Kom Lifestyle

จาก “ป๊อด พัชรวาท” ถึง “ป้อม ประวิตร” พี่ชายที่แสนดี..จุ๊บๆ

จาก “ป๊อด พัชรวาท” ถึง “ป้อม ประวิตร” พี่ชายที่แสนดี..จุ๊บๆ
เกาะติดข่าวสาร >> คมชัดลึก ออนไลน์
logoline

คดีสลายม็อบเสื้อเหลืองปี 2551 ที่จะตัดสินในเดือนสิงหาคมนี้ มีน้องชายสุดที่รักของ "บิ๊กป้อม" ประวิตร วงษ์วุวรรณ อยู่ด้วย ไม่รู้งานนี้จะลงเอยยังไง น่าติดตามจริงๆ!

          ยังไม่ลืมกันใช่หรือไม่ กับ คดีสลายการชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรฯ ที่คนไทยรู้จักกันดี เมื่อปี 2551

          ก็คงมีบางคนที่หลงลืมกันไปบ้าง เพราะนับเวลาก็เกือบๆ 10 ปี แต่ที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองไม่มีวันลืม ล่าสุดเพิ่งนัดไต่สวนพยานนัดสุดท้าย

          โดยคดีนี้มี สมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกรัฐมนตรี, พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ อดีตรองนายกรัฐมนตรี, พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ อดีตผู้บัญชาการตํารวจแห่งชาติ และ พล.ต.ท.สุชาติ เหมือนแก้ว อดีตผู้บัญชาการตำรวจนครบาล เป็นจำเลยที่ 1-4 ฐานเป็นเจ้าหน้าที่ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ตามมาตรา 157 และจะมีการนัดตัดสินคดี 2 สิงหาคมที่จะถึงนี้

          อย่างไรก็ดี ชื่อที่สื่อมวลชนให้ความสนใจคือคนนามสกุล “วงษ์สุวรรณ” นี่เอง ว่าแล้วจึงไปจ่อไมค์ถาม “บิ๊กป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์วุวรรณ ผู้เป็นพี่ชายเลยว่า มีความคิดเห็นเช่นไรกับคดีนี้

          แน่นอนที่งานนี้ฝ่ายพี่บอกเลยว่า ไม่รู้ไม่ชี้! เพราะรู้กันว่าของแบบนี้...จะต้องพูดแบบไหน!

          แต่อีกมุมหนึ่งจะไม่ให้แปลกใจเลยก็ใช่ที่ เพราะที่ผ่านมา รู้กันว่าบารมีพี่ชายสุดที่รัก ไม่ใช่มีไว้เท่ห์อย่างเดียว แต่กินได้ด้วย! ว่าแล้วต้องกรอเทปกลับไปดูไพรไฟล์

          พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ เกิดเมื่อวันที่ 22 มีนาคม 2492 ชื่อเล่น “ป๊อด” เป็นชาวบางกะปิ กรุงเทพฯ บิดาคือ พลตรี ประเสริฐ วงษ์สุวรรณ มารดา คือ สายสุนี วงษ์สุวรรณ มีพี่น้อง 4 คน คือ พลเอก ประวิตร, พลเรือเอก ศิษฐวัชร,

          นอกจากนี้ยังมีน้องชายแฝดอีกคู่หนึ่ง คือ พันธุ์พงษ์ ข้าราชการรัฐสภาฝ่ายการเมือง ตำแหน่งที่ปรึกษารองประธาน สภานิติบัญญัติแห่งชาติ คนที่สอง และ พงษ์พันธุ์ วงษ์สุวรรณ หรือ ‘โค้ชก๊อก’ อดีตกุนซือผู้สร้างนักเตะโด่งดังประดับวงการลูกหนังไทย หากแต่ได้เสียชีวิตไปเมื่อ 2555

          บิ๊กป๊อดสมรสกับ “สมถวิล” มีบุตรสาว 2 คนคือ พ.ต.ท.ภญ.พัชรา และ ร.ต.อ.หญิง นวพร วงษ์สุวรรณ ผู้ช่วย นว.(สบ1) ผบช.สตม. ที่เพิ่งขึ้นเป็น นว.(สบ2) ผบช.ภ.5 เมื่อเร็วๆ นี้

          เด็กชายป๊อด จบมัธยมที่โรงเรียนเซนต์คาเบรียล แล้วไปต่อโรงเรียนเตรียมทหาร รุ่น 9 จากนั้นไปจบ รัฐประศาสนศาสตรบัณฑิต โรงเรียนนายร้อยตำรวจ (นรต.25) และไปจบศิลปศาสตรมหาบัณฑิต พัฒนาสังคม มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

          ย้อนไปดูเส้นทางราชการ บิ๊กป๊อดเริ่มจาก เป็น รอง สว. กองบังคับการการสนับสุนนทางอากาศ กองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดนจากนั้น เป็นรอง สว. กองทะเบียน แล้วย้ายมาดูงานกำลังพลที่กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง(บช.ก.) สว. ธุรการ กองกำกับการกำลังพล กองบังคับการอำนวยการ กองบัญชาการสอบสวนกลาง

          นั่งตำแหน่งสำคัญอื่นๆ อีกมากมาย อย่างช่วงปี 2549 เขายังเคยได้รับแต่งตั้งเป็นสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ในยุค คมช. อีกด้วย

          ที่สุด หลังจากขึ้นเป็น ผู้บัญชาการตำรวจสันติบาล, ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ, รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติแล้ว ปลายทางสีกากีขั้นสูงสุดของเขา จงดำเนินมาอยู่ที่ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ โดยดำรงตำแหน่งต่อจาก พลตำรวจเอก เสรีพิศุทธ์ เตมียาเวส ในปี 2551

