
มสธ.เปิดป.โทขยายการศึกษามอบป.ตรีคนคุก
มสธ.ร่วมกรมราชทัณฑ์ มอบปริญญาตรีคนคุก กว่า 260 คน เผย3 คณะยอดนิยมแห่เรียน นิติ วิทยาการจัดการและส่งเสริมการเกษตรฯ อธิการบดีมสธ. เตรียมเปิดป.โท รองรับความต้องการผู้ต้องขัง เชื่อการศึกษาช่วยพัฒนาคนได้ ด้าน บัณฑิตผู้ต้องขังปลื้มใจปริญญาใบแรก วินวอนขอโอกาสจา
เมื่อวันที่ 17 ก.ย.2552 ที่ห้องประชุมเรือนจำกลางบางขวาง จ.นนทบุรี มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช(มสธ.) ร่วมกับกรมราชทัณฑ์ กระทรวงยุติธรรม (ยธ.) จัดงานฉลองการจัดการศึกษาครบ 25 ปีให้กับผู้ต้องขังในเรือนจำ และงานฉลองปริญญาบัตรให้กับบัณฑิตผู้ต้องขัง โดยปีนี้มีผู้สำเร็จการศึกษา 360 คน แต่แสดงความจำนงเข้าร่วมงาน 269 คน จากเรือนจำและทัณฑสถาน 30 แห่งทั่วประเทศ โดยมีนางชูจิรา กองแก้ว รองปลัดยธ.เป็นประธาน นายนัทธี จิตสว่าง อธิบดีกรมราชทัณฑ์ ศ.ดร.วิจิตร ศรีสอ้าน นายกสภามสธ. และรศ.ดร.ปราณี สังขะตะวรรธน์ อธิการบดีมสธ.เข้าร่วมแสดงความยินดีกับบัณฑิตผู้ต้องขัง
นายนัทธี กล่าวว่ากรมราชทัณฑ์ร่วมกับมสธ. จัดการศึกษาระดับอุดมศึกษาให้กับผู้ต้องขังในเรือนจำ และทัณฑสถานทั่วประเทศ ตั้งแต่ปี 2527 เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ต้องขังได้ศึกษาพัฒนาความรู้ ความสามารถ คุณภาพชีวิต และศักยภาพของตนเอง ที่สำคัญเป็นการนำความรู้ไปประกอบอาชีพเมื่อพ้นโทษ โดยความร่วมมือในการจัดการศึกษาครั้งนี้ ไม่ได้เพียงให้โอกาสทางการศึกษาแต่เป็นการทำให้ผู้ต้องขังมีกิจกรรมทำไม่เกิดความฟุ้งซ่าน ซึ่งผู้ต้องขังหลายคนที่เรียนจบและพ้นโทษไปแล้วต่างออกไปประกอบอาชีพที่ดี และได้รับคำชมจากสถานประกอบโดยเฉพาะความรับผิดชอบ
รศ.ดร.ปราณี กล่าวว่าตลอด 25 ปีที่ผ่านมา มีบัณฑิตผู้ต้องขังสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี แล้ว 1,261 คน แบ่งเป็นชาย 1,134 คน และหญิง 127 คน ซึ่งมสธ.รู้สึกยินดีที่เป็นส่วนหนึ่งในการขยายโอกาสทางการศึกษาให้แก่ผู้ต้องขัง โดยสาขาที่นักศึกษาให้ความสนใจเรียน 3 ลำดับแรก ได้แก่ สาขาวิชานิติศาสตร์ สาขาวิทยาการจัดการ และสาขาวิชาส่งเสริมเกษตรและสหกรณ์
อย่างไรก็ตาม ตั้งแต่จัดการศึกษามีตลอด 25 ปี มีผู้สำเร็จการศึกษาได้ใบปริญญาตรี 5 ใบ ได้แก่ นช.บุญเลิศ (ขอสงวนนามสกุล) ผู้ต้องขังคดีพรบ.ยาเสพติด ศาลตัดสินจำคุกตลาดชีวิต เรือนจำกลางบางขวาง ในสาขาวิชานิติศาสตร์ สาขาวิชาส่งเสริมการเกษตรฯ(สหกรณ์) สาขาวิชารัฐศาสตร์ สาขาส่งเสริมเกษตรฯ (ผลิตสัตว์) และสาขาวิชาวิทยาการการจัดการ
