
.“บัตรทอง”! ป่วน
ภาคประชาชนยื่นสูตร 457 แก้บัตรทองในเวทีปรึกษาสาธารณะเกี่ยวกับร่างพรบ.หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (ฉบับที่...) พ.ศ..
กลายเป็นประเด็นขึ้นมาจนทำเอาเวที เวทีปรึกษาสาธารณะเกี่ยวกับร่างพรบ.หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (ฉบับที่...) พ.ศ.... มีการจัดรูปแบบเป็น 10 กลุ่มย่อย แต่ละกลุ่มจะมีผู้แทนจากฝ่ายผู้ให้บริการ ประชาชน สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ(สปสช.)และหน่วยราชการอื่นๆ
โดยนำประเด็นมาหารือทั้งสิ้น 17 ประเด็น โดย 14 ประเด็นเป็นเรืองเดิมที่ใช้ทำประชาพิจารณ์ก่อนหน้านี้ และเพิ่มเติม 3 ประเด็นที่มีข้อกังวล คือ หลักการการออกกฎหมาย ความชอบธรรมกระบวนการยกร่าง และกระบวนการรับฟังความคิดเห็น ปั่นป่วนจนได้
หลังจากที่ พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์พูดถึงกรณีการจัดซื้อยา โดยระบุว่า นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข(สธ.) ให้ข้อมูลว่ากรณีการจัดซื้อยานั้น เป็นหน้าที่ของสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ(สปสช.) เดิมเมื่อซื้อขายยากันในปริมาณมาก จะได้รับส่วนลด และกันเงินที่เหลือ มอบให้กลุ่มเอ็นจีโอไปทำภารกิจองค์กร
ล่าสุด กลุ่มคนรักหลักประกันสุขภาพและเครือข่ายกว่า 18 คน โดย นายนิมิตร์ เทียนอุดม ผู้อำนวยการมูลนิธิเข้าถึงเอดส์ ประกาศว่า ให้นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการ สธ. ตรวจสอบ และให้เปิดเผยผลการตรวจสอบออกสู่สาธารณะยืนยันว่าไม่เคยได้รับเงิน หรือส่วนลดใดๆ ทั้งสิ้น
"การที่ออกมาพูดเช่นนี้จะทำให้สังคมเข้าใจผิด และที่ออกมาแสดงความเห็นเรื่องแก้กฎหมายบัตรทอง ก็เพื่อประโยชน์ของประชาชน ไม่ใช่ส่วนตัว ดังนั้น หากมีการตรวจสอบว่าไม่ได้รับผลประโยชน์ใดๆ ทางรัฐมนตรีว่าการสธ.ควรออกมาขอโทษ และกล่าวข้อเท็จจริงด้วย" น.ส.สารี อ๋องสมหวัง เลขาธิการมูลนิธิเพื่อผู้บริโภค กล่าว
ขณะเดียวกัน ผู้อำนวยการมูลนิธิเข้าถึงเอดส์ ได้ยื่นหนังสือ เรื่องขอให้ชี้แจงแนวทางการจัดการความีดเห็นที่แตกต่างในการแก้ไขกฎหมาย ถึงดร.วรากรณ์ สามโกเศศ ประธานคณะกรรมการพิจารณาร่างพรบ.หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (ฉบับที่...) พ.ศ...ผ่าน นพ.พลเดช ปิ่นประทีป เลขาธิการคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ(สช.)ในฐานะอนุกรรมการประชาพิจารณ์ด้วย
โดยระบุถึงประเด็นในการแก้กฎหมายจากการศึกษาของภาคประชาชน จำนวน 16 ประเด็น มี 4 ประเด็นที่เห็นเหมือนกัน คือ 1.มาตรา 14 กรณีห้ามดำรงตำแหน่งสองคณะในขณะเดียวกัน หมายถึงคณะกรรมการหลักประกันสุขภาพฯ และคณะกรรมการควบคุมคุณภาพ 2.มาตรา 15 วาระกรรมการไม่เกินสองสมัย 3.มาตรา 29 รายได้ของสำนักงานไม่ต้องนำส่งกระทรวงการคลัง เป็นรายได้แผ่นดิน และ 4. ยกเลิกมาตรา 42 เรื่องการไล่เบี้ย กรณีเกิดปัญหาต่อผู้รับบริการ เมื่อมีการเยียวยาช่วยเหลือแล้วต้องไม่ไล่เบี้ยหาผู้กระทำผิด
