Kom Lifestyle

คกก.อิสระ ไม่แตะโครงสร้างใหญ่ศธ.

คกก.อิสระ ไม่แตะโครงสร้างใหญ่ศธ.
เกาะติดข่าวสาร >> คมชัดลึก ออนไลน์
logoline

คกก.อิสระ แจงไม่แตะโครงสร้างใหญ่ศธ.-การตั้งก.อุดมศึกษา ชงโรงเรียนควรจะกระจายอำนาจเป็นนิติบุคคล กระจายอำนาจอย่างไรให้เหมาะสม

       ที่สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.)ศ.นพ.จรัส สุวรรณเวลา  ประธานคณะกรรมการอิสระเพื่อการปฏิรูปการศึกษา เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการอิสระฯ ว่า ที่ประชุมมีมติแต่งตั้ง นางดารณี อุทัยรัตนกิจ และนายวิวัฒน์ ศัลยกำธร  เป็นรองประธานคณะกรรมการอิสระฯ รวมถึงมีมติเห็นชอบแต่งตั้งผศ.นพ.เฉลิมชัย บุญยะลีพรรณ และนางภัทรียา สุมะโน เป็นโฆษก นอกจากนี้ยังแต่งตั้งคณะอนุกรรมการ 5 กลุ่ม ซึ่งแบ่งตามภารกิจ ดังนี้ คณะอนุกรรมการเด็กเล็ก  มีนายวิริยะ นามศิริพงศ์พันธุ์ เป็นประธาน คณะอนุกรรมการกองทุน มีนายประสาร ไตรรัตน์วรกุล เป็นประธานคณะอนุกรรมการครู มีนายวิวัฒน์ เป็นประธาน คณะอนุกรรมการการจัดการเรียนการสอน มีนางยุวดี นาคะผดุงรัตน์ เป็นประธาน และคณะอนุกรรมการโครงสร้าง มีนายไพรินทร์ ชูโชติถาวร เป็นประธาน และมีมติแต่งตั้ง นายตวง อันทะไชย เป็นประธานคณะอนุกรรมการรับฟังความคิดเห็นและสื่อสารสังคม ซึ่งคณะอนุกรรมการชุดนี้ จะเชิญบุคคลภายนอกมาร่วมเป็นกรรมการเพื่อรับฟังความคิดเห็นจากภาคส่วนต่างๆ ต่อไป รวมถึงได้เปิดเฟสบุ๊คและไลน์ ชื่อกลุ่ม "ร่วมปฏิรูปการศึกษาไทย” เพื่อรับฟังความคิดเห็นจากภาคส่วนต่างๆโดยคณะกรรมการอิสระฯ จะรวบรวมเพื่อนำความคิดเห็นทั้งหมดวิเคราะห์ และหาข้อสรุปเพื่อวางแนวทางการปฏิรูปการศึกษาเสนอต่อรัฐบาลต่อไป

        ทั้งนี้ ที่ประชุมยังได้มีการนำเสนอข้อมูล ปัญหาการศึกษาไทย ที่หลายฝ่ายได้ศึกษามา โดยในส่วนของสกศ. นำเสนอผลการศึกษา ปัญหาการศึกษาไทย ซึ่งได้กำหนดแนวทางแก้ไขในแผนการศึกษาชาติระยะ 20 ปีแล้ว ข้อมูลที่สกศ.ได้วิเคราะห์ปัญหาการศึกษาไทยออกมาอย่างชัดเจน ตรงไปตรงมา ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญที่ต้องเข้าไปแก้ไข มีทั้งปัญหาการจัดการศึกษาสำหรับผู้พิการ เด็กที่หลุดจะระบบการศึกษา ซึ่งจากรายงานพบว่ามีถึง 90,000-100,000 คนต่อปี ทั้งหมดรวมอยู่ในปัญหาความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา ปัญหาคุณภาพการศึกษา คุณภาพครู การจัดการเรียนการสอน ที่ต้องเข้าไปแก้ไข ขณะเดียวกันยังนำผลการวิเคราะห์ปัญหาการศึกษา ของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) มาพิจารณาด้วย การปฏิรูปครั้งนี้ ไม่ได้เริ่มต้นจากศูนย์ แต่ได้มีการรวบรวมข้อมูลจากแหล่งต่าง ๆ รวมถึงรับฟังความคิดเห็นจากประชาชนอย่างกว้างขวางเพื่อทำข้อเสนอไปยังรัฐบาล หรือบางเรื่องหากจำเป็นต้องออกเป็นกฎหมายเสนอไปก่อน 

        "ส่วนเรื่องการปรับโครงสร้างกระทรวงศึกษาธิการ(ศธ.) โครงสร้างใหญ่เราคงไม่ไปแตะ แต่มีการพูดคุยถึงการปรับโครงสร้างเล็ก ระดับโรงเรียน ว่าควรจะกระจายอำนาจให้โรงเรียนเป็นนิติบุคคล หรือไม่ และให้ส่วนกลางทำหน้าที่กำกับดูแลให้โรงเรียนสามารถบริหารจัดการตัวเองอย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งนี้ มีผู้แสดงความคิดเห็นเรื่องดังกล่าวอย่างหลากหลาย และเห็นว่ามีทั้งโรงเรียนที่มีความพร้อมและไม่พร้อมจึงต้องพิจารณาว่า จะกระจายอำนาจลงไปอย่างไรจึงจะเกิดความเหมาะสม ส่วนการตั้งกระทรวงการอุดมศึกษา ถือเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นก่อนที่จะมีคณะกรรมการอิสระฯ คงต้องเดินหน้าต่อไป เราคงไม่ไปพิจารณาเรื่องนี้อีก"ศ.นพ.จรัสกล่าว

        อย่างไรก็ตาม  หากจะมีการประชุมโครงสร้างศธ. ส่วนตัวเห็นว่า สกศ. เป็นหน่วยงานสำคัญ ในการพัฒนาการศึกษาชาติ ซึ่งเดิมการก่อตั้งให้ขึ้นตรงต่อนายกรัฐมนตรี ต่อมามีความเปลี่ยนแปลงมาอยู่ในกำกับศธ. ทำให้บทบาทหน้าที่เปลี่ยนไป ดังนั้น คิดว่า อาจจะต้องมาคิดใหม่ว่าจะทำอย่างไรกับสกศ. ที่ถือเป็นหน่วยงานระดับมันสมองของประเทศ 

logoline
แท็กที่เกี่ยวข้อง