
เพิ่ม“เอ็มคิว”ในยุทธศาสตร์สุขภาพจิตกันอาชญากรวัยรุ่น
กรมสุขภาพจิต เพิ่มปลูก“จริยธรรมเด็กไทย” ป้องกันอาชญากรวัยรุ่น ในยุทธศาสตร์สุขภาพจิตชาติ 20 ปี ชี้สถิติปัจจุบันนี้มีเด็กและเยาวชนกระทำผิดปีละ 4 – 5 หมื่นคดีอายุน
น.อ.ต.นพ.บุญเรือง ไตรเรืองวรวัฒน์ อธิบดีกรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ว่า กรมสุขภาพจิตได้ประชุมคณะอนุกรรมการสุขภาพจิตแห่งชาติ ซึ่งแต่งตั้งโดยพลเรือเอกณรงค์ พิพัฒนาศัย รองนายกรัฐมนตรี ประธานคณะกรรมการสุขภาพจิตแห่งชาติ ประกอบด้วยผู้แทนหน่วยงานทุกภาคส่วนทั้งในและนอกกระทรวงสาธารณสุข มูลนิธิองค์กรเอกชนสาธารณประโยชน์ต่างๆ ที่ดำเนินการเกี่ยวข้องกับด้านสุขภาพจิต เพื่อจัดร่างยุทธศาสตร์สุขภาพจิตแห่งชาติ 20 ปี พ.ศ.2560-2579 ซึ่งมีความสอดคล้องกับแผนพัฒนาสุขภาพ แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ แผนพัฒนาประเทศไทยยุค 4.0 และเป้าหมายแห่งการพัฒนาขององค์การสหประชาชาติด้วย
ร่างยุทธศาสตร์สุขภาพจิตแห่งชาติฉบับนี้ เป็นแผนบูรณาการเชื่อมโยงสร้างการมีส่วนร่วมของหน่วยงานทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องในการพัฒนาคุณภาพสุขภาพจิตคนไทยทุกคนทุกกลุ่ม ทุกอาชีพ กำหนดเป้าหมายให้คนไทยในอีก 20 ปีข้างหน้า มีปัญญา อารมณ์ดี มีความสุขและอยู่ในสังคมอย่างทรงคุณค่า เป็นพลเมืองไทยและพลเมืองโลก ประกอบด้วย 5 ยุทธศาสตร์หลักได้แก่ 1.การส่งเสริมและป้องกันปัญหาสุขภาพจิตตลอดช่วงชีวิตซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการป้องกันการเจ็บป่วยทางสุขภาพจิตที่ให้ผลยั่งยืนใช้ต้นทุนต่ำกว่าการรักษาประชาชนมีความรู้และดูแลสุขภาพจิตตัวเองและครอบครัวในเบื้องต้นได้ รู้อาการแรกเริ่มของความผิดปกติที่ต้องไปรับบริการตั้งแต่เนิ่นๆ
2. การพัฒนาระบบบริการสุขภาพจิตและจิตเวชให้ผู้ป่วยเข้าถึงการรักษาเร็วขึ้น จะเพิ่มโอกาสหายสูงขึ้น ซึ่งปัญหาที่ประสบเช่นเดียวกับทั่วโลกขณะนี้คือผู้ป่วยโรคทางจิตเวชเข้าถึงบริการต่ำกว่าโรคทางกายหลายเท่าตัว เนื่องมาจากทัศนคติ การยอมรับการรักษา 3.การขับเคลื่อนและผลักดันมาตรการทางกฎหมาย สังคม และสวัสดิการต่างๆ เช่นการดูแลผู้ป่วยจิตเวชที่ไม่มีญาติ การดูแลผู้ป่วยจิตเวชในเรือนจำ การกำหนดหลักเกณฑ์และเงื่อนไขการเผยแพร่ข้อมูลผู้ป่วยจิตเวชในสื่อทุกประเภท 4. พัฒนากลไกการดำเนินงานด้านสุขภาพจิต เช่น พัฒนาระบบประกันสุขภาพของผู้ที่มีปัญหาสุขภาพจิตให้ได้รับการดูแลเสมอภาคเช่นเดียวกับผู้ป่วยโรคทางกาย และ 5. การศึกษาวิจัยเพื่อพัฒนาองค์ความรู้ใหม่ทั้งด้านการรักษาการส่งเสริม การป้องกันโรค และลดปัจจัยเสี่ยงที่ก่อให้เกิดปัญหาสุขภาพจิต
