Kom Lifestyle

ทุเรียนไทยจะไป 4.0 หรืออยู่ที่ 0.4

ทุเรียนไทยจะไป 4.0 หรืออยู่ที่ 0.4
เกาะติดข่าวสาร >> คมชัดลึก ออนไลน์
logoline

ปัญหาของการส่งออกผลไม้ของไทย คือ ด้านการควบคุมและรักษาคุณภาพให้ได้มาตรฐาน เพื่อให้เกิดความเชื่อถือในผลิตภัณฑ์ส่งออกผลไม้ไทย

        มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ โดย สำนักงานบริการวิชาการ ร่วมกับ คณะเกษตร กำแพงแสน และคณะวิศวกรรมศาสตร์ กำแพงแสน เปิดเวทีกลางระดมความคิดเห็นจากผู้เชี่ยวชาญทุกภาคส่วน

     ร่วมแก้ปัญหาคุณภาพทุเรียนไทยส่งออก ในงานเสวนาวิชาการเรื่อง คุณภาพทุเรียนไทย จะไปถึง 4.0 หรือ อยู่ที่ 0.4 โดยมี ดร.จงรัก วัชรินทร์รัตน์ รักษาการแทนอธิการบดี กล่าวว่า ทุเรียนไทยเป็นผลไม้ระดับต้น ๆ ของไทยที่ได้รับการยอมรับจากต่างชาติ

     แต่ปัญหาของการส่งออกผลไม้ของไทย คือ ด้านการควบคุมและรักษาคุณภาพให้ได้มาตรฐาน เพื่อให้เกิดความเชื่อถือในผลิตภัณฑ์ส่งออกผลไม้ไทย

     ซึ่งในปัจจุบัน ปัญหาดังกล่าวก็ยังไม่ได้รับการแก้ไขอย่างเป็นระบบ หากประเทศไทยยังไม่สามารถแก้ไขปัญหาดังกล่าวได้ ตลาดการส่งออกผลไม้ไทย ก็จะเกิดความเสียหายแก่เศรษฐกิจของประเทศตามมา

     ดังเช่น ข่าวการส่งทุเรียนอ่อนไม่ได้คุณภาพไปขายที่ประเทศญี่ปุ่นที่ผ่านมา ซึ่งเมื่อเข้าไปตรวจสอบข้อมูลพบว่า ระบบการบริหารจัดการ ตั้งแต่การปลูก การเก็บเกี่ยว การควบคุณภาพ เป็นปัจจัยสำคัญในการควบคุมมาตรฐานของผลไม้ส่งออกไทย

     ด้าน นายชลธี นุ่มหนู ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรจันทบุรี ให้ควาเห็นเรื่องการพัฒนานวัตกรรมเพื่อการเก็บรักษา และส่งเสริมคุณภาพทุเรียนเพื่อการส่งออก ว่า ปัจจบันชาวสวน มีการนำเทคโนโลยีเครื่องจักรกลทางการเกษตรเข้ามาช่วยในการทำสวน เพื่อลดแรงงานคน

      อย่างไรก็ตามเกษตรกรควรต้องมีการบริหารจัดการสวนที่ดี โดยดูแลโครงสร้างของต้นทุเรียน ฟื้นฟูใส่ปุ๋ยต้นทุเรียน ดูแลระบบน้ำ ตัดแต่งกิ่ง รวมถึงช่วยผสมเกสร เพื่อให้ทุเรียนออกดอกกระจายทั่วต้น ติดผลมากมีรูปทรงที่ดี และมีคุณภาพตามที่ตลาดต้องการ

     ในขณะที่.ดร.แท้จริง ศิริพานิช อาจารย์ประจำภาควิชาพืชสวน คณะเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ให้ข้อมูลการพัฒนานวัตกรรมเพื่อการเก็บรักษา และส่งเสริมคุณภาพทุเรียนส่งออก ว่า การดูผลผลิตทุเรียนของเกษตรกร ส่วนใหญ่ก็จะเป็นการ นับวัน – ดูผล – ฟังเสียง แล้วนำทุเรียนออกมาจำหน่ายในท้องตลาด จึงทำให้ทุเรียนบางลูกอาจสุกไม่ทั่วถึงหรือแก่ไม่เต็มที่

    บางครั้ง ต้องมาคำนวณระยะทางในการเดินทางเพื่อการส่งออกว่ากี่วัน ถ้าเก็บทุเรียนสุกมากจนเกินไปก็อาจแตกเมื่อถึงปลายทางได้

    ดังนั้นเกษตรกร ต้องมีความรู้ด้านการเก็บเกี่ยว การปรับปรุงและขยายพันธุ์ การคัดเลือกพันธุ์ ซึ่งมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง และภาครัฐควรให้การสนับสนุน ทั้งให้ความรู้และส่งเสริมคุณภาพทุเรียนเพื่อการส่งออก แก่กลุ่มเกษตรกรชาวสวนทุเรียนด้วย

