
รพ.บำรุงราษฎร์”ผนึก51พันธมิตรชูมิติใหม่บริบาลทางการแพทย์
รพ.บำรุงราษฎร์” ผนึก 51 พันธมิตร รพ.ทั่วประเทศ ชูมิติใหม่บริบาลทางการแพทย์แบบไร้รอยต่อ มุ่ง 4 พันธกิจสำคัญ พร้อมส่งต่อเทคโนโลยีทางการแพทย์ ขานรับไทยแลนด์ 4.0“
กรุงเทพฯ โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ ผู้ให้บริบาลด้านการแพทย์ภาคเอกชนแห่งใหญ่ที่สุดรายหนึ่งในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) เดินหน้าขยายความร่วมมือพร้อมเอ็มโอยูโรงพยาบาลพันธมิตร 51 แห่งทั่วประเทศ เพื่อให้บริบาลแก่ผู้เข้ารับการดูแลรักษาทั้งชาวไทยและต่างชาติ พร้อมขยายตลาดบริบาลทางการแพทย์ร่วมกันได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ และมุ่งสู่ความเป็นเลิศทางการแพทย์ร่วมกันในระดับประเทศและระดับภูมิภาค
รศ. นพ. สมศักดิ์ เชาว์วิศิษฐ์เสรี ผู้อำนวยการด้านบริหารร่วมและผู้อำนวยการด้านการแพทย์ โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ กล่าวว่าในครั้งนี้โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ ได้ลงนามบันทึกข้อตกลง (เอ็มโอยู) ร่วมกับโรงพยาบาลพันธมิตรเพิ่มอีก 16 แห่ง ครอบคลุมทุกภูมิภาคทั่วประเทศ ซึ่งเป็นโครงการต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 ต่อจากในปี 2559 ที่มีโรงพยาบาลพันธมิตรเข้าร่วมลงนามบันทึกข้อตกลง (เอ็มโอยู) จำนวน 35 แห่ง
ทั้งนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อยกระดับให้การดูแลรักษาผู้ป่วยร่วมกันระหว่างโรงพยาบาลพันธมิตรได้อย่างต่อเนื่องและเต็มไปด้วยประสิทธิภาพแบบไร้รอยต่อ โดยอาศัยจุดแข็งและความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านของโรงพยาบาลแต่ละแห่ง ให้สามารถรับช่วงต่อผู้เข้ามาใช้บริบาลทางการแพทย์ระหว่างกันได้โดยไม่สะดุด ซึ่งมาจากการพัฒนาระบบบริหารจัดการด้านการแพทย์ระหว่างโรงพยาบาลพันธมิตรร่วมกัน โดยโรงพยาบาลบำรุงราษฎร์เป็นผู้ริเริ่มแนวคิดการให้บริบาลทางการแพทย์ดังกล่าว
ขณะเดียวกัน ยังสอดคล้องกับที่ ศ.นพ. ชาญวิทย์ ตันติ์พิพัฒน์ ประธานกรรมการ บริษัท โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ จำกัด (มหาชน) ได้ให้ความสำคัญในเรื่องนี้รวมถึงผู้บริหารในฝ่ายปฏิบัติการอีก 4 ท่าน ซึ่งถือเป็นความภาคภูมิใจต่อระบบสาธารณสุขไทย ที่มีความร่วมมืออย่างสมัครใจจาก 35 โรงพยาบาลพันธมิตรต่อเนื่องจากในปีก่อนที่ดำเนินการร่วมกันเป็นอย่างดี โดยในปีนี้ รพ.บำรุงราษฎร์ยังได้คิดก้าวไกลไปกว่าเดิมพร้อมยกระดับขีดความสามารถเครือข่ายพันธมิตรร่วมกัน
