
วธ.สนองพระราชดำรัสเทงบ800ล.ปรับโฉมพิพิธภัณฑ์เก่า
วธ.สนองพระราชดำรัสพระราชินี เทงบไทยเข้มแข็ง-งบปี 2553 ร่วม 800 ล้านบาท ปรับโฉมพิพิธภัณฑ์ใหม่ หวังให้เป็นแหล่งเรียนรู้ประวัติศาสตร์ และดึงนักท่องเที่ยวเข้าชมมากขึ้น
นายเกรียงไกร สัมปัชชลิต อธิบดีกรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) กล่าวว่า เนื่องในวันพิพิธภัณฑ์ไทย 19 กันยายนนี้ กรมศิลปากรได้รับนโยบายจากนายธีระ สลักเพชร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม รวบรวมข้อมูล ปัญหา เพื่อหาแนวทางแก้ไขพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ และพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นทั่วประเทศ โดยพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ อาทิ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร หอศิลป์ พิพิธภัณฑ์เรือพระราชพิธี พิพิธภัณฑ์กาญจนาภิเษก มอบให้กรมศิลปากรรับผิดชอบ ส่วนพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นมอบให้ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน) รับผิดชอบ เบื้องต้นได้มอบให้พิพิธภัณฑ์แต่ละแห่งจัดทำแผนแม่บทเฉพาะในเรื่องการปรับปรุงกายภาพ ภูมิทัศน์ อาคารสิ่งก่อสร้างใหม่เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้เข้าชม รูปแบบกิจกรรมที่มีชีวิต รวมไปถึงแนวทางการสร้างภาพลักษณ์ที่ดีแก่นักท่องเที่ยว
อธิบดีกรมศิลปากร กล่าวต่อว่า ปัญหาอุปสรรคส่วนใหญ่พบว่า พิพิธภัณฑ์แต่ละแห่งจะได้รับงบน้อย ทำให้การพัฒนาไม่มีประสิทธิภาพ อย่างไรก็ตาม เมื่อได้ข้อมูลทั้งหมดแล้วคณะกรรมการจะประชุมคัดเลือกพิพิธภัณฑ์ที่มีความจำเป็นก่อนและมีศักยภาพอยู่ในพื้นที่รองรับการท่องเที่ยวเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจประเทศตามนโยบายรัฐบาล อาทิ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร อยู่ในกรุงเทพฯ พิพิธภัณฑ์ จ.เชียงใหม่ ภูเก็ต เป็นต้น โดยงบประมาณดำเนินงานแบ่งเป็น 2 ส่วน ส่วนแรกเป็นงบประมาณประจำปี 2552-2553 กว่า 400 ล้านบาท ใช้ในส่วนการปรับปรุงกายภาพ ภูมิทัศน์ อาคารสถานที่ ส่วนที่สองเป็นงบไทยเข้มแข็งกว่า 400 ล้านบาท ใช้ในการปรับปรุงกิจกรรม และการสร้างภาพลักษณ์ โดยเฉพาะเน้นกิจกรรมที่หลากหลาย มีนิทรรศการชั่วคราว จัดให้ความรู้วัฒนธรรมอื่นๆ ลานกิจกรรม ดนตรี การแสดง รวมไปถึงพัฒนาบุคลากรให้เก่ง ดี มีความสุข โดยจะเริ่มในเดือนตุลาคมนี้
"พิพิธภัณฑ์เป็นแหล่งเรียนรู้ด้านประวัติศาสตร์ชาติไทยและท้องถิ่นของประชาชนคนไทย นักเรียน นักศึกษาที่สามารถจับต้องได้จริง ที่สำคัญเพื่อสนองพระราชดำรัสสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ที่ทรงเป็นห่วงเรื่องการเรียนรู้ประวัติศาสตร์ชาติไทยของเด็กและเยาวชน เราจึงพยายามปรับปรุงเนื้อหาพิพิธภัณฑ์ให้มีชีวิต นำเสนอเรื่องราวต่างๆ สอดคล้องกับหลักสูตรการเรียนการสอนวิชาประวัติศาสตร์ นอกจากเรียนในห้องเรียนแล้ว นักเรียน นักศึกษา ผู้สนใจยังสามารถศึกษาประวัติศาสตร์จากของจริงจากในพิพิธภัณฑ์ ทั้งโบราณวัตถุที่เชื่อมโยงไปยังแหล่งโบราณสถานที่สำคัญๆ และตั้งอยู่บริเวณใกล้เคียงด้วย" อธิบดีกรมศิลปากร กล่าว



