ไลฟ์สไตล์

ปรับปรุง-ซ่อม-สร้าง เตรียมบ้านประชารัฐ รับสังคมสูงวัยไทย

ปรับปรุง-ซ่อม-สร้าง เตรียมบ้านประชารัฐ รับสังคมสูงวัยไทย

12 มิ.ย. 2560

...

เดินหน้าอย่างต่อเนื่องกับโครงการประชารัฐเพื่อสังคม สร้างความเท่าเทียมทั่วถึงของประชาชนคนไทย หนึ่งในนั้นคือการสนับสนุนให้เกิดการพัฒนาที่อยู่อาศัยเพื่อผู้สูงอายุอย่างยั่งยืนและสอดคล้องกับสภาพแวดล้อม และอัตลักษณ์ของสังคมไทยรองรับสถานการณ์การเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุของไทยที่จะมีจำนวนผู้สูงอายุร้อยละ 20 ของประชากรไทยทั้งประเทศในอีก 4 ปีข้างหน้านี้ การเตรียมความพร้อมรับมือจึงเป็นเรื่องที่หลายฝ่ายตระหนักและร่วมมือกันสร้างเส้นทางแห่งความมั่นคงให้ผู้สูงอายุสามารถดำรงชีวิตอย่างมีคุณภาพจนกระทั่งลมหายใจสุดท้าย

รศ.ไตรรัตน์ จารุทัศน์ หัวหน้าหน่วยปฏิบัติการวิจัยสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมกับผู้สูงอายุและคนพิการ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยและคณะทำงานประชารัฐเพื่อสังคมด้านที่อยู่อาศัยและสิ่งแวดล้อมเพื่อการอยู่อาศัยเปิดเผยว่า จากการทำวิจัยและสำรวจของหน่วยปฏิบัติการวิจัยสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมกับผู้สูงอายุและคนพิการ จุฬาฯ มากว่า 8 ปี พบแนวทางที่มาสำคัญในขณะนี้คือ ผู้สูงอายุในประเทศไทยเราควรจะอาศัยอยู่แหล่งที่เดิมร้อยละ 80-90  ไม่ว่าจะเป็นการปรับปรุงบ้าน การรื้อบ้าน และการสร้างบ้านบนที่ดินเดิม นโยบายตามแนวทางประชารัฐเพื่อสังคมด้านที่อยู่อาศัยฯ ที่จะดำเนินการในช่วงแรกคือ การส่งเสริมให้ผู้สูงอายุอยู่ในบ้านเดิม ชุมชนเดิมให้นานที่สุด รวมทั้งมี หน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่จะต้องส่งแพทย์หรือบุคลากรด้านสาธารณสุขไปดูแลที่บ้าน เรียกว่า Home health care รวมถึงองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเจ้าหน้าที่พัฒนาสังคม ส่งเจ้าหน้าที่ไปดูแลผู้สูงอายุที่บ้าน ซึ่งรูปแบบการให้ผู้สูงอายุอาศัยอยู่ที่เดิม และส่งเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้าไปดูแลจะยั่งยืน และประเทศไทยมีการพิสูจน์แล้วว่า ให้ประชาชนช่วยดูแลกันเองสำเร็จมาหลายชุมชน จึงยึดแนวทางนี้เป็นแนวทางหลัก

“ในระยะควิกวิน(Quick Win)ประชารัฐเพื่อสังคมด้านที่อายู่อาศัยฯ นี้หน่วยปฏิบัติการวิจัยฯ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ร่วมกับ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)บริษัท SCG จำกัดกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่งคงของมนุษย์ (พม.) และเครือข่ายที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม ดำเนินโครงการในระยะแรกมีการวางแผนในการซ่อมแซม ปรับปรุงบ้านผู้สูงอายุในท้องถิ่นที่จังหวัดลำปาง โดยมีเป้าหมายในการปรับปรุงบ้านเดิมของผู้สูงอายุให้มีความปลอดภัย จำนวน 20 หลังตามงบประมาณหลังละ 20,000บาท ตั้งเป้าให้แล้วเสร็จในเดือนกันยายน2560 นี้ โดยอาศัยตัวอย่างการปรับปรุงบ้านตามโครงการนำร่องที่ประสบความสำเร็จเป็นอย่างมากจาก เทศบาลตำบลหนองตองพัฒนา อำเภอหางดง จังหวัดเชียงใหม่ ที่ปรับปรุงที่อยู่อาศัยผู้สูงอายุ จัดหาอุปกรณ์ช่วยผู้สูงอายุ และปรับปรุงสภาพแวดล้อมสำหรับผู้สูงอายุ ซึ่งการปรับปรุงบ้านในพื้นที่ชนบทจะไม่มีแบบบ้าน แต่มีตัวอย่างการปรับบ้านนำร่องตามความต้องการและการใช้งานที่เหมาะสม โดยมีแนวทาง อาทิ  การติดตั้งราวจับ ซึ่งเป็นวัสดุที่เหมาะสมกับท้องถิ่นเป็นสำคัญ”รศ.ไตรรัตน์กล่าว