     ผศ.ดร.รณทธิ์ ฤทธิรณ อาจารย์ประจำคณะวิศวกรรมศาสตร์ กำแพงแสน มหาวิทยาลัย เกษตรศาสตร์ นักวิจัย ที่นำเทคโนโลยีอินฟาเรดย่านใกล้ (NIR Technology ) มาใช้เพื่อคัดคุณภาพทุเรียน ที่เรียกว่าเครื่องตรวจวัดความสุก อ่อน ของทุเรียนให้มีคุณภาพมาตรฐานส่งออก โดยใช้พลังงานแสงอินฟาเรดย่านใกล้ เป็นคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าในการตรวจสอบ และใช้เวลาไม่นาน

      วิธีการใช้งานเพียงนำเครื่อง NIR ไปแตะที่ผลทุเรียนโดยไม่ต้องปอกเปลือก ก็สามารถวิเคราะห์ออกมาได้ว่า ภายในผลทุเรียนนั้นมี น้ำตาล แป้ง ความชื้น หรือน้ำ เท่าใด โดยไม่ทำลายเนื้อทุเรียนที๋อยู่ภายใน และยังสามารถวัดค่าน้ำหนักเนื้อแห้งของทุเรียได้ไม่ต่างจากค่าที่วิเคราะห์ในห้องปฏิบัติการอีกด้วย ซึ่งในกรณีหมอนทอง และชะนี ค่าน้ำหนักเนื้อแห้งต้องไม่ต่ำกว่า 32 % พวงมณี 30% และกระดุม 27%

     อีกมุมมองหนึ่งของ รศ.สมพร อิศวิลานนท์ นักวิชาการอาวุโส สถาบันคลังสมองของชาติ มองถึงอนาคตของคุณภาพทุเรียน และการส่งออก ว่า ทุเรียนไทยเป็นผลไม้ส่งออกอันดับหนึ่ง

    โดยมีประเทศจีนเป็นผู้นำเข้ารายใหญ่ ในปี 2559 ไทยส่งออกทุเรียนไปจีน ประมาณ 400,000 ตัน ตลาดจีนทำให้ทุเรียนไทยมีการปรับราคาสูงขึ้น เนื่องจากเป็นทุเรียนที่มีรสชาติดี มีคุณภาพ

    ดังนั้นเกษตรกรต้องมีการพัฒนาพันธุ์ทุเรียน ก่อนตัดไปขายควรตรวจดูความสุก- อ่อนของทุเรียน ให้มีคุณภาพตามมาตรฐาน มกอช. ถึงแม้ล้งจีนจะเข้ามาดำเนินการ มีการแข่งขันกับพ่อค้าไทยก็ตาม โดยรับซื้อ และคัดไซด์ทุเรียนเพื่อส่งออก แบ่งเป็น คัดพิเศษ ชั้น 1 ชั้น 2 เมื่อไปถึงจีน ราคาจะเพิ่มขึ้นเป็น 6 เท่า

    ส่วน นายไพบูลย์ วงศ์โชติสถิต นายกสมาคมผู้ค้าและส่งออกผลไม้ไทย กล่าวถึงตลาดส่งออกทุเรียนให้ถูกใจผู้บริโภค ว่า การส่งออกทุเรียนไทยในปัจจุบันมีพ่อค้าชาวจีนมารับซื้อทุเรียนจากชาวสวน และล้งจีนในแต่ละปีที่มารับซื้อทุเรียนก็ไม่ใช่พอค้าคนเดิม

      ปัญหาก็คือพ่อค้าชาวจีนไม่มีความชำนาญในการดูทุเรียนสุก- อ่อน ไม่รู้ว่าทุเรียนอ่อน ทุเรียนแก่ มีความแตกต่างกันอย่างไร แล้วนำไปขายต่อให้ผู้บริโภค โดยไม่สนใจว่าจะเป็นอย่างไร หากผู้บริโภคเจอทุเรียนอ่อนกินไม่ได้ ก็ต้องทิ้งอย่างเดียว

       “ทุเรียนหมอนทองไทยมีรสชาติดี ชาวสวนต้องช่วยกันรักษาคุณภาพให้ได้ เมื่อรักษาคุณภาพได้แล้ว ทุเรียนอ่อนที่มีในท้องตลาด ก็จะค่อย ๆ หมดไป ส่วนทุเรียนพวงมณีเริ่มเป็นที่รู้จักและได้รับความสนใจจากคนจีนมากขึ้น ชาวสวนต้องขยายพื้นที่ปลูกทุเรียนพวงมณีเพิ่มขึ้น และน่าจะเป็นอีกสายพันธุ์หนึ่งที่ผู้บริโภคต้องการ โดยเฉพาะตลาดจีน

    ปัจจุบันทุเรียนไทยไม่ค่อยมีปัญหาด้านการตลาด แต่คุณภาพจะไปถึง 4. 0 หรือไม่ ต้องขึ้นอยู่กับชาวสวนทุเรียนที่ต้องรักษาคุณภาพในการผลิต และรสชาติของทุเรียนไทยให้ได้มาตรฐานตลอดไป

logoline
แท็กที่เกี่ยวข้อง