแพร่หลายไม่เฉพาะในมาเลเซีย ในบ้านเราก็นิยมมากเช่นกัน โดยเฉพาะในกลุ่มคนไทยเชื้อสายจีนย่านเยาวราช เช่นเดียวกับปูผัดผงกะหรี่ ทางมาเลเซียไม่ได้นิยมมากไปกว่าบ้านเรา ไม่น่าจะเป็นของมาเลเซีย เพราะเครื่องเทศเหล่านี้ส่วนหนึ่งมาจากประเทศอินเดีย และอีกส่วนหนึ่งมาจากเมืองจีน" นายสมพล กล่าว



