
หั่นงบม.วิจัยเหลือ5พันล้านจาก1.2 หมื่นล้าน
ไทยเข้มแข็งสาขาการศึกษาสะดุด ศธ.โดนหั่นงบ SP2 เกือบ 3 หมื่นล้านบาท จุรินทร์ ฉุน ผลงานที่หวังให้เป็นหน้าเป็นตาถูกหั่นงบเกินครึ่ง โครงการมหาวิทยาลัยวิจัย เหลืองบแค่ 5 พันล้านบาท จาก 1.2 หมื่นล้านบาท
(15ก.ย.) แหล่งข่าวระดับสูงกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เปิดเผยว่า กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ถูกตัดงบโครงการไทยเข้มแข็ง หรืองบกระต้นเศรษฐกิจรอบ 2 ( SP2) อย่างหนัก ก่อนหน้านี้ คณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติวงเงิน SP2 ระหว่างปี 2553 -2555 ให้ ศธ. ประมาณ 1.4 แสนล้านบาท ซึ่งได้มีการประกาศใช้ พรก.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อฟื้นฟูและเสริมสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจ พ.ศ. 2522 แล้วเพื่อรองรับงบประมาณ SP2 ในปีงบประมาณ 2553 ขณะเดียวกัน สภาผู้แทนราษฎรได้ผ่านร่าง พ.ร.บ.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจ พ.ศ. ... รวม 2 ฉบับ เพื่อรองรับงบประมาณ SP2 ในปีงบประมาณ 2554ถึบ 2555 ขณะนี้ อยู่ในระหว่างการพิจารณาของวุฒิสภา แต่ปรากฎว่า ล่าสุด ศธ.ถูกตัดงบประมาณSP2 ลงประมาณ 30,000 ล้านบาท เป็นงบของปี 54-55 ที่อยู่ใน พ.ร.บ.กู้เงิน
อย่างไรก็ตาม โดยปกติเมื่อกฎหมายผ่านสภาผู้แทนราษฎรแล้ว จะไม่ค่อยมีการเปลี่ยนแปลงตัวเลขงบประมาณมากนัก เพราะฉะนั้น การที่ ศธ. ถูกตัดงบ SP2หลายหมื่นล้านทั้งที่ร่าง พ.ร.บ.ผ่านสภาผู้แทนราษฎรแล้ว จึงทำให้นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) ไม่ค่อยพอใจ โดยเฉพะโครงการที่ถูกตัดงบอย่างหนัก เป็นโครงการที่ ศธ.ให้ความสำคัญเป็นลำดับต้น ๆ เช่น โครงการมหาวิทยาลัยวิจัยแห่งชาติ ถูกตัดงบไปประมาณ 60% จากทั้งหมด 12,000 ล้านบาท ถูกตัดไป 7,000 ล้านบาท เหลือ 5,000 ล้านบาท ขณะที่ สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษาถูกตัดงบ 7,000 ล้านบาท จาก 28,000 ล้านบาท เหลือ 21,000 ล้านบาท หรืออย่างสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) เสนอของบไปทั้งสิ้น 66,828 ล้านบาท ก็ถูกตัดไปหลายพันล้านบาทเช่นกัน
แหล่งข่าว กล่าวต่อว่า การถูกตัดงบประมาณ SP2 ในวงเงินที่มากขนาดนี้ อาจมีผลทำให้ ศธ. ไม่สามารถขับเคลื่อนเพื่อพัฒนายกระดับการศึกษาให้บรรลุตามวัตถุประสงค์และนโยบายของรัฐบาลได้ และการที่ ศธ.และกระทรวงต่าง ๆ ถูกตัดไปนั้น เป็นเพราะมีโครงการใหม่ ๆ งอกขึ้นมาภายหลังขอร่วมใช้งบไทยเข้มแข็งด้วย จึงจำเป็นต้องมีการเกลี่ยเงิน อย่างไรก็ตาม นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีรับปากที่จะดูแลเรื่องนี้ให้ แต่ก็เชื่อว่า ศธ.คงจะได้คืนมาไม่ทั้งหมด
อนึ่ง โครงการหลักของ ศธ.ที่ใช้งบไทยเข้มแข็ง ปี 2553อาทิเช่น โครงการ Education Hub พัฒนาครูและบุคลากร ของสำนักงานปลัด ศธ. วงเงิน 45 ล้านบาท ,โครงการขยายผลระบบทะเบียนประวัติ ก.พ.7 อิเล็กทรอนิกส์ ของ สป.ศธ. วงเงิน 30 ล้านบาท,โครงการปัจจัยสนับสนุนการศึกษา (โครงการยกระดับคุณภาพการศึกษาตามอัธยาศัย) สป.ศธ. วงเงิน 1,339 ล้านบาท,โครงการปัจจัยสนับสนุนด้านการศึกษา(พัฒนาโรงเรียนเอกชนการกุศล) สป.ศธ. วงเงิน 103 ล้านบาท,โครงการพัฒนาระบบการพัฒนาข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา สป.ศธ. วงเงิน 5 ล้านบาท,โครงการพัฒนาครูทั้งระบบ สป.ศธ. วงเงิน 4 ล้านบาท,โครงการพัฒนาคุณธรรมในสถานศึกษา สป.ศธ. วงเงิน 230 ล้านบาท,
โครงการพัฒนาคุณภาพโรงเรียนเอกชนสู่มาตรฐาน สป.ศธ. วงเงิน 230 ล้านบาท,โครงการเพิ่มประสิทธิภาพสถานศึกษาต่ำกว่าเกณฑ์ สป.ศธ. วงเงิน 15 ล้านบาท,โครงการลงทุนด้านการศึกษาและการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์ สป.ศธ. วงเงิน 14 ล้านบาท,โครงการกิจกรรมขับเคลื่อนการปฏิรูปการศึกษา ของสำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.) วงเงิน 41 ล้านบาท,โครงการปัจจัยสนับสนุนด้านการศึกษา ของ สพฐ. วงเงิน 7,949 ล้านบาท,โครงการพัฒนาครูทั้งระบบ ของ สพฐ. วงเงิน 6,989 ล้านบาท,โครงการพัฒนาคุณภาพโรงเรียนสู่มาตรฐาน สพฐ. วงเงิน 5,467 ล้านบาท,โครงการยกระดับคุณภาพครูทั้งระบบ สำนักงานเลขาธิการคุรุสภา วงเงิน 579 ล้านบาท และการยกระดับคุณภาพครูทั้งระบบ ของสำนักงานคณะกรรมการสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา (สกสค.) วงเงิน 24 ล้าน



