ไลฟ์สไตล์

เรื่องของช่วงล่าง (3)

เรื่องของช่วงล่าง (3)

13 ก.ย. 2552

ศูนย์ล้อ

การที่ยางและล้อมีหน้าที่สัมพันธ์กันกับระบบอื่นๆ จำเป็นต้องมี ตำแหน่งหรือมุมที่ถูกต้อง (ศูนย์) ในรถยนต์คันหนึ่งๆ จะมีมุม (ศูนย์ล้อ-Wheels Alignment) สามมุมเข้ามาเกี่ยวข้องสัมพันธ์กันตลอดเวลา ด้วยค่าของมุมที่ถูกออกแบบมาอย่างถูกต้องและเหมาะสม
มุมโทอิน หรือ โทเอาท์ (Toe-in, Toe-out) มุมคาสเตอร์ (Caster) และมุมแคมเบอร์ (Camber) ทั้งสามมุมจะถูกออกแบบมาให้มีค่าที่ถูกต้องสมบูรณ์ เพื่อให้ตัวรถเคลื่อนที่ได้อย่างนิ่มนวล ปลอดภัยในทุกสภาพของถนนและในทุกความเร็วที่เกิดขึ้น

 มุมโทอิน โทเอาท์ หรือ มุมอ้ามุมหุบ ของหน้ายางเป็นค่าตายตัวที่ได้จากระบบบังคับเลี้ยวที่ถูกกำหนดจากโรงงาน ค่าที่กำหนดจะแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับชนิด ขนาด ของรถยนต์คันนั้นๆ มุมอ้าหรือมุมหุบนี้จำเป็นที่จะต้องปรับค่าตามกำหนดระยะเวลาหลังจากการใช้งาน  การปรับค่า ก็เพื่อชดเชยการสึกหรอจากการใช้งานและรักษาสภาพของหน้ายางให้สัมผัสกับพื้นถนนด้วยมุมที่ถูกต้องตลอดเวลา

 มุมคาสเตอร์และแคมเบอร์  เช่นกันเป็นมุมที่เกิดขึ้นจากการตั้งค่าของระบบกันสะเทือน ทั้งสองมุมถูกออกแบบให้มีค่าตายตัวจากโรงงาน เพื่อใช้ในการขับเคลื่อนให้รถยนต์แต่ละรุ่นแต่ละแบบมีเสถียรภาพในการทรงตัวที่มั่นคง ในทุกสภาพถนนและความเร็วของการขับขี่

 ดังนั้นต่อคำถามที่ว่า รถคันนั้นรุ่นนั้น เกาะถนน หนึบ หรือมีสมรรถนะ ดีมากพอไหม จึงต้องพิจารณากันมากเรื่องหลายราว ตั้งแต่ยางกระทะล้อ โช้คอัพ คอยล์สปริง จุดยึด ศูนย์ล้อ และส่วนประกอบอื่นๆ อีกมาก เช่น ระบบส่งกำลัง (ระบบขับเคลื่อน) การกระจายน้ำหนัก มุมของล้อ ลูกปืนล้อ เพลาขับ น้ำหนักบรรทุก รูปทรงของรถ

 ปัญหาของช่วงล่าง ที่เกิดขึ้น ก็พอจะแยกออกได้เป็น 2 หัวข้อหลักๆ ได้คือ ช่วงล่าง มีเสียงดัง และช่วงล่างไม่เกาะถนน (ไม่มีเสถียรภาพ)

 ช่วงล่างมีเสียงดัง 
ถ้าจะเริ่มกันที่ช่วงล่างมีเสียงดัง ก็ต้องมาทำความเข้าใจกันก่อนว่า เสียงดัง (ผิดปกติ) จากช่วงล่างนั้นเกิดจาก 2 ลักษณะคือ

 เสียงดังที่เกิดจาก การหมุนเป็นวงรอบ ก็มาพิจารณาดูว่าในขณะที่ช่วงล่างทั้งหมดเริ่มทำงานนั้น มีชิ้นส่วนใดบ้างที่หมุนเป็นวงกลมหรือเป็นจังหวะตามวงรอบ เริ่มจาก ยาง ลูกปืนล้อ เพลาขับ เพลาข้าง เพลากลาง เฟืองท้าย ทั้งหมดนี้จะเคลื่อนไหวหรือทำงานเป็นวงรอบ

เมื่อฟังหรือได้ยินแล้วว่าเสียงที่ผิดปกตินั้นเกิดตามการหมุนของชิ้นส่วนเป็นวงรอบนั้นเสียงนั้นเป็นเสียงประเภทใด ก็ต้องพยายามแยกให้ออกว่าเป็นเสียงที่เกิดขึ้นจาก เหล็กกระทบกับเหล็ก เหล็กเสียดสีกับยาง ยางเสียดสีกับยาง เมื่อแยกที่มาของเสียง และประเภทของเสียงได้แล้ว ก็ไม่ยากที่จะเข้าถึงปัญหาและทำการแก้ไขได้อย่างถูกต้องโดยไม่เสียเวลาและเสียค่าใช้จ่ายที่ผิดไปจากความจริง

เสียงดังอีกเสียงหนึ่งคือ เสียงที่เกิดจากชิ้นส่วนในระบบขึ้นลงเป็นแนวดิ่ง ก็พิจารณาดูว่ามีชิ้นส่วนใดบ้างของช่วงล่างที่ทำงานหรือขึ้นลงเป็นแนวดิ่ง เริ่มจากลูกหมาก (ในหลายกรณีลูกหมากจะเคลื่อนไหวทั้งแนวดิ่งและเป็นวงรอบ) โช้คอัพและคอยล์สปริง ปีกนก แกนยึด (แบบช่วงล่างอิสระและคานแข็ง)

เช่นกันต้องพิจารณาว่าเสียงที่ได้ยินนั้นเกิดขึ้นในเวลาใด (ความเร็ว) เมื่อใด (สภาพถนน สภาพอากาศ การบรรทุกหรือน้ำหนักของตัวรถ) และเป็นเสียงประเภทใด (เหล็ก เสียดสีกับเหล็ก เหล็กกับยาง ยางกับยาง) แล้วพิจารณาหาสาเหตุและแก้ไขไปตามต้นเหตุที่ได้ยิน เนื้อที่หมดเหลือปัญหาสำคัญอีกปัญหาที่เกิดกับช่วงล่าง ทั้งปัญหาที่เกิดขึ้นจริงกับปัญหาที่เกิดจากความรู้สึกว่าช่วงล่างไม่หนึบ ไม่เกาะ ก็ต้องตามกันต่อสัปดาห์หน้าครับ