
เข้าป่าหากล้วยไม้ครั้งแรกในชีวิต (16)
ถัดจากนั้นมาอีกนานแค่ไหนคงบอกไม่ได้ แต่มารู้สึกตัวอีกครั้งหนึ่งในขณะได้ยินเสียงของหนักๆมันตกลงไปกระทบพื้นดินดังตุบใหญ่ และก่อนที่จะทำอะไร ก็ปรากฏว่าเกวียนเล่มที่ตัวเองนอนอยู่ มันกระดกเอาด้านหน้าชี้ขึ้นไปบนท้องฟ้า โดยที่ด้านท้ายยันลงไปกับพื้นดิน เล่นเอาหั
ผมนอนอยู่ในสภาพนั้น และลืมตามองผ่านช่องด้านหน้าเกวียนขึ้นไปข้างบนอยู่อีกนานพอสมควร โดยที่สมองยังจับต้นชนปลายอะไรไม่ติดว่า มันเกิดอะไรขึ้น อย่างไรก็ตาม เสียงโครมใหญ่ มันดังพอที่จะปลุกพ่อผมซึ่งอยู่ในเกวียนอีกเล่มให้ตื่นขึ้นมาด้วย
เป็นความจริงดังคาด เพราะถัดมาจากนั้นมาสักครู่หนึ่งก็ได้ยินเสียงพ่อร้องถามมาท่ามกลางความมืดว่า เสียงอะไรกันๆ แต่ตัวเองก็ยังคงนอนนิ่งเนื่องจากไม่รู้จริงๆ ว่ามันเกิดอะไรขึ้นจึงตอบไม่ถูก เสียงพ่อถามสำทับมาอีกครั้งว่า ใคร แป๋วเหรอ? (พ่อเรียกชื่อเล่นของผม ซึ่งเรียกกันมาตั้งแต่เล็กๆ ว่า ตาแป๋ว) ผมจึงตอบไปว่า ครับผมเอง เพราะมันเป็นคำถามเดียวที่จะตอบได้ในขณะนั้น
ในที่สุดคนเกวียนสองสามคนก็ลุกขึ้นมาช่วยกันดึงเอาคานหน้าเกวียนซึ่งตั้งชี้ฟ้าลงมาไว้ตามเดิม ปกติขณะที่เกวียนจอด ก่อนปลดเอาวัวทั้งคู่ออกจากแอก จะต้องนำไม้ง่ามมาค้ำใต้ปลายคานไว้กับพื้นดิน เพื่อรักษาระดับพื้นเกวียนให้อยู่ในแนวราบแทนที่จะปล่อยให้หัวทิ่มลงดิน พ่อผมได้ลงมาสมทบโดยช่วยส่องไฟให้และมองเห็นว่าแอกสำหรับใช้เทียมกับคอวัวมันหลุดตกลงมานอนอยู่บนพื้นดิน
หลังพินิจพิเคราะห์และคุยกันอีกเพียงไม่กี่คำ ทุกอย่างก็ปรากฏออกมา โดยที่สรุปได้ว่าการที่ฝนตกลงมานานๆ มันทำให้เส้นเอ็นสัตว์ซึ่งใช้ผูกแอกกับคานหน้าเกวียนมันเกิดบานตัว จึงส่งกลิ่นน่ากินสำหรับเจ้าหมาซึ่งมาด้วยกัน และเสียงซึ่งผมได้ยินคล้ายกับว่ามีอะไรมาขูดเกวียนเป็นช่วงๆ จริงๆ แล้วก็คือเสียงหมาที่ยื่นปากขึ้นมาแทะเอ็นที่ผูกแอกไว้กับปลายคานนั่นเอง เมื่อเอ็นขาด แอกจึงหลุดตกลงมานอนอยู่กับพื้นดิน
ทำให้เข้าใจได้ถึง เทคโนโลยีชาวบ้าน ซึ่งนำมาใช้แม้กับเกวียนที่ลากจูงด้วยสัตว์ เพื่อไม่ให้สัตว์ต้องแบกน้ำหนักไว้มาก จึงได้ออกแบบให้ใช้น้ำหนักแอกซึ่งเป็นไม้ท่อนใหญ่ รวมไว้กับน้ำหนักส่วนหน้าโดยที่น้ำหนักส่วนหลังถ่วงดุลไว้พอดี พอแอกหล่นจากคานด้านหน้า จึงทำให้น้ำหนักเกวียนทั้งเล่มเสียสมดุล เกวียนจึงกระดกเอาด้านหน้าขึ้นชี้ฟ้า เล่นเอาผมนอนงงอยู่นาน กว่าจะรู้และได้คำตอบว่ามันเกิดอะไรขึ้น!
"ระพี สาคริก"



