
ระวัง“ครู4ปี”โอละพ่อ ทปอ.ราชภัฏติงอย่าด่วนสรุป
ทปอ.ราชภัฏติงอย่าด่วนสรุปใช้หลักสูตร4ปีผลิตครู อธิการบดี มร.สส.แนะเอาผลงานวิจัยตีแผ่ให้สังคมรับรู้ เผยหลักสูตร 5 ปีมีวิจัยเชิงประจักษ์หากล้มเลิกต้องใช้วิชาการ
รองศาสตราจารย์ ดร.ฤๅเดช เกิดวิชัย อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา (มร.สส.) เปิดเผยว่า ตามที่สภาคณบดีคณะครุศาสตร์ ศึกษาศาสตร์แห่งประเทศไทย ได้เสนอให้มีการลดระยะเวลาการเรียนหลักสูตรครุศาสตรบัณฑิต จาก 5 ปี เป็น 4 ปีนั้น จากการประชุมอธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏเมื่อวันที่ 11 กรกฏาคมที่ผ่านมาที่อาคารศาสตราจารย์วิจิตร ศรีสอ้าน โดยมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ นายแพทย์ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ เข้าร่วมประชุมด้วยนั้น ปรากฏว่าที่ได้มีการหยิบยกเรื่องนี้มาพูดคุย กระแสเสียงส่วนใหญ่ยังไม่เห็นด้วยที่สภาคณบดีฯ จะเร่งรัดดำเนินการเรื่องนี้ทั้งๆ ที่ยังมีข้อมูลและแนวคิดที่หลากหลาย ทั้งที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วย
รองศาสตราจารย์ ดร.ฤๅเดช เกิดวิชัย
ทั้งนี้ อธิการบดีส่วนใหญ่ยังมองว่าที่ผ่านมาหลักสูตรครู 5 ปีไม่ได้มีปัญหาใดๆ ดำเนินไปด้วยความราบรื่น การจะเปลี่ยนแปลงใดๆ ควรมีข้อมูลที่ครบถ้วนรอบด้าน ทำให้ทุกๆ ฝ่ายยอมรับ ไม่มีกระแสคัดค้านและมองต่างมุมมากเหมือนที่เป็นอยู่ ณ ขณะนี้
“ที่ประชุมได้ให้ความเห็นและให้ข้อคิดกับสภาคณบดีฯว่า ควรจะเอาข้อมูลและงานวิจัยที่มีอยู่มาประมวลและสังเคราะห์เป็นองค์ความรู้ เพื่อนำไปสู่การตัดสินใจที่ถูกต้อง เพราะการผลิตครูเป็นเรื่องละเอียดอ่อน ต้องใช้ความรอบคอบ ที่ประชุมไม่มีการประกาศเจตนารมณ์หรือแสดงจุดยืนในเรื่องนี้ เพราะเหตุผลก็คือยังมีข้อมูลไม่เพียงพอ ไม่กล้าที่จะชี้นำสังคม ซึ่งในทำนองเดียวกัน การประกาศจุดยืนของสภาคณบดีฯ จนถึงขั้นไปนำเสนอต่อสภาวิชาชีพนั้น ก็ควรที่จะต้องมีพื้นฐานจากงานวิชาการด้วย ”
อธิการบดี มร.สส.กล่าวว่า ที่ผ่านมา สภาคณบดีคณะครุศาสตร์ ศึกษาศาสตร์แห่งประเทศไทยอ้างว่า มีงานวิจัยพบว่าผลผลิตของหลักสูตร 4 ปีกับ 5 ปีไม่มีความแตกต่างกัน ในส่วนตัวอยากให้เอาผลงานเล่มนี้ออกมาแสดงให้สังคมให้ประจักษ์ เพราะต้องพิจารณาถึงความน่าเชื่อถือ ใครคือผู้วิจัย ได้แหล่งทุนจากแหล่งใด รวมทั้งในประเด็นอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องระเบียบวิธีวิจัย ประชากร กลุ่มตัวอย่าง หรือเครื่องมือที่นำไปวัด
เพราะคุณภาพบัณฑิตต้องวัดกันในทุกมิติ ทั้งความรู้ เจตคติและภาคปฏิบัติ ที่บอกว่าไม่แตกต่างนั้น ไม่แตกต่างในส่วนไหนบ้าง ซึ่งในกรณีนี้ หากผลออกมาเป็นเช่นนั้นจริง ในเบื้องต้นบรรดาคณบดีครุศาสตร์และศึกษาศาสตร์ทั้งหลายต้องออกมาร่วมกันรับผิดชอบ เพราะใช้เวลาเพิ่มขึ้น 1 ปีแต่ไม่สามารถสร้างคุณค่าเพิ่มใด ๆ ให้เกิดขึ้นกับบัณฑิตได้เลย
“อยากให้สภาคณบดีฯไปเปิดดูประวัติศาสตร์ความเป็นมาของหลักสูตร 5 ปี เพราะเกิดขึ้นในยุคที่วิชาชีพครูตกต่ำมาก มีงานวิจัยออกมามากมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง สำนักงานเลขาธิการสภาสถาบันราชภัฏในขณะนั้นให้งบประมาณในการศึกษาวิจัย ได้ผลออกมาแล้ว ก็ทำประชาพิจารณ์ทั่วทุกภูมิภาคของประเทศ เรียกได้ว่าทำถูกต้องตามหลักวิชาการทุกประการ แต่สำหรับข้อมูลที่ผมรับทราบ ณ ขณะนี้ ยังไม่เห็นงานวิจัยที่ชี้ชัดดั่งกับที่สภาคณบดีฯกล่าวอ้าง เห็นมีแต่ข้อเขียนและบทวิเคราะห์ของคณบดีบางคนเท่านั้น เรื่องนี้ควรที่จะต้องเป็นเอกภาพ จุดยืนของสภาคณบดีฯเองในช่วง 2-3 ปีนี้ ก็ยังสับสน ”
รศ.ดร.ฤๅเดช ยังกล่าวด้วยว่า เรื่องนี้ อยากให้มีข้อสรุปในเชิงวิชาการ สภาคณบดีฯไม่ควรผลีผลามเร่งรัด เป็นนักวิชาการก็ต้องใช้เหตุผลเชิงวิชาการ ไม่ควรเลือกข้อมูลหรืองานวิจัยเฉพาะที่ตัวเองเห็นด้วยมานำเสนอ รวมทั้งไม่ควรมีการล็อบบี้ ระดมคนเพื่อหาเสียงสนับสนุนความคิด