ทั้งนี้ ประเด็นนโยบายใหม่ซึ่งที่ประชุมได้เสนอให้บรรจุในร่างยุทธศาสตร์สุขภาพจิตแห่งชาติ 20 ปีฉบับนี้ มี 4 ประเด็น ได้แก่ 1. เพิ่มเรื่องเอ็มคิว ( Moral Quotient: MQ) เพื่อปลูกฝังด้านจริยธรรม คุณธรรมให้แก่เด็กไทยที่เกิดในยุคดิจิตอลเป็นวัคซีนป้องกันปัญหาอาชญากรเด็กและวัยรุ่นในอนาคตซึ่งข้อมูลปัจจุบันนี้พบว่าเด็กและเยาวชนที่กระทำผิดที่มีปีละ 40,000 –50,000 คดี มีอายุน้อยลงเรื่อยๆ และเป็นเด็กที่มีครอบครัวไม่ใช่เด็กเร่ร่อนเหมือนในอดีตซึ่งเอ็มคิวนี้จะทำให้เด็กมีศีลธรรม ละอายต่อการกระทำผิด ทำบาปสามารถสร้างเอ็มคิวได้จากการเลี้ยงดูกล่อมเกลาจากครอบครัว ดังนั้น ต้นทุนชีวิตของลูกหลานไทยในยุคดิจิตอลทุกคนจะต้องมีอย่างน้อย 3 คิว คือไอคิว(IQ) อีคิว(EQ)และเอ็มคิว(MQ) คือมีสมองดี อารมณ์ดี มีศีลธรรมประจำใจด้วย
ประเด็นที่ 2.มีระบบส่งเสริมพัฒนาเด็กไทยที่มีไอคิวสูงหรือที่เรียกว่าเด็กอัจฉริยะ ซึ่งมีประมาณร้อยละ 5 ของเด็กไทย เพื่อให้เป็นผู้นำในการสร้างผลผลิตของประเทศไทยในอนาคตอย่างจริงจัง เพิ่มศักยภาพการแข่งขันของไทยให้แกร่งขึ้น ขณะนี้มีหลายประเทศดำเนินการแล้วทั้งในเอเชีย อเมริกา ประเด็นที่ 3.การบรรจุวิชาสุขภาพจิตเข้าในหลักสูตรการเรียนการของกระทรวงศึกษาธิการให้นักเรียนมีความรู้เรื่องของสุขภาพจิตปัญหาการเจ็บป่วยทางจิตและการปฏิบัติตัวที่ถูกต้อง รู้จักความผิดปกติจิตใจ อารมณ์ พฤติกรรม และเข้ารับบริการรักษาได้เร็ว จะส่งผลดีต่อคุณภาพการรักษาสามารถใช้ได้ตลอดชีวิต จะเป็นการเสริมระบบการส่งเสริมป้องกันปัญหาสุขภาพจิตให้เข็มแข็งยิ่งขึ้น
และประการที่ 4.การออกแบบระบบความปลอดภัยของโรงพยาบาลจิตเวชเพื่อดูแลผู้ป่วยจิตเวชที่มีคดีอย่างเหมาะสม ขณะนี้กรมสุขภาพจิตอยู่ระหว่างปรับปรุงร่างยุทธศาสตร์ฯให้สมบูรณ์แบบคาดว่าจะนำเสนอเข้าที่ประชุมคณะกรรมการสุขภาพจิตแห่งชาติเพื่อพิจารณาในปลายเดือนนี้เพื่อนำเสนอที่ประชุมคณะรัฐมนตรี ประกาศใช้ ให้ทุกหน่วยงานนำไปปฏิบัติต่อไป