          หากแต่เพียงไม่ถึง 1 ปี บิ๊กป๊อดต้องลงจากเก้าอี้ในวันที่ 28 พฤษจิกายน 2551 เพราะบ้านเมืองมีเหตุชุมนุม นปช. ปะทะกับกลุ่มพันธมิตรฯ บิ๊กป๊อดได้รับแต่งตั้งเป็นรองผู้อำนวยการกองอำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินใน รัฐบาล สมัคร สุนทรเวช จนเป็นเหตุให้มีการสูญเสียเกิดขึ้น และเป็นคดีจนเจ้าตัวต้องออกจากราชการ

          แต่ไม่นาน เขาก็ได้รับคำสั่งจาก ชวรัตน์ ชาญวีรกูล รักษาการนายกรัฐมนตรีขณะนัน ให้กลับคืนสู่ตำแหน่งเดิม เวลานั้นสื่อต่างฮือฮากันยกใหญ่ ค่าที่จัดว่าเป็นระดับผู้บัญชาการคนแรกแห้งรั่วปทุมวันที่ถูกสั่งย้ายแล้วสามารถกลับคืนสู่ตำแหน่งได้

          และยังเป็น ผบ.ตร. ที่อยู่ใต้บังคับบัญชาของนายกฯ ถึงสามราย นับจาก สมัคร สุนทรเวช สมชาย วงศ์สวัสดิ์ และ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ท่ามกลางวิกฤตการณ์การเมืองไทย พ.ศ. 2548–2553

          งานนี้ถามว่าเพราะอะไร เรื่องนี้อาจต้องไปพูดกันหลังไมค์ แต่ที่แน่ๆ เรียกได้ว่า กับทั้ง 3 นายกฯ นายตำรวจผู้นี้ได้ทำงานใหญ่เสมอ

          อย่างช่วงรัฐบาลอภิสิทธิ์ เดือนเมษายน 2552 เขาก็ยังเป็นส่วนหนึ่งของกองอำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (กอฉ.) แต่ครั้งนั้นแหละเป็นที่มาของความวุ่นวายในชีวิตเขาตอนนี้

          เพราะภายหลังจากที่่ ป.ป.ช. มีมติชี้มูลความผิดนักการเมืองและนายตำรวจที่เกี่ยวข้อง ซึ่ง พล.ต.อ.พัชรวาท ในฐานะ ผบ.ตร. ดูแลการชุมนุม ถูกซัดทอดจากพยานว่า เป็นผู้สั่งการสลายการชุมนุม กลุ่มพันธมิตรฯ เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม2551 จึงมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157

          นายกฯ อภิสิทธิ์ จึงให้ย้ายไปปฏิบัติราชการที่สำนักนายกรัฐมนตรี แต่เท่านั้นยังไม่พอ นายกฯ คนหล่อ ยังตามซ้ำ ด้วยการเซ็นให้บิ๊กป๊อดออกจากราชการ อันเป็นไปตามระเบียบที่ มติ ป.ป.ช.ที่ชี้มูลความผิดวินัยร้ายแรง หลังจากนั้นบิ๊กป๊อดก็เดินหน้าสู้คดีเรื่อยมา

          ที่สุดแล้ว หลังรัฐประหารอีกรอบช่วงปี 2557 พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ คสช. ก็ได้คืนตำแหน่ง ผบ.ตร.ให้แก่บิ๊กป๊อด โดยยกโทษปลดออกจากราชการให้ บวกควบตำแหน่งสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ อีกต่างหาก

          เป็นอันว่า “บิ๊กป๊อด” คนนี้ ได้สร้างประวัติศาสตร์ใหม่ที่เร้าใจ เพราะเขาเป็น ผบ.ตร. คนแรกที่ได้คืนตำแหน่งเดิมถึงสองครั้งสองครา และเป็นคนแรกที่ทำให้ผู้นำสูงสุดของฝ่ายบริหาร (เวลานั้นก็คือ พล.อ.ประยุทธ์) มีคำสังยกโทษปลดออกจากราชการ มีผลทำให้ มติ กตร.ใหญ่กว่า มติ ป.ป.ช.

          งานนั้น หลายคนฟันธงว่า นี่่คือเส้นใหญ่ ่ไม่น้ำ ไม่งอก มีแต่เลือดล้วนๆ ของพี่ชายใหญ่แห่งบูรพาพยัคฆ์เป็นแน่แท้

          แต่จะเพราะอะไรก็ตาม เวลานั้นยังวิเคราะห์กันว่า ถือเป็นช่วง 5 ส. ของ คสช. ทำการปัดกวาดกรมปทุมวัน ทั้งเก้าอี้ “ผู้บัญชาการ” หรือ “ผบช.” ที่ใกล้ชิดขั้วอำนาจเก่า ต้องปัดฝุ่นใหม่หมด! เพราะหลังจากนั้นช่วงปี 2559 โผสีกากีเป็นยังไงไปย้อนอ่านข่าวได้เลย

          มาถึงวันนี้ พอคดีเก่าหวนกลับมาทวงสัญญาบิ๊กป๊อดอีกรอบ พอสื่อพากันไปถามผู้พี่ ประวิตร วงษ์สุวรรณ ด้วยรู้ๆ กัน แต่สุดท้ายก็โดนตอกกลับมาว่า “ถามผมทำไม!?”

          แต่แม้จะไม่ได้คำตอบ ก็ไม่ได้แปลว่าคำตอบจะไม่มี ใช่หรือไม่? รออีกเดือนเดียวรู้กัน!

logoline
แท็กที่เกี่ยวข้อง