ทิศทางการดำเนินการเห็นได้ว่า ได้เรียนเชิญโรงพยาบาลทางสายภาคเหนือ คือ เริ่มที่โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ ต่อไปที่โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยนเรศวร พร้อมเชิญชวนศูนย์ศรีพัฒน์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เข้าร่วม รวมกันเป็นวิชั่นการทำงาน เกิดเครือข่ายการดูแลผู้ป่วยร่วมกัน โดยมุ่งเน้น 4 พันธกิจสำคัญ คือ พันธกิจแรกเป็นรากฐานของการดูแลผู้ป่วย เริ่มจากโรงพยาบาลต้นทางซึ่งเป็นการดูแลผู้ป่วยในตั้งแต่แรก และมีการส่งต่อผู้ป่วยเพื่อเข้ารับการรักษา หรือ สเต็ปอัพ (Step up) จนถึงเมื่อผู้ป่วยได้รับการรักษาในระยะหนึ่งแล้ว และต้องการย้ายกลับไปยังโรงพยาบาลเดิมตั้งแต่แรก (Step down) ก็สามารถดำเนินการต่อได้โดยไม่สะดุด นอกจากนี้ รพ.บำรุงราษฎร์ได้ลงทุนในด้านเทคโนโลยีทางการแพทย์ไปในจำนวนสูง ซึ่งยังสามารถนำไปใช้ประโยชน์ร่วมกันเพื่อร่วมยกระดับประเทศไทยได้ ด้วยในอีกไม่กีปีข้างหน้าเทคโนโลยีทางการแพทย์อาจเปลี่ยนจนตามไม่ทัน ซึ่งการให้ประเทศชาติได้ประโยชน์อย่างสูงสุด ผ่านการดูแลรักษาสูงสุดร่วมกับเครือข่ายโรงพยาบาลพันธมิตรถือเป็นอีกมิติใหม่การร่วมมืออย่างใกล้ชิด
สำหรับพันธกิจที่ 2. ด้านวิชาการ โดย รพ.บำรุงราษฎร์ มีแนวคิดด้านการสอนให้กับนักศึกษาแพทย์ เชิงวิชาการ ในลักษณะต่อยอดความคิดทางการแพทย์ที่ทันสมัย พร้อมรับเฟลโลว์ (Fellow) แพทย์เฉพาะทางสาขามาต่อยอดโดยบริบทของ รพ.บำรุงราษฎร์อยู่ที่การฝึกอบรมเฟลโลว์ เพื่อเพิ่มศักยภาพการดูแลผู้ป่วยสูงสุด
ขณะที่พันธกิจที่ 3 ด้านการวิจัย เพื่อให้สอดคล้องกับไทยแลนด์4.0 ได้นั้น จะต้องสามารถสร้าง ครีเอชั่น และ นวัตกรรม โดย รพ.บำรุงราษฎร์ มีวิสัยทัศน์ที่พร้อมสร้างประโยชน์ให้กับประเทศไทย โดยการเชิญโรงเรียนแพทย์ 3 แห่ง (โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยนเรศวร ศูนย์ศรีพัฒน์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่) เข้าร่วมงานวิจัยทางการแพทย์
ทั้งนี้ ยังตระหนักถึงความมีศักดิ์ศรีเท่าเทียมกันในโรงพยาบาลทุกแห่ง โดย รพ.บำรุงราษฎร์ไม่ใช่พี่ใหญ่ หากโรงเรียนแพทย์ใดมีเครือข่ายดี ก็สามารถส่งผ่านองค์ความรู้ทางไกล (เทเล) ได้โดยผ่านเครือข่าย โดยไม่ได้เป็นผู้ชี้นำทางวิชาการเพียงอย่างเดียว และพันธกิจสำคัญที่ 4 คือ มาตรฐานด้านคุณภาพ รพ.บำรุงราษฎร์ ถือเป็นแห่งแรกในภูมิภาคเอเชียที่ผ่านการรับรองมาตรฐานคุณภาพโรงพยาบาลระดับสากล The Joint Commission International (JCI) ของสหรัฐอเมริกา ล่าสุดยังผ่านการรับรอง DNV-GL’s MANAGING INFECTION RISK (MIR) STANDARD มาตรฐานที่เกี่ยวกับการบริหารความเสี่ยงด้านการติดเชื้อ ซึ่งแห่งที่สามนอกทวีปอเมริกาเหนือและเป็นแห่งแรกของเอเชีย
นอกจากนี้ยังได้รับรองมาตรฐานห้องปฏิบัติการทางการแพทย์ระดับสากล จากวิทยาลัยพยาธิแพทย์อเมริกัน College of American Pathologists (CAP) เป็นแห่งแรกของไทย แสดงถึงความพร้อมด้านวิชาการ การวิจัย เพื่อตอบสนองภาวะการเจ็บป่วยที่เปลี่ยนไปอยู่ตลอดเวลา การวิจัยที่เข้าถึงพันธมิตรต่างๆ รวมถึงมิติเรื่องคุณภาพและความปลอดภัยถือเป็นเสาหลักในการดูแลผู้ป่วยที่สำคัญ เพื่อตอบสนองได้อย่างเหมาะสม และที่สำคัญ คือ รูปแบบความร่วมมือนี้ เปรียบเสมือนเพื่อนช่วยเพื่อน โดยไม่ได้มองเพียงเงินทุน (แคปิทัล) แต่รวมกันเป็น ฮิวแมน แคปิทัล ไฟแนนเชียล แคปิทัล เพื่อสร้างธุรกิจร่วมกันในรูปแบบ เน็ตเวิร์ค แคปิทัล
