Kom Lifestyle

“สมมาตร์”ขอความเป็นธรรม“บิ๊กตู่”หลังชนะ 16 คดี

“สมมาตร์”ขอความเป็นธรรม“บิ๊กตู่”หลังชนะ 16 คดี
เกาะติดข่าวสาร >> คมชัดลึก ออนไลน์
logoline

อดีต ผอ.องค์การค้าฯ ร้องขอความเป็นธรรม "บิ๊กตู่" เพื่อ”แทนคุณแผ่นดิน” หลังชนะ 16 คดี คตร.ตรวจผ่านทุกกรณี เชื่อมั่นพร้อมแบ่งเบาภาระ นายกฯ

          เมื่อวันพุธที่ 14 มิถุนายน 2560 ที่ศูนย์รับเรื่องร้องเรียนทำเนียบรัฐบาล อาคารชั่วคราว ก.พ. นายสมมาตร์ มีศิลป์ อดีตผู้อำนวยการองค์การค้าของ สกสค. และ อดีตผู้อำนวยการองค์การค้าคุรุสภา มอบให้ นายสถาพร ทารา มายื่นหนังสือขอความเป็นธรรมจาก ฯพณฯ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ มีประเด็นดังนี้

            เนื่องจากในปี 2541 ถูกเลิกจ้างโดยไม่มีความผิดในตำแหน่งผู้อำนวยการองค์การค้าของคุรุสภา ตามคำสั่งคุรุสภาที่ 15/2541 วันที่ 11 มิถุนายน 2541 และถูกฟ้องคดี และคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติที่ 7/2558 ลงวันที่ 16 เมษายน 2558 ให้หยุดการปฏิบัติหน้าที่ไปก่อนจนกว่าหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลงเป็นอย่างอื่น ทำให้กระผมต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งผู้อำนวยการองค์การค้าของ สกสค.

          เมื่อคณะกรรมการติดตามและตรวจสอบการใช้จ่ายเงินงบประมาณภาครัฐ (คตร.) ได้เข้ามาตรวจสอบแล้ว ซึ่งกระผมไม่ถูกเลิกจ้างจากผลการตรวจสอบดังกล่าว แต่กลับถูกใช้การประเมินผลงานและประเมินผลสัมฤทธิ์การปฏิบัติงานของผู้อำนวยการองค์การค้าของ สกสค. ซึ่งไม่ถูกต้อง ทำให้กระผมไม่ผ่านการประเมินผลงานและผลสัมฤทธิ์การปฏิบัติของผู้อำนวยการองค์การค้าของ สกสค. กระผมไม่ได้รับความเป็นธรรมให้กลับเข้าไปปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งเดิม กระผมจึงใคร่ขอความเป็นธรรม โดยขอเรียนชี้แจงในเรื่องการถูกฟ้องคดี และการหยุดปฏิบัติหน้าที่ตามคำสั่งของ คสช. และ การประเมินผลงาน

           จากผลสรุปคดีทั้งหมดที่กระผมถูกเลิกจ้าง-ยัดคดีไม่เป็นธรรม เมื่อ ปี 2541 คดีทั้ง 4 กลุ่ม 16 คดี ถึงที่สุดหมดแล้ว โดยศาลพิพากษายกฟ้องทั้งหมด อีกทั้ง คตร ได้ตรวจสอบการใช้จ่ายเงินสรุปว่าถูกต้องครบถ้วน แต่ คณะกรรมการประเมิน ที่ ผู้ปฏิบัติหน้าที่ ผอ.องค์การค้าของ สกสค. แต่งตั้ง กลับประเมินไม่ผ่าน และ ได้มาทำหน้าที่บริหารในหน่วยงานนั้นแทนซึ่งไม่เป็นธรรม 

          ซึ่งกระผมเห็นว่าการประเมินผลงานฯ ไม่ถูกต้อง เนื่องจากกระผมสามารถดำเนินการตามภารกิจขององค์การค้าของ สกสค. ในการผลิตและจัดส่งหนังสือเรียนได้ทันเวลาก่อนเปิดภาคเรียน องค์การค้าของ สกสค. มีสภาพคล่องทางการเงินดีขึ้น และสามารถแก้ไขปัญหาขององค์การค้าของ สกสค. ได้ตามวิสัยทัศน์ และแผนยุทธศาสตร์การแก้ไขปัญหาองค์การค้าของ สกสค. ที่นำเสนอไว้ในการสมัครเพื่อเข้ารับการสรรหาเลขาธิการ สกสค ครั้งที่ผ่านมาแต่ได้ยกเลิกไป ที่กระผมสามารถทำได้ในอดีต สำเร็จ ตรวจสอบได้ ดังนี้

          - สามารถผลิตหนังสือเรียนเสร็จภายในวันที่ 31 มีนาคม และโรงเรียนได้รับหนังสือเรียน ก่อนเปิดภาคเรียน