รศ.ไตรรัตน์ กล่าวเสริมว่านอกจากนี้ทีมวิจัยฯยังได้พัฒนาแบบบ้านสำหรับผู้สูงอายุที่ใช้ชีวิตในสังคมเมืองเป็นส่วนใหญ่ เพื่อตอบสนองความต้องการและการดำเนินชีวิตที่แตกต่างกันของผู้สูงอายุ และยังเป็นศูนย์กลางรวบรวมแบบบ้านทุกแบบเพื่อคนทุกคนที่หน่วยงานต่าง ๆ จัดทำไว้ สามารถนำไปใช้ตามสถานภาพของแต่ละคน ทั้งด้านร่างกาย เศรษฐกิจ สังคมที่เหมาะสมและเนื่องจากเรามีองค์ความรู้การปรับปรุงบ้านในชนบท แบบบ้านผู้สูงอายุในเมือง มีอุปกรณ์ที่ได้มาตรฐานแล้ว อนาคตอันใกล้นี้จำเป็นต้องมีกลไกสำคัญในระยะกลางตามโครงการประชารัฐ คือ มีศูนย์อบรมให้ความรู้เรื่องนี้ โดยศูนย์เรียนรู้และพัฒนาองค์ความรู้ Universal design (UD center)เป็นที่รวบรวมของข้อมูลทั้งหมด กระจาย 4 ภาค ได้แก่ ภาคเหนือ-มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ภาคกลาง-มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ภาคใต้-มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ภาคอีสาน-มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ให้ประชาชนสามารถเข้าถึงข้อมูลที่ศูนย์ได้ อาทิ ปรับปรุงบ้านชนบท แบบบ้านคนเมือง ตัวอย่างวัสดุ มีบุคลากรที่ให้ความ เช่น สถาปนิก อาจารย์คณะสถาปัตยกรรม ที่ให้ความรู้ ให้คำปรึกษาได้ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างดำเนินการให้เกิดขึ้น

นอกจากนี้ ผศ.ชุมเขต แสวงเจริญ หัวหน้าหน่วยวิจัยและออกแบบเพื่อคนทั้งมวล มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และคณะทำงานประชารัฐเพื่อสังคมด้านที่อยู่อาศัยฯกล่าวว่า นอกจากแผนควิกวินแล้ว ตามโครงการประชารัฐเพื่อสังคมด้านที่อยู่อาศัยฯ ยังได้มีการพัฒนามาตรการในระยะกลางถึงระยะยาวประชารัฐเพื่อสังคมด้านที่อยู่อาศัยและสิ่งแวดล้อมเพื่อการอยู่อาศัยโดยก.พม. สสส.ร่วมกับหน่วยวิจัยและออกแบบเพื่อคนทั้งมวล ม.ธรรมศาสตร์ โดยมีการสำรวจและอยู่ระหว่างการจัดรับฟังความคิดเห็นในวันที่ 26 พฤษภาคมนี้เนื่องจากการดูแลพัฒนา ปรับปรุงสภาพแวดล้อมเพื่อที่อยู่อาศัยฯอาจไม่สามารถดำเนินงานทั้งหมดเสร็จภายใน 2 ปี จึงต้องมีแผนระยะยาวสำหรับ5-20 ปี ประกอบด้วย 3 ประเด็นหลัก คือ1. ประเด็นเศรษฐกิจการเงินได้สำรวจและสรุปข้อเสนอแนะสำหรับการจัดทำสินเชื่อการตลาด การออม ส่งเสริมการพัฒนาผลิตภัณฑ์สินเชื่อด้านที่อยู่อาศัยสำหรับผู้สูงอายุ  เช่น เงินกู้ยืม สร้างความตระหนักในการออมทุกช่วงวัย เพราะความมั่งคงของที่อยู่อาศัยต้องตระหนักถึงการออมตั้งแต่เด็ก ส่งเสริมนโยบายกองทุนเพื่อผู้สูงอายุ ที่มีรายได้น้อย ที่ไม่สามารถเข้าถึงสินเชื่อปกติได้  ทบทวนนโยบายด้านการเงินและภาษีของผู้สูงอายุ ตามเงื่อนไขที่มีเวลาผ่อนชำระน้อยกว่าคนทั่วไป