ด้าน นพ. ดร. เทอดศักดิ์ โรจน์สุรกิตติ รองผู้อำนวยการด้านการแพทย์อาวุโส โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ กล่าวว่า การร่วมมือกันครั้งนี้ ถือเป็นการผนึกกำลังเพื่อการดูแลรักษาผู้ป่วยอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกรณีการรักษาผู้ป่วยที่มีความซับซ้อน หรือการรักษาในระดับตติยภูมิ เพื่อให้ผู้รับบริการทั้งคนไทยและชาวต่างชาติในทุกพื้นที่สามารถเข้าถึงบริการทางการแพทย์ที่ดีที่สุด เป็นไปตามวิสัยทัศน์และพันธกิจ มุ่งมั่นที่จะให้การบริบาลทางการแพทย์ที่ดีที่สุด ด้วยความเอื้ออาทร และยึดถือหลักคุณธรรม แก่ผู้ป่วยของเราทุกคน อย่างมีประสิทธิภาพและความปลอดภัย โดยความร่วมมือกับกลุ่มโรงพยาบาลพันธมิตร จะมีกระบวนการในการประสานงานอย่างไร้รอยต่อ ที่มีประสิทธิภาพทั้งการดูแลรักษาและการบริการ
ในด้านการดูแลรักษา มีการจัดตั้งทีมประสานงานอันประกอบไปด้วยแพทย์ พยาบาล เพื่อให้เกิดการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยระหว่างโรงพยาบาลอย่างปลอดภัย มีการส่งต่อข้อมูลและวางแผนการรักษาร่วมกัน เพื่อให้ผู้ป่วยที่มีสภาวะโรคที่ซับซ้อน มีความรุนแรง ได้รับการดูแลรักษาจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญของโรงพยาบาลบำรุงราษฎร์จนมีอาการคงที่ ปลอดภัย ก็จะมีการส่งกลับไปยังโรงพยาบาลพันธมิตรเพื่อดูแลรักษาต่อเนื่อง
ในด้านการบริการ จะมีการเตรียมทีมต้อนรับและอำนวยความสะดวกตลอดกระบวนการการดูแลรักษา โดยการพัฒนากลุ่มโรงพยาบาลพันธมิตรครั้งนี้ นับเป็นก้าวสำคัญของการบริการทางการแพทย์ในประเทศไทย เป็นการผนึกกำลังเพื่อชัยชนะของทุกฝ่ายอย่างแท้จริง โดยผู้รับบริการจะสามารถเข้าถึงบริการทางการแพทย์ที่ดีที่สุด ทางด้านกลุ่มโรงพยาบาลพันธมิตรเองก็จะสามารถยกระดับคุณภาพการรักษาและสร้างความเจริญเติบโตทางธุรกิจอย่างยั่งยืนร่วมกัน ศ. นพ. นิมิต เตชไกรชนะ รองผู้อำนวยการด้านการแพทย์อาวุโส โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ กล่าวเพิ่มว่าสำหรับการเอ็มโอยู และความร่วมมือระหว่าง 3 ภาคี คือ ภาครัฐ ภาคเอกชน และ โรงเรียนแพทย์ ในครั้งนี้ ยังเป็นการส่งสัญญาณที่ดีต่องานสาธารณสุขทางการแพทย์ของไทยที่พร้อมยกระดับสู่ความเป็นเลิศทางด้านคุณภาพและมาตรฐาน และการให้บริบาลทางการแพทย์แบบมีส่วนร่วมในทุกภาคส่วน ที่ยังสอดคล้องกับนโยบายไทยแลนด์ 4.0 ของภาครัฐ จากการนำนวัตกรรมและเทคโนโลยีเข้ามามีส่วนร่วมตลอดทุกกระบวนการทางการแพทย์ ระหว่างโรงพยาบาลบำรุงราษฎร์และโรงพยาบาลพันธมิตร