          - สามารถแก้ไขปัญหาการขาดสภาพคล่องและขาดเงินทุนหมุนเวียน และสามารถแก้ไขปัญหาการขาดทุน

         - สามารถแก้ไขปัญหาการบริหารจัดการยอดขายตก และสามารถแก้ไขปัญหาการบริหารจัดการงานพิมพ์ล่าช้า ขาดคุณภาพ

          - สามารถแก้ไขปัญหาขาดความรัก ความสามัคคี ขาดขวัญและกำลังใจ

          จากข้อมูลที่ได้ชี้แจงไปแล้วข้างต้น จะเห็นได้ว่าคดีที่กระผมถูกฟ้องคดีนั้น ศาลพิพากษายกฟ้องและคดีถึงที่สุดแล้ว ในส่วนการปฏิบัติงาน กระผมมีผลงานเป็นที่ประจักษ์ ส่วนการถูกหยุดปฏิบัติหน้าที่ตามคำสั่งของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เพื่อให้คณะกรรมการติดตามและตรวจสอบการใช้จ่ายเงินงบประมาณภาครัฐ (คตร.) ตรวจสอบความถูกต้องและโปร่งใสในการใช้จ่ายเงินงบประมาณ นั้น คณะกรรมการติดตามและตรวจสอบการใช้จ่ายเงินงบประมาณภาครัฐ (คตร.) ได้เข้ามาตรวจสอบเรียบร้อยแล้วครบถ้วน

          จากข้อเท็จจริงทั้งหมดกระผมจึงขอความอนุเคราะห์จาก ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี ให้ความเป็นธรรมกับกระผมย้อนหลัง และ ถ้าท่านให้โอกาสกระผมแสดงฝีมือ ภายใน 6 เดือน ปัญหาต่างๆใน สกสค-องค์การค้าของ สกสค ที่ข้าราชการฝ่ายประจำที่บริหารอยู่แก้ปัญหาไม่ตกจนทุกวันนี้ ไม่ว่าปัญหาหนี้สิน หนี้ค้างจ่ายขั้นเงินเดือน การทุจริตต่างๆ ปัญหาหนังสือค้างสต๊อกกว่า 20 ล้านเล่ม สภาพคล่อง หนังสือส่งไม่ทัน ขวัญกำลังใจพนักงาน สกสค-องค์การค้าของ สกสค โดยไม่ต้องกู้เงินเพิ่มมาแก้ปัญหาสร้างหนี้สินเพิ่มจนเป็นความเสียหายทางแพ่งที่รัฐบาลต้องรับผิดชอบ กระผม นายสมมาตร์ มีศิลป์ พร้อมทุ่มเททั้งแรงกาย แรงใจ เพื่อแทนคุณแผ่นดินเกิด

         ทั้งนี้ นายสมมาตร์ มีศิลป์ อดีตผู้อำนวยการองค์การค้าของ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา (สกสค.) ถูกเลิกจ้างโดยไม่มีความผิด ในตำแหน่งผู้อำนวยการค้าของคุรุสภา และยังถูกคำสั่งของหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) มาตรา 44 เมื่อวันที่ 16 เม.ย.2558 ให้หยุดปฏิบัติหน้าที่จนกว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงคำสั่ง กรณีที่คณะกรรมการติดตามและตรวจสอบการใช้จ่ายเงินงบประมาณภาครัฐ ประเมินผลงานไม่ผ่าน ทำให้ไม่ได้รับความเป็นธรรม 

          นอกจากนี้ ยังถูกฟ้องร้องเรื่องการขาดคุณสมบัติการดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการองค์การค้า สกสค. แต่เมื่อคดีนี้ได้สิ้นสุดแล้ว กลับไม่ได้เข้าไปปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งเดิม จึงอยากร้องขอความเป็นธรรมต่อนายกรัฐมนตรี เนื่องจากคดีที่นายสมมาตร์ถูกฟ้องทั้ง 10 คดี ศาลพิพากษายกฟ้อง และคดีถึงที่สุดแล้ว

          ส่วนกรณีที่ถูกคำสั่ง คสช.ให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ ทางคณะกรรมการติดตามและตรวจสอบการใช้จ่ายงบประมาณภาครัฐ (คตร.) ได้มาตรวจสอบความถูกต้อง และความโปร่งใสในการใช้จ่ายเงินงบประมาณในขณะดำรงตำแหน่งเรียบร้อยแล้ว

          โดยในวันนี้(14มิ.ย.2560) นายสถาพร ทารา ในฐานะผู้แทนนายสมมาตร์ มีศิลป์ ได้เข้ายื่นหนังสือขอความเป็นธรรม พร้อมด้วยสำเนาหลักฐานการสิ้นสุดคดี 10 คดี ต่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ผ่าน นายพันศักดิ์ เจริญ ผู้อำนวยการส่วนประสานมวลชนและองค์กรประชาชน ที่ศูนย์บริการประชาชน สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ทำเนียบรัฐบาล 

 

     

logoline
แท็กที่เกี่ยวข้อง