
ขอหยุดวิจารณ์ผลิตครู 4 ปีหรือ 5 ปี
ประธานส.ค.ศ.ท. ขอหยุดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ผลิตครู 4 ปีหรือ 5 ปี โดยให้ความเข้าใจต้นเรื่องที่มาของข้อมูลให้ชัดๆเพื่อความเข้าใจให้ตรงกัน
รศ.ดร.ประพันธ์ศิริ สุเสารัจ ประธานสภาคณบดีคณะครุศาสตร์ -ศึกษาศาสตร์แห่งประเทศไทย (ส.ค.ศ.ท.) กล่าวถึงกรณีกระแสวิพากษ์ วิจารณ์การผลิตครู 4 ปี หรือ 5 ปี ที่เริ่มแสดงความคิดเห็นขยายวงมากเกินจริง โดยโพสต์ผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ดังนี้....
ได้เคยเรียนไปแล้วว่าสภาคณบดีคณะครุศาสตร์-ศึกษาศาสตร์ ได้เคยมีมติในที่ประชุมครั้งล่าสุดเมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม 2560 ไปแล้วว่า "แม้ว่าเสียงโหวตของสมาชิกส่วนใหญ่จะสนับสนุนให้ผลิตครู 4 ปี ก็ตามแต่สภาคณบดีจะยังไม่ถือเป็นมติ จะยังมีการศึกษา วิจัยอย่างลุ่มลึก รอบด้าน จากผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่ายจนมั่นใจและมีความเห็นพ้องต้องกันจริงๆเราจึงจะเดินหน้าต่อไป เพราะประเทศชาติจะเสียหายอะไรไม่ได้อีกแล้ว...ดังนั้นตอนนี้....
สภาคณบดีฯ จะขอเก็บข้อมูลและรับฟังความคิดเห็นจากทุกฝ่ายค่ะ จะถือว่าทุกความคิดเห็นเป็นสิ่งที่ดีมีคุณค่า เพราะทุกคนอยู่ในวงการผลิตครูหรือเกี่ยวข้องกับวงการผลิตครูเหมือนกัน ต่างมีมุมมองและประสบการณ์จริงที่แตกต่างกัน และตอนนี้ก็พอจะวิเคราะห์ได้บ้างแล้วว่าจุดโหว่ของความแตกต่างระหว่างความคิดอยู่ตรงไหน นั่นเป็นเพราะแต่ละคนมองบนประสบการณ์ของตนเองและมองคนละมุมจริงๆ
สภาคณบดีฯขอย้ำอีกครั้งว่า สภาคณบดีฯ จะหาทางศึกษา วิจัยร่วมมือระหว่างกันอย่างจริงจังและจริงใจ เราจะร่วมมือกันศึกษาให้กว้าง ลึกและรอบด้าน จะทำทุกอย่างเพื่อสร้างคุณภาพ ความเข้มแข็ง และรักษาเกียรติศักดิ์ศรีของวิชาชีพครูอย่างไม่มีอคติและมิจฉาทิษฐิ …
จะรับฟังทุกข้อมูลและเอาทุกความคิดเห็นมาวิเคราะห์ แม้จะต้องเสียเวลาช้าไปบ้างก็จำเป็นต้องทำเพราะเราจะทำอะไรง่ายๆและผิดพลาดในเรื่องสำคัญๆเช่นนี้ไม่ได้อีกแล้ว..
ตอนนี้..จึงอยากขอความร่วมมือจากทุกฝ่ายหันมาร่วมมือกันช่วยกันศึกษาวิเคราะห์อย่างลึกซึ่ง จรืงใจ บนหลักการทางวิชาการเพื่อเป็นการกอบกู้ พัฒนาและร่วมกันปกป้องวิชาชีพครูให้ดีมึคุณภาพให้สมกับเป็นวิชาชีพชั้นสูง...
... ที่ผ่านมาเราก็ย่ำแย่กันมามากพอแล้วไม่ใช่หรือ.....
