ไลฟ์สไตล์

อยากรู้มั้ย !!ทำไมครู3รายถึงได้เป็นหนี้

อยากรู้มั้ย !!ทำไมครู3รายถึงได้เป็นหนี้

07 ก.ค. 2560

ครู3คนที่ได้รับการอนุมัติให้เข้าร่วมโครงการแก้หนี้วิกฤติครั้งที่ 1 เป็นใครมาจากไหน ทำไมถึงเป็นหนี้และทำไม "หนี้"ถึงได้รับแก้ไข "หทัยรัตน์ ดีประเสริฐ "มีคำตอบ

      “สงกรานต์ ศุภผล จ.เชียงราย, กนกพิชญ์ พันธ์เขตกิจ จ.เพชรบูรณ์ และทองสุข เมืองนนท์ จ.อุตรดิตถ์” 2 คนแรกเป็นครูประจำการ 2 และครูบำนาญอีก 1 คน ทั้ง 3 คนถูกคัดเลือกให้เข้าร่วมโครงการการจัดสวัสดิการเพื่อแก้ไขปัญหาหนี้สินและพัฒนาคุณภาพชีวิต (ครั้งที่ 1) ที่สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา(สกสค.) ลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือกับสหกรณ์ออมทรัพย์ครูใน 23 จังหวัด คัดเลือกครูที่มีหนี้วิกฤติเข้าร่วมโครงการ มีวงเงินปล่อยกู้ประมาณ 1,000 ล้านบาท

อยากรู้มั้ย !!ทำไมครู3รายถึงได้เป็นหนี้

       “หนี้วิกฤติ” คำนี้เชื่อว่าครูหลายคนที่ตกอยู่ในภาวะแบบนี้ต่างดีใจได้รับการปลดเปลื้องความทุกข์ใจที่มีโดยตลอด ในเบื้องต้น สกสค.จะเน้นครูที่มีหนี้วิกฤติที่มีสินทรัพย์และรายได้ที่มากพอ มีความสามารถในการชำระหนี้และมีชีวิตอยู่ได้โดยไม่ยากลำบาก เช่นมีสินทรัพย์ใกล้เคียงหรือมากกว่าหนี้สินจะได้รับอนุมัติก่อน และจะทยอยพิจารณากลุ่มที่วิกฤติจากการลงทุนในโอกาสต่อไป

อยากรู้มั้ย !!ทำไมครู3รายถึงได้เป็นหนี้

ครูทองสุข เมืองนนท์

       ว่ากันว่าที่พิจารณาได้รอบแรกนี้แค่ 3 คน เพราะ สกสค.ต้องการพิจารณาอย่างรอบคอบ เน้นในกลุ่มคนที่มีสินทรัพย์ที่มากพอและมีรายได้เพียงพอต่อการชำระหนีี้อย่างเช่น “ครูทองสุข เมืองนนท์” ครูบำนาญ อายุ 84 ปี ที่ได้รับคัดเลือกเข้าร่วมโครงการ บอกว่าดีใจเป็นอย่างมากที่ได้รับการแก้ไขปัญหาหนี้สิน เพราะทุกวันนี้เครียด และวิตกกังวลตลอดเวลา กลางคืนก็นอนไม่ค่อยหลับ

อยากรู้มั้ย !!ทำไมครู3รายถึงได้เป็นหนี้

       เนื่องด้วยหนี้สินที่มากมาย ไม่ว่าจะเป็น หนี้สหกรณ์ออมทรัพย์ครู ประมาณ 1 ล้านกว่าบาท หนี้ธนาคารทหารไทย ประมาณ 2 แสนบาท หนี้ธนาคารกรุงไทย ประมาณ 3.6 แสนบาท และหนี้กองทุนหมู่บ้านอีก 4 หมื่นบาท ซึ่งทุกวันนี้มีรายได้จากบำนาญในแต่ละเดือนประมาณ 9,000 กว่าบาท ที่จะนำมาใช้จ่ายในครอบครัว

