
พาลูกเรียน-เล่น เสริมสร้างทักษะจากธรรมชาติ
ส่งเสริมพัฒนาการของเด็กๆกันเถอะ
เพราะคนในสังคมจะอยู่ร่วมกันอย่างสงบสุขได้นั้น ปัจจัยหนึ่งที่สำคัญคือการสร้างพื้นฐานครอบครัวที่อบอุ่นตั้งแต่วัยเด็ก โดยเฉพาะอย่างยิ่งความสัมพันธ์ระหว่างพ่อแม่และลูก สถาบันพัฒนาเด็กและครอบครัวซันชายน์ นำโดย งามสิริ อาศิรเลิศสิริ ผู้ก่อตั้งและนักจิตวิทยาพัฒนาการเด็ก หรือที่รู้จักกันดีในฐานะเจ้าของแฟนเพจ “บันทึกของคุณครูผมเปีย” เนรมิตร้านเดอะฮับคาเฟ่ แอนด์อิทเทอรี่ ย่านพระราม 9 ให้เป็นแหล่งเรียนรู้และเสริมสร้างพัฒนาการแก่ลูกๆ ของพ่อแม่ยุคใหม่ จัดกิจกรรมเสริมสร้างพัฒนาการสำหรับเด็ก “ดิ อาร์ต ออฟ เพลย์อิ้ง วิท เนเชอรัล เอเลเมนต์” เวิร์กช็อปศิลปะจากการย้อมกระดาษพับทำมือ เพื่อฝึกพัฒนาการด้านร่างกายและอารมณ์ของเด็ก พร้อมเสริมสร้างช่วงเวลาคุณภาพเพื่อกระชับความสัมพันธ์ภายในครอบครัวสังคมไทยยุคปัจจุบัน
งามสิริ อาศิรเลิศสิริ กับผลงานศิลปะชิโบริ
“ครูน้ำหวาน” งามสิริ เล่าว่า พื้นฐานของครอบครัวที่อบอุ่นส่งผลถึงพฤติกรรม อารมณ์ และพัฒนาการของเด็กๆ พ่อแม่ควรส่งเสริมให้ลูกเรียนรู้ เล่นเพื่อเสริมทักษะ และจินตนาการตามธรรมชาติ อย่างกิจกรรม “ชิโบริ” เทคนิคการย้อมผ้าแบบดั้งเดิมของประเทศญี่ปุ่น ที่นำมาดัดแปลงให้เด็กๆ สามารถทำได้เองง่ายๆ ร่วมกับพ่อแม่ โดยนำกระดาษสามาย้อมสีจากผัก ดอกไม้ เปลือกไม้ ทำให้เด็กๆ ได้พัฒนากล้ามเนื้อมัดเล็กจากการบีบ คั้นสี รวมถึงพัฒนาประสาทสัมผัสต่างๆ ทั้งจากการสังเกต และดมกลิ่น ถือเป็นการใช้เวลาร่วมกับลูกอย่างมีประสิทธิภาพ เกิดความรัก ความเข้าใจ ความอบอุ่นภายในครอบครัวขึ้นอย่างแท้จริง
คุณแม่คนดังอย่าง “หญิงแอร์" ม.ร.ว.จันทรลัดดา ยุคล อุบลเดชประชารักษ์ เผยว่า จะเลี้ยงลูกๆ ให้มีพัฒนาการและทักษะที่สมวัย อย่างวันหยุดสุดสัปดาห์ก็จะชอบยกครอบครัวพาเด็กๆ ออกไปเที่ยวต่างจังหวัด ทำกิจกรรมร่วมกันภายในครอบครัว และอาศัยการเรียนรู้จากธรรมชาติ ส่วนมากครอบครัวจะชอบจะไปทะเล นอกจากจะลงเล่นน้ำแล้ว ก็จะสอดแทรกศิลปะจากการเล่น อย่างการก่อกองทรายเป็นปราสาท สัตว์ต่างๆ ตามจินตนาการของเขาเอง หรือวาดรูป ระบายสีวิว ทิวทัศน์ต่างๆ ตามธรมมชาติ ซึ่งเด็กๆ จะชอบมาก
ม.ร.ว.จันทรลัดดา ยุคล อุบลเดชประชารักษ์ กับลูกชายน้องพลายและน้องพร้อม
ปุณยภา เภกะนันทน์ กับน้องติโต
ขณะที่คุณแม่คนสวย “บี" ปุณยภา เภกะนันทน์ เล่าถึงไลฟ์สไตล์การเลี้ยงลูกชาย น้องติโต วัย 4 ขวบ 8 เดือน ให้ฟังว่า นอกจากเรื่องวิชาการที่ลูกจะได้รับจากที่โรงเรียนแล้ว เวลาที่อยู่กับพ่อแม่จะพาเขาไปท่องเที่ยงตามธรรมชาติ ส่วนมากชอบไปเขาใหญ่ ให้ไปเรียนรู้จากการสัมผัสพื้นหญ้า เล่นน้ำตามธรรมชาติ จะไม่เน้นวิชาการมาก แต่จะเน้นให้เขาเรียนรู้ด้วยตัวเอง อย่างสัตว์ต่างๆ ในนิทาน ก็จะพาเขาไปหาของจริงตามสวนสัตว์ต่างๆ จะไม่เน้นให้ใช้พวกอุปกรณ์ไอทีมากนัก เพราะหากเล่นจนติดจะทำให้เขาสายตาเสีย ขาดวินัย และขาดสมาธิ