ดังนั้น ตอนนี้อยากขอร้องทุกคนว่า..เราจะหยุดพูดถึง 4 ปีหรือ 5 ปี ซึ่งเป็นปลายเหตุเสียก่อนค่ะ เพราะรังแต่จะสร้างความร้าวฉานมากขึ้นและ..ถกเถียงกันไม่รู้จบ... แต่เราจะกันมาช่วยกันพิจารณาว่า.....ถ้าจะผลิตครูที่ดีมีคุณภาพ จะต้องมีอะไรบ้าง จะต้องคำนึงถึงหรือมีปัจจัยอะไรบ้างและจะต้องทำอย่างไรบ้าง ที่ผ่านมามันมีข้อดีข้อเสียอะไร/อย่างไร แล้วต่อไปมันควรจะเป็นอย่างไร จึงจะทำให้การผลิตครูมีคุณภาพมีประสิทธิภาพ คุ้มค่าและเกิดประโยชน์สูงสุดต่อเยาวชนและประเทศชาติ และสุดท้ายแล้วมันจะใช้เวลากี่ปี จะสี่ปีหรือ 5 ปีก็จะต้องตอบโจทย์ในเรื่องของคุณภาพและประสิทธิภาพค่ะ
... ทั้งนี้บางทีเวลาเรียนที่ลดลงหรือเพิ่มขึ้นอาจไม่ได้แปลว่าคุณภาพจะลดลงหรือเพิ่มขึ้นก็ได้ มันอาจมาจากปัจจัยอื่นๆก็ได้ จึงต้องมาศึกษา พิจารณากันให้รอบคอบว่ามันอยู่ที่อะไรกันแน่
ดังนั้น..เราจึงต้องมาร่วมด้วยช่วยกันศึกษาวิเคราะห์และค้นหาคำตอบที่เป็นไปได้มากที่สุดร่วมกัน โดยต้องยอมรับในเหตุผล ข้อมูลและเสียงส่วนใหญ่ ...ทั้งนี้เราทุกคนจะต้องละวางความคิดเดิมของให้หมดและมาตั้งต้นศึกษาวิเคราะห์ร่วมกันใหม่โดยไม่ต้องกลัวว่ามันจะเจอะเจอกับปัญหาอะไร ถ้าจะทำเพื่อสิ่งที่ดีกว่าต้องสู้ เพราะถ้าคิดถึงแต่ปัญหา เราก็จะไม่กล้าทำอะไรเลย .....
ทั้งนี้ ขอแจ้งให้ทราบว่าคุรุสภาเขาก็ยังไม่ได้สรุป ตัดสินใจอะไรเลย เป็นเพียงข้อเสนอของบางฝ่ายที่มีข้อมูลน่าเชื่อถือไปยังคุรุสภาซึ่งเขาต้องรับฟัง และคุรุสภายังเสนอให้สภาตณบดีฯทำการศึกษาวิจัยให้ดีก่อนด้วยซ้ำไป ท่านที่เตือนมาด้วยความเป็นห่วงว่าประธานสภาคณบดีจะตกเป็นเครื่องมือของใครนั้น..ไม่ต้องกังวล เพราะจะยึดประโยชน์ของเทศชาติเป็นที่สำคัญ..
....ซึ่งตอนนี้ สภาคณบดีฯก็ได้มีการประสานงานกับคุรุสภาเพื่อจะดำเนินการ ซึ่งท่านท่านทั้งหลายคงจะได้ร่วมมาพูดคุยแสดงความคิดเห็นกันในที่ประชุมอย่างเปิดเผย โปร่งใส อันจะเกิดประโยชน์และมีผลในทางปฏิบัติมากกว่า
จึงเรียนมาให้ทราบเพราะหลายคนที่เข้ามาวิพากษ์ วิจารณ์ ในสื่อสังคมเริ่มโทษคนโน้นคนนี้ เกินเลยไปจากที่มาหรือต้นเรื่องจริงๆ
ขอให้อดใจรอ ถ้าโครงการวิจัยผ่านที่ประชุมของคุรุสภาจริงๆ เราจะได้เริ่มร่วมมือดำเนินงานกันอย่างเต็มที่ค่ะ แต่ถ้าข้อเสนอโครงการของสภาคณบดีฯไม่ผ่านก็ไม่เป็นไร ก็ถือว่าสภาคณบดีฯได้พยายามทำหน้าที่อย่างเต็มที่แล้ว แต่สภาคณบดีฯก็จะยังคงมุ่งพัฒนาต่อไปโดยจะหันกลับไปพัฒนาคุณภาพการผลิตครูตามบทบาทหน้าที่ที่มีอยู่ต่อไปให้ดีที่สุดค่ะ