        “หนี้ที่เกิดเป็นหนี้สะสมมาหลายปี เพราะเมื่อก่อนไปกู้มาเพื่อให้ครอบครัวเปิดร้านชำ ขายของ ให้ลูกทำธุรกิจ แต่ทำมาได้ระยะหนึ่งก็ยกเลิกไม่ได้ทำ และตอนนี้ลูกทั้ง 3 คนก็ตกงาน มีเงินที่จะมาจุนเจือครอบครัวน้อยมาก ชีวิตแม้ไม่ได้อัตคัด แต่ก็ไม่ได้สะดวกสบายมาก และด้วยอายุที่มากขึ้นแถมเป็นโรคหัวใจตีบ โชคดีที่ได้ไปรักษากับหมอโรงพยาบาลที่เก่งจนทำให้อาการดีขึ้น แต่ยังมีโรคความดัน เบาหวานอีก แต่ละวันคิดเสมอว่า “ตายไปแล้ว ไม่รู้จะใช้หนี้หมดหรือไม่.. เพราะเราไม่ใช่ไม่อยากใช้หนี้ แต่เราไม่มีเงินจะใช้” ครูทองสุข กล่าว

อยากรู้มั้ย !!ทำไมครู3รายถึงได้เป็นหนี้

         แต่หลังจากนี้ไป ครูทองสุข จะสบายใจมากขึ้น นอนหลับสนิท เพราะไม่ต้องกังวล แบกหนี้อะไรมากมาย เพราะเงินบำนาญที่ได้รับเดือนละ 9,000 กว่าบาท หากนำมาใช้หนี้เดือนละ 6,000 บาทจะเหลืิอพอที่จะใช้ชีวิตได้ตามอัตภาพ ซึ่งส่วนหนึ่งที่ได้รับการอนุมัติให้เข้าโครงการ เนื่องจากครูมีทรัพย์สิน และมีประกันชีวิต เมื่อนำมาหักลบกลบหนี้แล้วมีมากกว่าหนี้สินนั่นเอง  

       หนี้วิกฤติของครูที่ได้รับการช่วยเหลือจะไม่ใช่หนี้ที่เกิดจากความขาดการวางแผนในชีวิต แต่เกิดจากความจำเป็นในการยังชีพ ดูแลครอบครัว ไม่ใช่การฟุ้งเฟ้อ บางรายเกิดจากการกู้ยืมไปใช้จ่ายในการส่งเสีียลูกให้เรียนหนังสือ ค่าใช้จ่ายภายในบ้าน การดูแล “คู่ชีวิต” ที่เจ็บป่วย บางครั้งการกู้สหกรณ์อย่างเดียวไม่พอ ต้องกู้นอกระบบด้วย

อยากรู้มั้ย !!ทำไมครู3รายถึงได้เป็นหนี้

      เช่น “สงกรานต์ ศุภผล” อายุ 54 ปี ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านท่าข้าม อ.เวียงแก่น จ.เชียงราย แม้ว่า จะได้รับเงินเดือนเดือนละ 6 หมื่นบาท แต่ต้องใช้หนี้สหกรณ์ บัตรเครดิต หนี้นอกระบบ เหลือเงินใช้เดือนละ 17,000 บาท ล่าสุด 2 เดือนที่ผ่านมา คู่ชีวิตเพิ่งจะป่วยเส้นเลือดในสมองแตก ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ ต้องเดินทางไปกลับวันละ 20 กิโล ระหว่างบ้าน-โรงเรียน เพื่อดูแลภรรยา

อยากรู้มั้ย !!ทำไมครู3รายถึงได้เป็นหนี้

        “หนี้ที่เกิดขึ้นเพราะส่งลูกแฝด 2 คนเรียนสัตวแพทย์ ที่ ม.มหานคร เพิ่งจบไปเดือนที่แล้วพร้อมกับได้รับอนุมัติเข้าโครงการแก้หนี้พอดี จากนี้ไปไม่มีภาระแล้ว ลูกจบแล้ว คงหางานทำและมีความสามารถในการมาชำระหนี้คืนช่วยพ่อ อีกอย่างสินทรัพย์ที่มีก็มากกว่าหนี้ที่มีอยู่ คงเป็นเหตุผลที่ทำให้ได้รับการอนุมัติเข้าโครงการ” ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านท่าข้าม กล่าว

