ไลฟ์สไตล์

พลิกที่นาปลูกมะม่วงส่งออกญี่ปุ่น
วันนี้ "อุดม แก้ไพฑูลย์" ปลอดหนี้

พลิกที่นาปลูกมะม่วงส่งออกญี่ปุ่น วันนี้ "อุดม แก้ไพฑูลย์" ปลอดหนี้

17 ก.ย. 2552

จากการที่ "อุดม แก้ไพฑูลย์" เกษตรกร วัย 40 ปี เกิดในครอบครัวชาวนาที่บ้านแฮด ต.หนองแซง อ.บ้านแฮด จ.ขอนแก่น จึงทำให้เส้นทางอาชีพของเธอเริ่มต้นด้วยการเจริญรอยตามครอบครัว คือทำนาตั้งแต่เรียนจบชั้นประถมปีที่ 6 ซึ่งช่วงแรกๆ เป็นการทำนาช่วยครอบครัวมากกว่า

  หลังจากเธอแต่งงานมีครอบครัว คุณแม่ก็ยกที่นาทั้งหมด 50 ไร่ เธอจึงทำนาต่อ และระหว่างนั่นเองเธอจึงกลายเป็นคนติดหนี้สินจากสถาบันการเงิน ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) และธนาคารกรุงไทย จำกัด เป็นเงินเรือนแสนบาท เนื่องจากขายข้าวในยุคนั้นไม่ได้ราคาจึงประสบภาวะขาดทุน เพราะต้นทุนค่าปุ๋ย ค่าจ้างไถ่ ค่าสารเคมีฆ่าแมลงสูงขึ้นนั่นเอง

 ในที่สุด อุดม มองว่า หากยังทำนาปลูกข้าวต่อไป โอกาสที่จะหาเงินแสนมาใช้หนี้คงไม่ง่ายนัก ในที่สุดตัดสินใจพลิกที่นาทั้งหมด 50 ไร่ หันมาปลูกมะม่วง ในปี 2531 เธอเลือกปลูกมะม่วงพันธุ์น้ำดอกไม้สีทอง จำนวน 20 ไร่ ที่เหลือปลูกมะม่วงโชคอนันต์ และพืชผักอย่างอื่น หลังจากไปเห็นจากสถานที่ต่างๆ ว่าการปลูกมะม่วงได้ราคาดีกว่า

 "ทางอีสานเรามีผลไม้ที่ปลูกในท้องถิ่นน้อยมาก ส่วนใหญ่จะนำเข้ามาจากภาคอื่น อาทิ ภาคตะวันออก พอเราปลูกเอง เป็นมะม่วงในพื้นที่ สดกว่า ทำให้ได้ราคาที่ดีกว่า พอมะม่วงให้ผลผลิตเพียง 2 ปี ฉันสามารถใช้หนี้ให้ ธ.ก.ส.กว่า 1 แสนบาท จนหมดเกลี้ยง เพราะในแต่ละปีจะได้ผลผลิตมะม่วงถึงกว่า 40 ตัน และผลผลิตทั้งหมดฉันขายเอง" อุดม กล่าว

 การก้าวกระโดดในอาชีพการเป็นชาวสวนมะม่วงของ อุดม อีกครั้ง หลังจากที่ผลผลิตมะม่วงในสวนของเธอเป็นที่รู้จักของคนทั่วไป ทำให้มีเจ้าหน้าที่วิชาการจากสำนักงานเกษตรจังหวัดขอนแก่นไปแนะนำให้เธอปลูกมะม่วงปลอดสารพิษ เนื่องจากมีบริษัทเอกชนต้องการมะม่วงน้ำดอกไม้จำนวนมากส่งออกไปยังตลาดญี่ปุ่น

 อุดม ปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่เกษตรจังหวัด กระทั่ง 2 ปีก่อน สวนของเธอได้รับการรับรองแหล่งผลิตพืชตามมารตรฐานระบบการผลิตที่ถูกต้องในฟาร์ม หรือจีเอพี (GAP) ในโครงการความปลอดภัยด้านอาหาร (Food Safety) ทำให้มีบริษัเอกชนรายหนึ่งมารับซื้อมะม่วงพันธุ์น้ำดอกไม้สีทองในราคากิโลกรัมละ 70 บาท เพื่อส่งออกไปยังประเทศญี่ปุ่น เป็นผลมะม่วงแก่ 85% ส่วนที่เหลือจากการคัดเกรด เธอนำไปขายเองในตลาดบางลำพู เทศบาลนครขอนแก่น ในราคากิโลกรัมละ 50 บาท ส่วนพันธุ์โชคอนันต์ขายกิโลกรัมละ 30 บาท ในแต่ละวันช่วงฤดูเก็บเกี่ยวจะเก็บขายวันละ 1 ตัน ถึง 2 ตัน หากเป็นวันสำคัญ

 "ผลผลิตทั้งหมดเราเอง และขายดีมากค่ะ บางวันอย่างตรงกับวันพระต้องขนกันหลายเที่ยวรถกระบะ บางวันถึง 2 ตัน เฉลี่ยแล้วในแต่ละฤดูกาลจะมีรายได้ราว 4-5 แสนบาท ทำให้ตอนนี้ฉันมีทุกอย่างตามประสาคนบ้านนอกค่ะ" เธอ กล่าวอย่างภาคภูมิใจ

 ก็นับเป็นเกษตรกรที่ประสบผลสำเร็จอีกครอบครัวหนึ่ง จากเดิมที่ เมื่อครั้งที่ทำนามีหนี้สินถึงเรือนแสน แต่ปัจจุบันกลายเป็นเกษตรกรที่มีคุณภาพสามารถผลิตมะม่วงส่งออกไปยังประเทศญี่ปุ่นได้

"ดลมนัส กาเจ"