
เก็บราก-ตอไม้ประดิษฐ์เป็นสินค้า สร้างงานคนหนุ่ม-สาวพื้นที่สีแดง
ท่ามกลางความวุ่นวายของความไม่สงบในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้นั้น หากมองอย่างผิวเผินดูช่างอันตรายและน่ากลัว แต่สำหรับคนในพื้นที่ดูเหมือนว่าจะชินชาราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น ซึ่งทุกครอบครัวยังทำมาหากินตามปกติ อย่างชายวัยกลางคนในพื้นที่สีแดงอายุ 49 ปี รอพี
เนื่องจากเขามองว่าปัญหาส่วนหนึ่งที่เยาวชนวัยหนุ่มสาวที่ถูกดึงไปในทางที่ผิด เกิดจากส่วนหนึ่งมาจากการว่างงานและยาเสพติด จึงต้องหาวิธีด้วยงานสร้างให้เกิดขึ้นในท้องถิ่น และหลังจากที่สร้างความเข้าใจกับงานแล้ว เขาลงมือแปรรูปตอไม้ ซึ่งมีอยู่ในท้องถิ่นเป็นจำนวนมากมาเป็นผลิตภัณฑ์ โดยเริ่มจากชิ้นเล็กๆ และยกระดับความยากของงานไปทีละขั้น จนสามารถรังสรรค์ผลงานได้มากมาย ทั้งนาฬิกาจากรากไม้ เรือสำเภา และอุปกรณ์ตกแต่งภายในบ้านอีกหลายชนิด ทำให้สร้างงานสร้างรายได้แก่เยาวชนและคนหนุ่มสาวในพื้นที่ได้เป็นอย่างดี
“ในพื้นที่ทางภาคใต้ ผมเห็นมีวัตถุดิบประเภทตอไม้ รากไม้จำนวนมากที่เราน่าจะแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ได้ เมื่อผมได้ศึกษาความงามของศิลปะจากตำรา ผมใช้เวลาว่างตระเวนเก็บตอไม้ รากไม้ เศษไม้ที่ถูกทิ้งขว้างในชุมชน มาสร้างชิ้นงานตามจินตนาการจนกลายเป็นของมีค่า มีราคา สามารถนำไปขายได้ในท้องตลาด” รอพี กล่าวอย่างภาคภูมิใจ
ด้วยความมานะตั้งใจ ไม่นานความพยายามของ “รอพี” ที่จะสร้างแรงกระตุ้นให้เยาวชนในพื้นที่ใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ ก็สัมฤทธิผล เมื่อคนหนุ่มสาวทยอยเดินทางมาฝึกและเรียนรู้การประดิษฐ์ตอไม้ให้เป็นผลิตภัณฑ์ในรูปลักษณ์ต่างๆ มากขึ้นเรื่อยๆ
ช่วงแรก รอพี บอกว่า จากที่ได้ชักชวนมีเด็กในหมู่บ้านมารวมตัวแปรรูปผลิตภัณฑ์ได้ 7-8 คน เขาใช้ความพยายามถ่ายทอดความรู้ให้เต็มที่ ในเบื้องต้นติดปัญหาคือการตลาดที่ยังไม่สามารถหาแหล่งจำหน่ายให้ได้มากกว่าที่วางขายในท้องถิ่น ทำให้รายได้ไม่เป็นไปตามเป้า กระทั่งต้นปี 2552 ผลงานผลิตภัณฑ์แปรรูปจากตอไม้ของวัยรุ่น ต.บาโงชิแน แห่งนี้ เข้าตาเจ้าหน้าที่หน่วยพัฒนาการเคลื่อนที่ 42 ยะลา จึงเข้ามาสนับสนุนส่งเสริมและยกระดับให้เป็นผลิตภัณฑ์ชุมชนที่มีมาตรฐาน ที่สำคัญยังเข้ามาช่วยเหลือด้านการตลาด นำสินค้าออกสู่ภายนอกเพื่อสร้างรายได้ให้ผู้ผลิตมากขึ้น
จากนั้นไม่นานจึงจัดตั้ง “กลุ่มเยาวชนผลิตภัณฑ์จากตอไม้ ต.บางโงชิแน” ปัจจุบันมีสมาชิกกว่า 30 คน ซึ่งทุกคนจะมีรายได้ขึ้นอยู่กับผลงานที่แต่ละคนผลิตได้แต่ละเดือน รวมไปถึงความยากง่ายของชิ้นงาน เนื่องจากปัจจุบันมีตลาดรองรับแล้ว โดยยอดที่สั่งเข้ามานับวันจะเพิ่มมากขึ้น
“ตอนนี้เราเดินสายนำผลิตภัณฑ์ไปจำหน่ายในงานแสดงสินค้าต่างๆ เด็กก็มีรายได้ตามไปด้วย ที่สำคัญยอดสั่งซื้อสินค้ามีแนวโน้มเพิ่มขึ้นตามลำดับ เหล่านี้คือความภูมิใจที่เราดึงให้เยาวชนอยู่ในเส้นทางที่ดี โดยไม่ถูกชักจูงไปในทางที่ผิด ซึ่งถือเป็นการตัดวงจรความรุนแรงได้อีกทาง อย่างน้อยเขาก็มีรายได้เฉลี่ย 300 บาทต่อหนึ่งผลงานเป็นอย่างต่ำ” รอพี กล่าว
ความพยามยามของ “รอพี ต๊ะซา” นับเป็นตัวอย่างที่น่ายกย่อง แม้วันนี้รายได้จากการประดิษฐ์ผลิตภัณฑ์จากตอไม้และรากไม้จะสร้างรายได้ไม่มากนัก แต่การดึงให้คนหนุ่มสาวในพื้นที่สีแดงเช่นนี้ให้มีงานทำและไม่ถูกชักจูงไปในทางที่ผิด ถือเป็นรายได้ทางสังคมที่สูงค่ายิ่ง
"สุพิชฌาย์ จันต๊ะปา"



