ไลฟ์สไตล์

ไฟเขียวปิดโรงเรียนหากเสื้อแดงชุมนุมกระทบเด็ก

ไฟเขียวปิดโรงเรียนหากเสื้อแดงชุมนุมกระทบเด็ก

16 ก.ย. 2552

“จุรินทร์” ฝากกลุ่มเสื้อแดงระวังใช้เสียงระหว่างชุมนุมกระทบกับการเรียนเด็ก และให้อำนาจโรงเรียนหากเห็นท่าไม่ดีก็สั่งปิดการเรียนการสอนได้ทันที

(16 ก.ย.)นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวถึงกรณีที่คณะรัฐมนตรี(ครม.) ประกาศใช้ พ.ร.บ.รักษาความมั่นคงภายในราชอณาจักร พื้นที่เขตดุสิต ระหว่างวันที่ 18 - 22 กันยายน นี้ เพื่อรักษาความสงบเรียบร้อย ในการชุมนุมใหญ่ของกลุ่มคนเสื้อแดง ในวันที่ 19 กันยายน นี้ ว่า หากสถานการณ์ไม่มีอะไรผิดปกติ

 สถานศึกษาก็สามารถเปิดการเรียนการสอนได้ตามปกติ แต่หากมีเหตุความจำเป็นทางโรงเรียนก็สามารถปิดการเรียนการสอนได้อยู่แล้ว เนื่องจากสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขึ้นพื้นฐาน(สพฐ.)ได้มอบอำนาจให้โรงเรียนปิดการเรียนการสอนได้ แต่หากทางโรงเรียนไม่มั่นใจก็หารือมายัง สพฐ.ก่อนได้ เช่นเดียวกับที่มอบอำนาจให้โรงเรียนพิจารณาเรื่องการแพร่ระบาดของไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009

 นายจุรินทร์ กล่าวต่อว่า การชุมนุมครั้งนี้ ยังไม่เกิดขึ้น และยังไม่รู้ว่าจะมีการชุมนุมในรูปแบบใด แต่ก็ไม่อยากเห็นอะไรที่ไม่ถูกต้อง และไม่อยากเห็นอะไรที่เป็นการระเมิดกฎหมาย แต่หากชุมนมดำเนินไปโดยสงบปราศจากอาวุธ ตามรัฐธรรมนูญ ก็เป็นสิทธิที่สามารถทำได้ และต้องไม่ไปกระทบต่อภาคส่วนอื่น ๆของสังคมด้วย ความจริงก็ไม่อยากพูดอะไรไปล่วงหน้า เพราะขณะนี้การชุมนุมยังไม่เกิดขึ้น และก็ยังไม่ทราบว่าจะมีการชุมนุมจะมีขึ้นในรูปแบบใดและจะมีผลกระทบอย่างไร อยากฝากไปยังกลุ่มผู้ชุมนุมให้ใช้ความระมัดระวังในเรื่องการใช้เสียงที่จะส่งผลกระทบกับการเรียนการสอนด้วยก็เป็นสิ่งที่ดี อย่างไรก็ตาม ยังไม่ทราบว่าจะมีเด็กและเยาวชนไปร่วมสังเกตการณ์ในการชุมนุมครั้งนี้ด้วยหรือไม่ แต่อยากให้ใช้ดุลยพินิจและความเหมาะสมด้วยว่าอยู่ตรงไหน

 “ทุกวันนี้ เราอยากเห็นบ้านเมืองสงบ เพราะว่าประเทศก็บอบช้ำมามากพอสมควรในช่วงระยะเวลาที่ผ่านมา อะไรที่จะช่วยกันเพื่อให้เดินหน้าไปสู่ความสงบสุข ความสันติได้ก็ต้องช่วยกัน ไม่เช่นนั้นบ้านเมืองก็จะมีปัญหาอยู่ตลอดระยะเวลา ความสงบสุขของคนทั้งประเทศก็ไม่เกิด เพราะเต็มไปด้วยความแตกแยกและปัญหา พอเริ่มที่จะสงบได้ไม่กี่วันก็เดินหน้าไปสู่ทิศทางไม่สงบอีก ถ้าเป็นอย่างนี้ผมคิดว่าก็เป็นทุกข์กันทุกฝ่าย รัฐบาลเองจะเอาเวลาไปแก้ปัญหาให้กับประชาชนที่ยังมีปัญหาอยู่อีกหลายด้านก็ทำได้ไม่เต็มที่ เพราะต้องเอาเวลามาแก้ไขปัญหาทางการเมือง

ดังนั้น ทุกฝ่ายต้องช่วยกัน และหากทุกฝ่ายเห็นประโยชน์สุขของส่วนรวมเป็นที่ตั้งและควรใช้ดุลพินิจว่าอะไรควรทำและอะไรไม่ควรทำ และผมเชื่อว่าประชาชนส่วนใหญ่ยังอยากเห็นความสงบสุขเกิดขึ้นในบ้านเมือง และยังอยากให้โอกาสรัฐบาลแก้ปัญหาบ้านเมือง เพราะสิ่งทีรัฐบาลทำอยู่ทุกวันนี้ ก็เดินหน้าไปสู่ผลประโยชน์ของประชาชนเป็นหลักแทบทั้งสิ้น” นายจุรินทร์ กล่าว