        อย่างไรก็ตาม ชีวิตจากนี้ไปคงมีแต่ความสบายใจที่ยืดระยะเวลาในการชำระหนี้ไปได้ยาวมากขึ้น โดยเฉพาะหนี้นอกระบบที่มีอยู่ 4 แสนบาท ดอกเบี้ยร้อยละ 5 ที่เหลืออีก 3 เดือนสัญญาจะหมด ก็เบาใจว่า จะมีเงินมาชำระหนี้ไถ่ถอนที่ดินจากการขายฝากไว้ได้ เพราะราคาประเมินสูงกว่าเงินที่กู้มาก รวมทั้งบัตรเครดิต 2 ใบ และหนี้สหกรณ์ก็คงจะมีเงินเหลือไปทยอยใช้หนี้และมีเงินเหลือใช้ต่อเดือนเกือบ 3 หมื่นบาท และเมื่ออายุครบ 77 ปีจะสามารถชำระหนี้ได้ทั้งหมด      

อยากรู้มั้ย !!ทำไมครู3รายถึงได้เป็นหนี้

  “กนกพิชญ์ พันธ์เขตกิจ” 

     ส่วนรายสุดท้ายคือ “กนกพิชญ์ พันธ์เขตกิจ” อายุ 45 ปี ครูชำนาญการพิเศษ ร.ร.โรงเรียนผาเมือง จ.เพชรบูรณ์ ที่ได้รับการอนุมัติเนื่องจากคณะกรรมการพิจารณาว่ามีสินทรัพย์มากพอที่จะใช้หนี้ที่มีอยู่ 4 ล้านบาทได้ ด้วยวัยแค่เลข 4 ประกอบกับมีประกันชีวิต และกองทุนเงินออมของข้าราชการ และสมาชิก ช.พ.ค.-ช.พ.ส. ทำให้เชื่อมั่นว่าจะมีความสามารถในการชำระคืน

อยากรู้มั้ย !!ทำไมครู3รายถึงได้เป็นหนี้

      "หนี้ที่มีเพราะต้องช่วยเหลือดูแลพ่อแม่ที่ป่วย พี่น้องจากครอบครัวเก่าให้ได้รับความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ประกอบกับเป็นแม่เลี้ยงเดี่ยว ลูก 2 คนอยู่ ม.6 และ ม.1 วัยกำลังเรียนทั้งคู่ แต่มีครอบครัวเก่าที่ช่วยเหลือกันมาโดยตลอด ทำให้อยู่ได้มาถึงทุกวันนี้ การที่ได้รับอนุมัติให้เข้าร่วมโครงการจะทำให้มีเงินเหลือใช้เดือนละ 1 หมื่นกว่าบาทก็อยู่ได้ เพราะเราใช้จ่ายประหยัด ข้าวก็ทำนากินกันเอง ปลูกผัก ทำไร่สวนผสมกับพี่น้องร่วมกันมาโดยตลอด มีทั้งมะขาม กล้วย ส้มโอ พอมีรายได้เพิ่มปัจจุบันเงินเดือน 38,000 บาท และจะใช้หนี้หมดในวันที่เกษียณอายุราชการพอดี” ครูกนกพิชญ์ กล่าว

อยากรู้มั้ย !!ทำไมครู3รายถึงได้เป็นหนี้

       “กนกพิชญ์” เชื่อว่ามีเพื่อนครูที่ได้รับความเดือดร้อนจากหนี้สินอีกหลายคนทั่วประเทศ และโครงการนี้จะทำให้เพื่อนครูที่กำลังเป็นหนี้วิกฤติมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นได้ในอนาคต

       0 หทัยรัตน์ ดีประเสริฐ 0 [email protected]