“ขณะนี้มีผู้ต้องขังจำนวนมากที่ต้องการศึกษาต่อในระดับปริญญาโท โดยทางมสธ.และกรมราชทัณฑ์กำลังหารือถึงแนวทางในการเปิดการเรียนการสอนระดับปริญญาโท เนื่องจากมีข้อจำกัดหลายอย่าง เช่น ระดับปริญญาโท เน้นการศึกษาค้นคว้าด้วยตนเอง แต่มีข้อจำกัดในการเข้าถึงสื่อตามระเบียบของกรมราชทัณฑ์ แต่อย่างไรก็ตาม ทางมสธ.พร้อมจะเปิดสอนในระดับปริญญาโทอย่างแน่นอน เพราะ 25 ปีที่ผ่านมาการศึกษามีความจำเป็นสำหรับผู้ต้องขัง” อธิการบดี มสธ.กล่าว
น.ช.นิรันทร์ (ขอสงวนนามสกุล)ผู้ต้องขังคดีพรบ.ยาเสพติด ได้รับเกียรตินิยมอันดับ 1 เกรดเฉลี่ย 3.57 สาขาวิชานิติศาสตร์ กล่าวว่า ก่อนหน้านี้จบเพียงการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (กศน.) ปีที่ 3 และไม่เห็นค่าของการศึกษา โดยที่ผ่านมาไม่เคยให้ความสำคัญกับการเรียน ซึ่งเมื่อได้เรียนและจบปริญญาตรี รู้สึกดีใจและภาคภูมิใจมาก และหากพ้นโทษออกไปจะนำความรู้ที่ได้ไปประกอบอาชีพที่ปรึกษากฎหมาย เพื่อช่วยเหลือคนอื่น ส่วนกรณีที่พ้นโทษไปแล้วจะได้รับการยอมรับจากสังคมหรือไม่นั้น ไม่เคยคิดและกังวลในเรื่องนี้ คิดเพียงว่าจะทำวันนี้ให้ดีที่สุด
น.ช.นช.วรยศ หรือเพาเวอร์แพท (ขอสงวนนามสกุล)อดีตนักร้องชื่อดัง ผู้ต้องหาคดียาเสพติด กล่าวว่าการได้รับโอกาสให้เรียนต่อในระดับปริญญาตรีนอกจากได้รับความรู้ใหม่ๆ ยังช่วยสร้างนิสัยรักการอ่าน ความมีวินัย ความอดทน และทำให้รู้ว่าการเรียนเป็นการพิสูจน์ให้สังคมเห็นว่าผู้ต้องขัง ไม่ใช่คนเลว แต่มีความรู้ความสามารถเหมือนคนทั่วไป เพียงแต่ต้องมาอยู่ในเรือนจำ เพราะความผิดพลาดเพียงครั้งเดียว
น.ช.บุญเสริม (ขอสงวนนามสกุล) ผู้ต้องหาคดีฆ่าชำแหละศพน.ส.เจนจิรา แฟนสาว กล่าวว่าการศึกษาถือเป็นโอกาสที่ดีในการพัฒนาคนให้เป็นคนดีของสังคมได้ แต่ต้องขึ้นอยู่กับตัวของเราเองด้วย ว่าพัฒนาตนเองอย่างไรบ้าง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับการจัดการฉลองบัณฑิตผู้ต้องขัง ผู้ต้องขังทุกคนล้วนแต่งกายด้วยชุดครุยวิทยฐานะ และได้มีการทำกิจกรรมสัมพันธ์พร้อมถ่ายภาพหมู่ร่วมกับญาติๆ โดยบรรยากาศเต็มไปด้วยรอยยิ้ม และความปราบปลื้มจากครอบครัว นอกจากนี้ยังมีการทำพิธีแสดงความกตัญญูกตเวทิตาจิตของบัณฑิต ต่อคณาจารย์และผู้มีพระคุณ พร้อมตัดเค้ก 100 ปอนด์ ฉลองปริญญาให้แก่บัณฑิตด้วย
อย่างไรก็ตาม การรับปริญญาในปีนี้ มีบัณฑิตผู้ต้องขังเป็นที่รู้จักของสังคม อาทิ นช.บุญเสริม (ขอสงวนเสริมนามสกุล) ผู้ต้องหาคดีฆ่าชำแหละศพน.ส.เจนจิรา แฟนสาว นช.วรยศ หรือเพาเวอร์แพท อดีตนักร้องชื่อดัง คดียาเสพติด นช.บัณฑิต หรือหมอบัณฑิต ผู้ต้องการฆ่านางศยามลภรรยาตนเอง ซึ่งขณะนี้พ้นโทษไปแล้ว และนช.ศรชาติ หรือหมอแฮม ฆ่าเผาพญ.พัทธนันท์ เป็นต้น



