
เยี่ยมโครงการ"คนซำสูงไม่ทอดทิ้งกัน"ใช้ที่สาธารณะปลูกผักปลอดสารพิษ
หนึ่งในจำนวนนายอำเภอ ที่กรมการปกครองคัดเลือกเป็น "นายอำเภอของประชาชน" เพื่อเชิดชูเกียรติให้แก่นายอำเภอที่อุทิศกำลังกาย กำลังใจ ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความวิริยะอุตสาหะ จนเป็นที่ยอมรับด้วยความศรัทธาจากประชาชนประจำปี 2552 ระดับเขตจำนวน 12 คนทั่วประเทศนั้น ไกรสร
ไกรสร ถือเป็นนายอำเภอป้ายแดงของอำเภอนี้และเป็นป้ายแดงของตำแหน่งนายอำเภอด้วย เนื่องเพราะ อ.ซำสูง เพิ่งยกฐานะจากกิ่งอำเภอเป็นอำเภอเมื่อวันที่ 8 กันยายน 2550 ขณะที่ ไกรสร เองก็เพิ่งได้รับการแต่งตั้งจากกรมการปกครองให้เป็นนายอำเภอครั้งแรกในชีวิตราชการของเขา
ผลงานของ ไกรสร ที่ส่งผลให้เขาได้รับรางวัลนายอำเภอของประชาชน ในช่วงการบริหารชาการแผ่นดินเพียง 1 ปี กว่าๆ นั้นคือการยกฐานะความเป็นอยู่ของชาวซำสูงให้ดีขึ้น โดยเฉพาะการสร้างอาชีพให้แก่ผู้ไร้ที่ทำกินได้ปลูกพืชผักปลอดสารพิษ ภายใต้โครงการแก้ไขปัญหาความยากจน “คนซำสูงไม่ทอดทิ้งกัน” โดยใช้ที่สธารณประโยชน์ที่ว่างเปล่า มาแบ่งปันให้ชาวบ้านทำกิน ด้วยการปลูกผักปลอดสารพิษ กระจายไปตามตำบลต่างๆ 8 แห่ง รวมพื้นที่กว่า 229 ไร่ มีราษฎรร่วมโครงการแล้ว 686 ราย รวมถึงการต่อยอดโครงการแปลงสาธิตเศรษฐกิจพอเพียง ตามแนวพระราชดำริที่บ้านโพธิ์ศรี-กุดทิง หมู่ 3 และ 4 ต.บ้านโนนด้วย
ที่น่าสนใจยิ่งคือ การใช้พื้นที่สาธารณประโยชน์โคกหนองทุ่มที่บ้านหม้อ ต.คูคำ มีเนื้อที่ให้ชาวบ้านทำกิน 80 ไร่ มีชาวบ้านไปปลูกผักกางมุ้งกว่า 30 ราย ปัจจุบันเป็นแหล่งปลูกผักกางมุ้งที่ใหญ่ที่สุดของ จ.ขอนแก่น เกษตรกรที่ปลูกพืชปลอดสารพิษแบบกางมุ้งแต่ละรายมีรายได้ปีละ 2-3 แสนบาท นอกจากนี้ ไกรสร ยังร่วมมือกับหลายฝ่ายเพื่อสร้างตลาดในรูปแบบต่างๆ ให้แก่เกษตรกรได้ขายผลผลิต อาทิ รถเข็นขายผักปลอดสารพิษภายใต้แบรนด์ "ซำสูง" ไปจอดในย่านชุมชน อาทิ ในตลาดบางลำภู ในเทศบาลนครขอนแก่น และตามจุดต่างๆ ในพื้นที่ อ.ซำสูง เช่น ที่ตลาดบ้านสว่าง ต.ห้วยเตย ที่บ้านคูคำ ต.คูคำ ที่บ้านขำแมด ต.คำแมด และในตลาดซำสูง เป็นต้น พร้อมกันนั้นยังสร้างรถจักรยานยนต์พ่วงข้าง เพื่อการตระเวนขายผักปลอดสารพิษตามชุมชนต่างๆ อีก 7 คัน
เมื่อไม่นานมานี้ ทีมท่องโลกเกษตรมีโอกาสเข้าไปเยี่ยมชมโครงการต่างๆ ที่ ไกรสร ดำเนินการเพื่อแก้ปัญหาความยากจนของชาวบ้านใน อ.ซำสูง และจากการสอบถามชาวบ้านผู้ร่วมโครงการได้รับคำตอบเป็นเสียงเดียวกันว่า หลังจากที่นายอำเภอเข้าจัดสรรที่ทำกินแล้วทำให้ชีวิตพ้นวงเวียนความยากจนได้ในระดับดีทีเดียว
เตียง เอื้อมกลาง อายุ 50 ปี จากบ้านสว่าง ต.ห้วยเตย หนึ่งในจำนวนผู้ร่วมโครงการคนซำสูงไม่ทอดทิ้งกัน และได้รับการคัดเลือกให้ใช้รถเข็นขายผักปลอดสารพิษของโครงการคนซำสูงไม่ทอดทิ้งกัน บอกว่า เดิมทีมีอาชีพรับจ้างทั่วไปในตลาดซำสูง มีรายได้วันละกว่า 100 บาท เพราะไม่มีที่ทำกินเป็นของตัวเอง พอทราบว่านายอำเภอซำสูงมีโครงการคนซำสูงไม่ทอดทิ้งกัน โดยจัดที่สาธารณประโยชน์ให้ชาวบ้านเข้าไปทำกิน จึงสมัครเข้าโครงการเมื่อ 8 เดือน ในพื้นที่รวมกับคนอื่นๆ ราว 4 ไร่ แต่เธอได้แปลงปลูกผักมา 4 แปลง ปลูกพืชผักปลอดสารพิษจำพวกพริกขี้หนู ซึ่งเก็บขายได้ทุกวัน และพืชผักอย่างอื่นสลับกัน โชคดีที่กลุ่มเลือกให้เธอเอารถเข็นของกลุ่มไปขายผักในตลาดซำสูง โดยมีคนอื่นฝากมาบ้าง ซึ่งในแต่ละวันทำให้มีรายได้จากการขายผักของตัวเอง และคนให้บ้างในฐานะที่ช่วยขายรวมๆได้วันละ 300 บาท
