
"วิจิตรย้ำสถาบันคุรุศึกษาแห่งชาติไม่ซ้ำซ้อน
วิจิตรย้ำสถาบันคุรุศึกษาแห่งชาติไม่ซ้าซ้อนฝ่ายผลิตครู แต่ชื่ออาจทำให้เข้าใจผิดและไม่อ่านอย่างละเอียด พร้อมแนะทำความเข้าใจผู้เกี่ยวข้อง
ศ.ดร.วิจิตร ศรีสอ้าน ประธานอนุกรรมการสภาการศึกษา ด้านครู คณาจารย์ และบุคลากรทางการศึกษา สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.) กล่าวถึงกรณีที่ประชุมอธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฎแห่งประเทศไทย(ทปอ.มรภ.) และกลุ่มครูออกมาคัดค้านการจัดตั้งสถาบันคุรุศึกษาแห่งชาติ เนื่องจากเห็นว่าสถาบันดังกล่าวซ้ำซ้อนกับคณะครุศาสตร์ ศึกษาศาสตร์ และ คุรุสภา ที่ทำหน้าที่ผลิตและพัฒนาครูอยู่แล้ว ว่า ที่ผ่านมาประธานสภาคณบดีคณะครุศาสตร์/ศึกษาศาสตร์แห่งประเทศไทย (สคศท.) ซึ่งเป็นตัวแทนจากคณะครุศาสตร์/ ศึกษาศาสตร์มหาวิทยาลัยที่เป็นฝ่ายผลิตครู 92 แห่ง ได้เข้ามาร่วมเป็นกรรมการร่างพ.ร.บ.สถาบันคุรุศึกษาแห่งชาติ และกลับไปทำความเข้าใจพร้อมสื่อสารให้คณะได้ทราบถึงบทบาทและหน้าที่ของสถาบันที่จะไม่ซ้ำซ้อนกับคณะครุศาสตร์ ศึกษาศาสตร์และคุรุสภา มาตลอด ซึ่งทุกคนก็เข้าใจและยอมรับสถาบันที่จะจัดตั้งขึ้นว่าจะ มาทำหน้าที่ผลิตและพัฒนาครู สร้างเอกภาพด้านนโยบายและด้านมาตรฐาน ช่วยพัฒนาความเข้มแข็งให้กับคณะคุรุศาสตร์ ศึกษาศาสตร์ และหน่วยงานที่มีทำหน้าที่ผลิตและพัฒนาครูทั้งหมด
ทั้งนี้ ยังทำหน้าที่ผลิตและพัฒนาคณาจารย์ ซึ่งเป็นครูของครูที่ขณะนี้เป็นจุดอ่อนที่สถาบันฝึกหัดครูกำลังประสบปัญหาไม่มีใครผลิตอย่างจริงจัง รวมทั้งการพัฒนาครูประจำการ และการผลิตครูที่ออกมาใหม่ในระดับบัณฑิตศึกษาหรือปริญญาโท ปริญญาเอก และหลังปริญญาเอก โดยจะฝึกอบรมคณาจารย์ที่ประจำการที่มีอยู่ประมาณ 6-7 แสนคน
โดยสถาบันคุรุศึกษาแห่งชาติจะพัฒนาวิทยากรให้ครอบคลุม 8 กลุ่มสาระ พร้อมทั้งการนิเทศก์และการบริหาร ให้มีวิทยากรมากเพียงพอและมีคุณภาพดี เพื่อที่จะไปฝึกอบรมครูที่มีอยู่ ซึ่งวิทยากรเหล่านี้จะสำคัญมาก เพราะถ้าการอบรมนั้นทำโดยวิทยากรที่ไม่มีความรู้ ไม่รู้วิธีการอบรมก็จะไม่เกิดประโยชน์ ทั้งนี้ต้องยอมรับว่าวุฒิของครูที่มีอยู่ยังต่ำกว่ามาตรฐานมาก ที่ตามเกณฑ์ควรจะต้องมีครูปริญญาเอกไม่ต่ำกว่า 40 % แต่เรามีเพียง 20 % หรือคนที่จะมาเป็นครูได้อย่างน้อยต้องจบปริญญาโท แต่ขณะนี้ยังมีครูที่วุฒิปริญญาตรี 20 % ดังนั้นสถาบันนี้จะมาช่วยขับเคลื่อนการปฎิรูปครูได้เป็นอย่างดี
“ผมขอย้ำว่าสถาบันคุรุศึกษาแห่งชาติไม่ได้ทำหน้าที่ซ้ำซ้อนกับคณะที่ผลิตครู แต่จะมาช่วยเสริมความเข้มแข็งให้กับครู นอกจากนี้ผมเห็นว่าการตั้งชื่อของสถาบันอาจจะทำให้เข้าใจผิดว่าจะมาทำหน้าที่ซ้ำได้ และกลุ่มที่ออกมาคัดค้านอาจจะเป็นเพราะยังไม่ได้ศึกษาบทบาทหน้าที่ของสถาบันดังกล่าวอย่างละเอียด ซึ่งกระทรวงศึกษาธิการจะต้องทำความเข้าใจเรื่องนี้ให้ครูได้ทราบและผมคุยได้ทางเลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษาแล้วคิดว่าน่าจะเปิดทำความเข้าใจและชี้แจงให้กับผู้ที่เกี่ยวข้องโดยตรงได้รับทราบบทบาทและหน้าที่ของสถาบันนี้ให้ตรงกันอีกครั้ง” ศ.ดร.วิจิตร กล่าว



