ไลฟ์สไตล์

"สัก"อันตราย!

"สัก"อันตราย!

06 ก.ค. 2560

แพทย์สถาบันโรคผิวหนังเตือนอันตรายจากการสักผิวหนัง                

      การสักผิวหนัง เป็นรูปภาพที่สวยงาม เช่น รูปผีเสื้อ ดอกไม้ สัญลักษณ์ต่างๆสีที่ใช้ในการสักส่วนมากเราจะเห็นว่าเป็นสีดำ ยกเว้นในรายที่สักเป็นรูปภาพต่างๆ เราจะเห็นว่ามีสีสันมากขึ้น เช่นเห็นมีสีแดง แทรกอยู่กับสีดำหรือสีเขียว ในความสวยงามนั้นมีอันตรายที่แอบแฝงซ่อนเร้นอยู่ด้วยเหมือนกัน เช่นเดียวกับกรณีนักศึกษาสาว มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งที่กำลังเป็นข่าว ทางสื่อต่างๆ เป็นอุทาหรณ์เตือนภัยให้กับผู้นิยมการสักที่ผิวหนัง นั้น                 

        พญ.มิ่งขวัญ  วิชัยดิษฐ ผู้อำนวยการสถาบันโรคผิวหนัง กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข(สธ.)ให้ข้อมูลเกี่ยวกับ อันตรายจาการสักว่าสีที่ใช้ในสักทำให้เกิดปฏิกิริยาการแพ้ แล้วเกิดเป็นผื่นหรือตุ่มแดง คันในตำแหน่งของรอยสักนั้นๆ ถ้าไม่ได้รับการรักษาหรือปล่อยทิ้งไว้อาจทำให้ผื่นเห่อมากขึ้นได้ นอกจากนี้สีแดงที่ใช้ใน การสักอาจก่อให้เกิดการแพ้เมื่อโดนแดดมากๆ หรือบ่อยครั้งได้ ในคนที่มีโรคผิวหนังอยู่เดิม เช่น โรคสะเก็ดเงิน อาจพบว่ามีผื่นของโรคสะเก็ดเงินขึ้นในตำแหน่งของรอยสักได้ อันตรายที่น่ากลัวอีกอย่างของรอยสัก คือ การมีโอกาสติดโรคหรือติดเชื้อแบคทีเรีย เชื้อไวรัส จากการสักผิวหนัง โดยอาจเกิดจากการใช้เข็มที่ไม่สะอาดพอ หรือผ่านการทำให้ปลอดเชื้อที่ไม่ได้มาตรฐาน เชื้อโรคที่มีโอกาสติดต่อได้ เช่น เชื้อไวรัสตับอักเสบบี เชื้อวัณโรค โรคเรื้อน โรคเอดส์ ซึ่งในบางโรคสามารถรักษาให้หายขาดได้ แต่บางโรคก็ยังไม่มียารักษาหรือยาที่ใช้รักษายังอยู่ในขั้นทดลอง              

        พญ.พู่กลิ่น  ตรีสุโกศล   ผู้ช่วยผู้อำนวยการด้านบริการ  สถาบันโรคผิวหนัง กล่าวว่า ก่อนการตัดสินใจสักผิวหนัง ควรชั่งน้ำหนักถึงผลได้ผลเสียที่อาจเกิดขึ้นได้จากการสักผิวหนังให้ดี เนื่องจากโอกาสเสี่ยงดังกล่าวยังพบได้ นอกจากนี้เมื่อเราเกิดไม่ชอบใจในรูปที่สักเอาไว้ หรือไม่ต้องการแล้ว การรักษาสามารถทำได้ แต่ต้องทำการรักษาต่อเนื่องกันหลายครั้ง เช่น การรักษาโดยการใช้เลเซอร์ ผลข้างเคียงจากการรักษาที่อาจพบได้ คือ การเกิดเป็นรอยแผลเป็นแดงนูน ที่เรียกว่า คีลอยด์ ( Keloid ) หรือบางครั้งผู้ป่วยทำการรักษาเองโดยใช้น้ำกรด กัดก็อาจจะทำให้เกิดเป็นรอยแผลเป็นดังที่กล่าวได้ ทำให้ต้องมาทำการรักษารอยแผลเป็นดังกล่าวอีกครั้ง เสียเวลามากขึ้นกว่าเดิม เสียเงินค่ารักษา สู้เราหันมาใช้การเสริมความงามด้วยการใช้เครื่องสำอางแต่งหน้า เมื่อเสร็จธุระหรือไม่ต้องการก็สามารถล้างออกได้ โดยการใช้เพียงแค่ครีมล้างหน้า     ​