ด้าน คำเพย ป้องเรือ เกษตรกรวัย 61 ปี จากบ้านสว่าง ต.ห้วยเตย ผู้ร่วมโครงการคนซำสูงไม่ทอดทิ้งกันอีกคนหนึ่ง และได้รับการคัดเลือกให้เป็นผู้ครอบครองรถจักรยานยนต์พ่วงตระเวนขายผักปลอดสารพิษตามชุมชน บอกว่า ได้รับการจัดสรรที่ทำกินในพื้นที่สาธารณประโยชน์บริเวณบ้านสว่าง 4 ต.ห้วยเตย 1 งาน ปลูกผักปลอดสารพิษหลายอย่าง อาทิ ผักสลัด ขึ้นฉ่าย คะน้า กวางตุ้ง ผักบุ้ง และผักพื้นบ้าน ในแต่ละวันจะเก็บผักของตัวเอง นำรถจักรยานยนต์พ่วงของโครงการไปขาย โดยมีคนอื่นฝากขายด้วย ตระเวนขายตามชุมชนต่างๆ กำละ 5-10 บาท ในแต่วันจะขายผักของตัวเองได้วันละ 200-300 บาท หากรวมกับของกลุ่มที่ฝากขายด้วยตกวันละ 1,000 บาท
คล้อยบ่ายวันเดียวกัน ทีมงานเดินทางไปชมโครงการแปลงสาธิตเศรษฐกิจพอเพียง ตามแนวพระราชดำริที่บ้านโพธิ์ศรี-กุดทิง หมู่ 3 และ 4 ต.บ้านโนน บัวลา โพธิ์ศรี ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 3 ต.โพธิ์ศรี บอกว่า ในปี 2551-2554 ที่ตรงนี้ถูกบุกรุกไป 89 ไร่ ทางอำเภอร่วมกับชาวบ้านจึงหารือเพื่อให้ผู้บุกรุกคืนพื้นที่สาธาราณะเพื่อมาแบ่งให้อื่นมาทำกินบ้าง จนสามารถตกลงกันได้ โดยนำที่แห่งนี้ส่วนหนึ่งดำเนินโครงการแปลงสาธิตเศรษฐกิจพอเพียงต้นแบบ "อยู่ดีกินดี" เน้นปลูกผักปลอดสารพิษของเกษตรกร มีเกษตรกรร่วมโครงการกว่า 267 คน ปลูกพืชผักปลอดสารพิษหลายชนิด เพื่อกินเองที่เหลือไว้ขายต่อไป โดยอำเภอซำสูงให้ชุดปฏิบัติการระดับตำบลออกตรวจเยี่ยมติดตามประเมินผลผู้เข้าร่วมโครงการอย่างน้อยเดือนละ 1 ครั้ง
สำหรับที่มาของโครงการ เกิดมาจากที่ ไกสร บอกว่า ชาวบ้านใน อ.ซำสูง มีรายได้เฉลี่ยต่อหัวเพียง 40,293 บาทต่อปี ต่ำกว่ารายได้เฉลี่ยต่อหัวประชากรของ จ.ขอนแก่น ซึ่งอยู่ที่ประมาณคนละ 7 หมื่นบาทต่อปี ตรงนี้ย่อมเป็นดรรชนีชี้ให้เห็นถึงปัญหาความยากจนของชาวบ้านใน อ.ซำสูง เป็นอย่างดี ในฐานะที่เขาเคยเป็นปลัดอำเภออาวุโสที่นี่มา 3 ปี รู้ถึงปัญหาของชาวบ้านเป็นอย่างดี แต่คราวนั้น เขายอมรับว่า เป็นปลัดต้องปฏิบัติตามนโยบายของนาย หลังจากที่เขากลับมาเป็นนายอำเภอ จึงมองว่าการแก้ไขปัญหาความยากจนนั้น คงมิใช่ภาระของหน่วยงานราชการแต่เพียงอย่างเดียว ต้องเป็นหน้าที่ของทุกภาคส่วนแม้แต่ประชาชนในตำบลหมู่บ้านที่คนยากจนอาศัยอยู่ เพื่อให้กระบวนการแก้ไขปัญหาเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน เขาจึงได้ริเริ่มโครงการคนซำสูงไม่ทอดทิ้งกันขึ้นมา
นี่เป็นเพียงบางส่วนของการไปชมผลงานของท่านนายอำเภอป้ายแดงแห่งซำสูง "ไกรสร กองฉลาด" ในห้วงเวลาที่ได้เป็นนายอำเภอเกือบ 2 ปีที่ผ่านมา
ดมนัส กาเจ



