
หลักสูตรอุดมศึกษาผ่านมาตรฐานดีมากแค่1แห่ง
สมศ.เผยผลประเมินมหาวิทยาลัยเฉพาะทาง ผ่านประเมินเป็นส่วนใหญ่ แต่เจาะลึกพบ มีแค่ 22% ที่ได้คะแนนประเมินมาตรฐานบัณฑิตและงานวิจัยในระดับดีมาก ส่วนมาตรฐานหลักสูตรผ่านมาตรฐานระดับดีมากแค่ 1 แห่ง สะท้อนปัญหาหลักสูตรระดับอุดมศึกษายังด้อย
(15ก.ย.) ศ.ดร.สมหวัง พิธิยานุวัฒน์ รักษาการผู้อำนวยการ สำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (สมศ.) เปิดเผยถึงผลการประเมินคุณภาพภายนอกรอบสอง ระหว่างปี พ.ศ.2549-2551 ในสถาบันอุดมศึกษากลุ่ม 2 ซึ่งเน้นการผลิตบัณฑิตและพัฒนาสังคม จำนวน 101 แห่ง ว่า ผลการประเมินสถาบันอุดมศึกษา กลุ่มที่ 2 จำนวน 101 แห่ง สามารถจัดการศึกษาได้มาตรฐานคุณภาพของ สมศ. 98 แห่ง รอพินิจ 2 แห่ง ได้แก่ มหาวิทยาลัยราชภัฎลำปาง และ วิทยาลัยลุ่มน้ำปิง และไม่ได้รับการรับรอง 1 แห่ง ได้แก่ มหาวิทยาลัยนานาชาติแสตมฟอร์ด ซึ่งขณะนี้ทางมหาวิทยาลัยก็ได้มีการปรับปรุงด้านต่างๆ ขนานใหญ่แล้ว สำหรับคุณภาพระดับสถาบัน พบว่า ได้ระดับ ดีมาก จำนวน 26 แห่ง ระดับดี 74 แห่ง ควรปรับปรุง 1 แห่ง โดยส่วนใหญ่ที่ได้ระดับดีมาก เป็นสถาบันอุดมศึกษาที่จัดการศึกษาเฉพาะทาง ได้แก่ วิทยาลัยพยาบาลและวิทยาลัยสาธารณสุข ในสังกัดกระทรวงสาธารณสุข
อย่างไรก็ตามเมื่อวิเคราะห์ลงลึกในระดับมาตรฐานแล้ว พบว่า มาตรฐานด้านคุณภาพบัณฑิตได้ระดับดีมากเพียง 22% ด้านงานวิจัยและงานสร้างสรรค์ได้ระดับดีมากเพียง 8% ซึ่งถือว่าเป็นเปอร์เซ็นต์ที่ค่อนข้างต่ำขณะที่ทั้งสองมาตรฐานเป็นส่วนสำคัญในการพัฒนาอุดมศึกษา ส่วนมาตรฐานด้านการบริการวิชาการได้ระดับดีมาก 56% ด้านการทำนุบำรุงศิลปะและวัฒนธรรมได้ระดับดีมาก 73% การประกันคุณภาพได้ระดับดีมาก 73% ส่วนหลักสูตรและการเรียนการสอน มีระดับดีมาก เพียง 1 แห่ง หรือ 0.99% เท่านั้น คือ วิทยาลัยแพทย์ศาสตร์กรุงเทพมหานครและวชิรพยาบาล
“การที่ผลประเมินมาตรฐานหลักสูตรได้ระดับดีมาก เพียง 1 แห่งหรือ 0.99% นั้น สะท้อนได้ชัดเจนว่าหลักสูตรระดับอุดมศึกษาของเรายังไม่ได้คุณภาพ ซึ่งมีสาเหตุมาจากหลายปัจจัยโดยผู้เชี่ยวชาญจากต่างประเทศระบุว่า ภาพรวมสถาบันอุดมศึกษาของไทยมอบภารกิจและอิสระด้านการสอนให้กับอาจารย์ผู้สอนมากที่สุดในโลก ขณะที่ในต่างประเทศภารกิจด้านการเรียนการสอนจะขึ้นอยู่กับตัวผู้เรียนเป็นหลักหมายความว่านักศึกษาจะไม่ยอมให้อาจารย์ขาดสอนโดยไม่มีเหตุผล และความรู้ที่ได้จะต้องมีคุณภาพ ซึ่งผมไม่แน่ใจว่านักศึกษาของเรามีคุณสมบัติตรงนี้หรือไม่ การเรียนการสอนในอุดมศึกษาของไทยก็ขึ้นกับว่าภารกิจของอาจารย์แต่ละท่านมีมากน้อยเพียงใด ถ้าอาจารย์ไม่มีภารกิจมากก็มีเวลาใส่ใจการเรียนการสอน ซึ่งแต่ละแห่งต้องไปวิเคราะห์เหตุปัจจัยที่มีผลกระทบทำให้ผลการประเมินมาตรฐานหลักสูตรยังต่ำอยู่ว่าเกิดจากอะไร “รักษาการผอ.สมศ.กล่าว
รักษาการผอ.สมศ.กล่าวอีกว่าอีกส่วนหนึ่งที่ส่งผลกระทบทำให้หลักสูตรในระดับอุดมศึกษาไม่ได้มาตรฐาน เนื่องจากเป็นที่ทราบดีว่ามหาวิทยาลัยบางแห่งก็มีอาจารย์ที่ยังไม่ได้มาตรฐาน และจาการประเมินของสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.)ก็ได้ผลการประเมินที่สอดคล้องกับของสมศ. ว่ามาตรฐานหลักสูตรของมหาวิทยาลัยบางแห่งไม่ผ่านมาตรฐานของสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) ทั้งนี้ในการประเมินรอบแรกและรอบที่สอง ของ สมศ เน้นการประเมินระดับสถาบัน ดังนั้นในการประเมินรอบสาม จะลงลึกถึงระดับหลักสูตร ภาควิชา และคณะวิชา อย่างเข้มข้น ก็น่าจะทำให้การเรียนการสอนดีขึ้นในอนาคต