ส่วนประเด็นเห็นแตกต่างมี 5 ประเด็น คือ 1. ไม่เห็นด้วยเรื่องการนิยาม เงินกองทุนหลักประกันสุขภาพและนิยามสถานบริการ จึงต้องการเพิ่มในนิยามให้รวม องค์กรชุมชน องค์กรเอกชนและภาคเอกชนที่ไม่มีวัตถุประสงค์เพื่อดำเนินการแสวงหาผลกำไรเป็นสถานบริการด้วย 2.ไม่เห็นด้วยกับการแก้ไขมาตรา 13 ในการแก้ไของค์ประกอบของบอร์ดสปสช. ที่ให้ปลัดกระทรวงสาธารณสุขเป็นรองประธาน เนื่องจากขัดกับหลักการแยกผู้จัดบริการและผู้ซื้อบริการ และไปลดผู้แทนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ดังนั้นต้องเพิ่มตามเดิม เป็นต้น
3.แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา 41 ที่ระบุเพียงได้ได้รับเงินช่วยเหลือเบื้องต้น แต่เห็นว่าควรต้องเพิ่มเรื่องการเยียวยาความเสียหายที่เกิดขึ้น ให้ทั้งผู้รับบริการและผู้ให้บริการ และเห็นว่าควรเพิ่มผู้ให้บริการเข้าไปในมาตรานี้ด้วย 4.ไม่เห็นด้วยกับมาตรา 46 เรื่องการแยกเงินเดือน เพราะจะมีผลกระทบต่อการกระจายบุคลากร และ 5.มาตรา 48(8) ที่มีการเสนอเพิ่มเฉพาะวิชาชีพและผู้ให้บริการในบอร์ดสปสช. ซึ่งไม่สมดุล โดยต้องเพิ่มสัดส่วนงานด้านคุ้มครองผู้บริโค และหน่วยรับเรื่องร้องเรียนที่เป็นอิสระ และเครือข่ายผู้เสียหายทางการแพทย์รวม 3 คนเข้าไปด้วย
และอีก 7 ประเด็นเป็นข้อเสนอใหม่เพิ่ม คือ 1. แก้ไขมาตรา 5 ให้ตัดการร่วมจ่ายออกเสีย 2.มาตรา 9 เสนอให้มีสิทธิประโยชน์ด้านบริการสาธารณสุขเดียวสำหรับทุกคน ซึ่งในอนาคตอาจต้องมีเป็นกองทุนเดียว 3.แก้ไขมาตรา 10 เสนอให้มีสิทธิประโยชน์เดียวสำหรับทุกคน และรัฐต้องจ่ายสมทบเรื่องสุขภาพให้ผู้ประกันตน 4.แก้ไขมาตรา 18 เรื่องอำนาจของคณะกรรมการในการจัดหาเวชภัณฑ์และอุปกรณ์การแพทย์ที่จำเป็นเพื่อเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพในการใช้เงินกองทุน
5.แก้ไขมาตรา 26 ให้สามารถตรวจสอบหน่วยบริการที่ไม่โปร่งใส 6.มาตรา 47/1 ให้สามารถสนับสนุนองค์กรชุมชน องค์กรเอกชนและภาคเอกชนที่ไม่มีวัตถุประสงค์แสวงหาผลกำไร 7.เสนอให้ตัดบทเฉพาะกาลมาตรา 66 ออกทั้งหมด เพื่อให้สอดคล้องกับมาตรา 9และ 10 เรื่องการบริหารจัดการกองทุนด้านสุขภาพ
นพ.พลเดช ปิ่นประทีป เลขาธิการคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ(สช.) ในฐานะประธานอนุกรรมการรับฟังความคิดเห็นร่างพรบ.หลักประกันสุขภาพฯ กล่าวว่า ในเวทีนี้ภาคประชาชนได้ยื่นร่างพรบ.หลักประกันฯฉบับที่ยกร่างโดยภาคประชาชนมาด้วย ซึ่งก็จะนำร่างพรบ.ฉบับดังกล่าวแนบไปกับการสรุปการรับฟังความคิดเห็นที่จะนำเสนอต่อคณะกรรมการพิจารณาร่างพรบ.ฯด้วยภายในวันที30 มิ.ย.นี้
จากนั้นเป็นหน้าที่ของคณะกรรมการฯในการพิจารณาดำเนินการเกี่ยใกับประเด็นที่ยังเห็นต่าง จากนั้นสช.จะดำเนินการจัดสมัชชาเฉพาะประเด็นเรื่องร่างพรบ.หลักประกันฯ คาดว่าจะจัดได้ในปีงบประมาณ 2561 ซึ่งจะใช้ลักษณะการจัดเช่นเดียวกับเวทีปรึกษาสาธารณะที่จะมีผู้แทนจากภาคส่วนต่งๆที่เกี่ยวข้อง ไม่ใช่เฉพาะภาคประชาชนเท่านั้น
อย่างไรก็ตาม ดร.วรากรณ์ สามโกเศศ ประธานคณะกรรมการพิจารณาร่างพรบ.หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ(ฉบับที่...) พ.ศ...อธิบายว่า คณะกรรมการทำงานในการร่างพรบ. ได้เอาประโยชน์ของประชาชนเป็นหลักไม่ได้เอาประโยชน์ของหน่วยบริการเป็นหลักเลย
0 ทีมข่าวคุณภาพชีิวิต [email protected] 0