อาจารย์ชุมเขต กล่าวต่อว่าประเด็นต่อมาคือ นโยบายด้านสังคม ที่อยู่อาศัยที่เกี่ยวข้องกับประเด็นสังคม การมีที่อยู่อาศัยเป็นหลักพื้นฐานของมนุษย์เพราะฉะนั้นทำอย่างไรจะทำให้เกิดการเข้าถึงที่อยู่อาศัยได้อย่างเท่าเทียม ก.พม.ตั้งเป้า 10 ปีข้างหน้าทุกคนต้องมีบ้าน แต่รูปแบบของคำว่า บ้านต้องมีความหลากหลาย เหมาะสมกับไลฟ์สไตล์ของคนแต่ละยุค ส่วนหนึ่งมองว่าการที่ผู้สูงอายุได้อยู่อาศัยในที่อยู่เดิมจะเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด ใครเคยอยู่ตรงไหนก็ให้อยู่ตรงนั้น อย่าให้ผู้สูงอายุต้องพลัดพรากจากถิ่นที่เคยอยู่ การปรับบ้านเพิ่มพื้นที่ในชุมชน รวมถึงการทำชุมชนให้สามารถดูแล ตอบสนองผู้สูงอายุได้ ตามหลักการสำคัญได้แก่ ส่งเสริมให้ผู้สูงอายุอยู่อาศัยในถิ่นที่เดิม  สนับสนุนให้ผู้สูงอายุมีการทำงานที่บ้านได้ มีงานเท่ากับได้ใช้ความคิด ไม่หยุดนิ่ง ชะลอความเสื่อมโทรมของร่างกายลงได้ ส่งเสริมให้ชุมชนเข้มแข็ง เป็นชุมชนที่เอื้อเฟือดูแลกันได้ รวมทั้งระบบขนส่งสาธารณะต้องเอื้ออำนวยให้เข้าถึงบริการต่างๆที่ผู้สูงอายุต้องการ อาทิ เดินทางไปโรงพยาบาล ตลาด วัดฯลฯ

“สิ่งสำคัญคือการนำเอาองค์ความรู้ ทฤษฎีที่มีอยู่เดิมไปปรับพื้นที่ ที่เดิมให้ผู้สูงอายุอยู่ได้อย่างมีความสุข บางทีเคยอยู่บ้านใต้ถุนโล่ง ชั้นสอง นี่ความท้าทายของโจทย์ที่ทำอย่างไรผู้สูงอายุจะอยู่ชั้นสองได้อย่างปลอดภัย  รวมทั้งประเด็นสุดท้ายคือ ข้อเสนอแนะสภาพแวดล้อมโดยเฉพาะ จะต้องทำบ้านที่อยู่อาศัย เรื่องของมาตรฐานบ้าน มาตรฐานผลิตภัณฑ์ที่จะนำไปใช้ในบ้าน มาตรฐานผลิตภัณฑ์ที่ชุมชนท้องถิ่นใช้ได้ ที่ไม่ใช่ในเมืองใช้ รูปแบบของบ้าน ที่อยู่อาศัยสอดคล้องกับการดำเนินชีวิตของผู้สูงอายุ”ผศ.ชุมเขตกล่าวทิ้งท้าย

แม้ว่าทั้งหมดจะเป็นระยะต้นของการดำเนินงานเพื่อการพัฒนาที่อยู่อาศัยและสิ่งแวดล้อมเพื่อการอยู่อาศัยของผู้สูงอายุ แต่ถือเป็นการเริ่มต้นเส้นทางก้าวไปสู่ความพร้อมในการดูแลผู้สูงอายุอย่างยั่งยืน ทั้งการดูแลระยะเร่งด้วยให้ผลทันที จนไปถึงการเตรียมรากฐานความมั่นคงทางเศรษฐกิจสังคมในระยะยาวต่อไป โครงการประชารัฐเพื่อสังคมจึงเป็นอีกโอกาสในการดูแลทุกคนทุกกลุ่มวัยอย่างเท่าเทียม ให้ประเทศไทยมีรากฐานมั่นคง ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดีต่อไป