ทั้งนี้จากรูปแบบเครือข่ายความร่วมมืออย่างต่อเนื่องทางด้านการวิจัย ซึ่งจัดตั้งขึ้นมาเพื่อรองรับทางวิชาการ อย่างที่ทราบดีว่าวิชาการทางการแพทย์ต้องปรับให้ทันกับเทคโนโลยีตลอดเวลา เพื่อความปลอดภัยของผู้ป่วย ซึ่งโรงพยาบาลบำรุงราษฎร์มีเทคโนโลยี และเป็นแม่ข่ายการแบ่งปันไปที่ต่างๆ เช่น โรงพยาบาลแพทย์ ที่มีการประชุมวิชาการสามารถแชร์เครือข่ายเดียวกันได้
นอกจากนี้ ในอนาคตยังสามารถปรับปรุงประสิทธิภาพ (อัพเกรด) เพื่อให้เป็นแบบสองทาง(อินเตอร์แอคทีฟ) ในกรณีที่ผู้ป่วยที่สามารถแบ่งประสบการณ์ร่วมกัน ผ่านเครือข่ายแต่ละแห่งที่มีประสบการณ์ ความชำนาญ ที่ไม่เท่ากันซึ่ งบ่อยครั้งต้องมีการเรียนรู้ร่วมกัน โดยสามารถส่งมายังส่วนกลางเพื่อให้การช่วยเหลือได้
ขณะเดียวกัน ยังรวมถึงความร่วมมือทางการแพทย์ ซึ่งมีหลายเรื่องที่มีช่องว่าง จากการรอข้อมูลในต่างประเทศ มาให้คำตอบ ซึ่งจากการมีเครือข่าย 51 โรงพยาบาลในครั้งนี้จะสามารถมาคิดร่วมกันได้ ถือเป็นพลังที่สูงมาก และช่วยเหลือประชาชนได้ ทำให้ประเทศไทยเป็นที่รับรู้และเป็นที่ยอมรับ นำไปสู่การพัฒนาบุคลากรทางการแพทย์ และสร้างทักษะในการวิจัย ซึ่งโรงพยาบาลยังสนใจที่จะฝึกทักษะการวิจัยนี้ไปถึงกลุ่มชาวบ้านเพื่อฝึกในการใช้ข้อมูลในการตัดสินใจ ไม่ใช่คิดเอาเอง แต่ต้องตัดสินใจด้วยเหตุและผล
ภญ. อาทิรัตน์ จารุกิจพิพัฒน์ ผู้อำนวยการด้านปฏิบัติการ โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ กล่าวว่าแนวทางดังกล่าวถือเป็นมิติการรักษาที่ออกมาอย่างรวดเร็ว ในเรื่องการพัฒนาเทคโนโลยีทางการแพทย์ (เมดิคัล เทคโนโลยี) ต่อการเชื่อมโยงส่งข้อมูลผู้ป่วย ซึ่งในเร็วๆนี้ เตรียมจัดกิจกรรมเชิงปฏิบัติการ(เวิร์ค ช้อป)ให้โรงพยาบาลพันธมิตร สามารถเข้าถึงแอพพลิเคชั่นดังกล่าวในโครงการแรก “Watson for Oncology” ด้วย
ขณะที่ ดีเอ็นเอ หรือ ค่านิยมหลัก ของ รพ.บำรุงราษฎร์ได้ยึดมั่นด้านความปลอดภัยและคุณภาพในการรักษา ซึ่งนอกจากมาตรฐาน JCI, CAP, DNV-GL MIR แล้ว รพ.บำรุงราษฎร์ ยังได้รับมาตรฐาน Pathway to Excellence® เป็นมาตรฐานการรับรองคุณภาพของ American Nurse Credentialing Center (ANCC) เพื่อรับรองว่าเป็นองค์กรที่มีสถานที่ทำงานที่ดีที่สุดสำหรับพยาบาล โดย รพ.บำรุงราษฎร์ จะได้มีการแลกเปลี่ยนแบ่งปันความรู้ต่าง ๆ ระบบมาตรฐานและกระบวนการต่าง ๆ ผ่าน หลักสูตรต่าง ๆ ให้แก่โรงพยาบาลพันธมิตรผ่านการบริหารจัดการของบริษัทบำรุงราษฎร์ เซอร์วิส อีกด้วย
จากแนวทางความร่วมมือระหว่าง 3 ภาคีในครั้งนี้ นับเป็นก้าวสำคัญของบริบาลทางการแพทย์ไทยที่มุ่งมั่นยกระดับงานสาธารณสุขของประเทศสู่ไทยแลนด์ 4.0 ที่มีความเป็นเลิศด้านการรักษาพยาบาลและนวัตกรรมทางการแพทย์ มีความแข็งแกร่งร่วมกัน และเพื่อความยั่งยืนในการบริบาล ดูแลรักษา ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ พร้อมสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้เข้ารับการรักษาพยาบาล ที่จะได้รับบริบาลอย่างดีที่สุดภายใต้มาตรฐานที่สูงขึ้น



