ไลฟ์สไตล์

ตะวันดำนาห้องเรียนกลางท้องทุ่ง

ตะวันดำนาห้องเรียนกลางท้องทุ่ง

12 ก.ย. 2552

การเรียนรู้นอกห้องเรียนสอดรับวิถีการดำรงชีวิตชุมชน เชื่อมโยงสู่การเรียนรู้ทางวิทยาศาสตร์ แปลงนา คือ แหล่งการเรียนรู้สำคัญ กิจกรรม "ดำนาล้อตะวัน ชมจันทร์กลางทุ่งนา" ที่ศูนย์การเรียนรู้วิทยาศาสตร์โลกและดาราศาสตร์ (LESA) สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.

 เด็กๆ กว่า 40 คน จากโรงเรียนหนองแต้วรวิทย์ และโรงเรียนบ้านฝายพญานาค สนุกสนานร่วมกันเรียนรู้ค้นหาคำตอบตำแหน่งดวงอาทิตย์บนท้องฟ้าด้วยนาฬิกาแดด เครื่องมือท่องโลกวิทยาศาสตร์ เพื่ออธิบายความหมาย“ตะวันดำนา” ร่วมกับพี่ๆ นิสิตจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

 นาฬิกาแดดเครื่องมือบอกเวลาของคนสมัยโบราณอาศัยดูเงาแดดบนก้อนหินเฉียงไปทางทิศใด จากที่ร่วมค้นหาคำตอบ ด.ช.ปฏิภาณ  ทองทิพย์ หรือ น้องอี้ อายุ 12 ปี นักเรียนชั้น ป.6 โรงเรียนบ้านฝายพญานาค รู้จักดวงอาทิตย์มากขึ้น ไม่ใช่ขึ้นทางทิศตะวันออกและไปตกทางทิศตะวันตกเสมอไป เงาดวงอาทิตย์บนนาฬิกาแดดเฉียงทางใต้ ดวงอาทิตย์จึงอยู่ทางทิศเหนือ ช่วงฤดูฝนดวงอาทิตย์ขึ้นเร็วและตกช้า กลางวันยาวนานกว่ากลางคืน แสงอาทิตย์มีมาก พืชก็เติบโตได้ดี

 ส่วน ด.ญ.ณัฐนรี ตระการไทย หรือน้องบิว อายุ 12 ปี นักเรียนชั้น ป.6 โรงเรียนหนองแต้วรวิทย์ แม้พื้นฐานชีวิตผูกพันกับการทำนามาตั้งแต่เกิด แต่ครั้งนี้กิจกรรมดำนาในแปลงนาแห่งการเรียนรู้ มีเรื่องราวของวิทยาศาสตร์สอดแทรกอยู่ด้วย เช่น วัฏจักรการเจริญเติบโตของพืช ล้วนมีแสงแดด น้ำ ดิน คน เข้ามาเกี่ยวข้อง เรียนรู้ก้อนเมฆบนท้องฟ้า เป็นต้น

 น้องๆ นักเรียนเรียนแล้วการทำนาเป็นเรื่องวิถีการดำรงชีวิตของชุมชน ตรงกันข้ามกับ อริศรา พิศพันธ์ หรืออ้อม อายุ 20 ปี นิสิตชั้นปีที่ 2 สาขาปฐมศึกษา เอกวิทย์-คณิต คณะครุศาสตร์ จุฬาฯ พี่เลี้ยงอาสาร่วมสัมผัสประสบการณ์การ ดำนา ครั้งแรกในชีวิต สองมือที่เคยถือช้อนกินข้าว เปลี่ยนมาเป็นมือแห่งการปลูกข้าว 

 ข้าวแต่ละเม็ดมีขั้นตอน การปลูกข้าวในนาดำต้องตกกล้า 25-30 วัน ในแปลงขนาดเล็ก ก่อนถอนต้นกล้าไปปักดำในนาผืนใหญ่ ที่ชาวบ้านไถ่เตรียมไว้สำหรับการปลูกข้าว ปลักกล้าในแปลงนาที่เตรียมไว้ รอให้ข้าวออกร่วงสีเหลืองทองจึงสามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตได้

 ส่วนเพื่อนร่วมสถาบัน ภัทรจิตรา แสงสุข หรือน้ำ อายุ 19 ปี ยิ้มรับประสบการณ์ชีวิตที่หาไม่ได้ในห้องเรียนชีวิตนักศึกษา รู้สึกประทับใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของอาหารกลางวันสำหรับน้องๆ การ "ดำนา" สะท้อนให้เห็นวัฒนธรรมท้องถิ่นแบบพึ่งพาอาศัยกัน ความมีน้ำใจเป็นหนึ่งเดียวของชุมชนยังคงมีให้เห็น ความสัมพันธ์ระหว่างโรงเรียนกับชุมชนท้องถิ่น

 ภารกิจสำคัญของน้องๆ อีกอย่างหนึ่ง คือ ทำอาหารมื้อเย็นรับประทานเอง สนุกสนานกับการหาวัตถุดิบประกอบอาหารภายในโรงเรียนหนองแต้วรวิทย์ จากฐานการเรียนรู้ทั้ง 8 ฐานในโรงเรียน เด็กๆ ทั้ง 4 กลุ่มแบ่งหน้าที่ หาปลา เห็ด ไข่ และกบ นำมาปรุงเมนูเด็ด อิ่มอร่อยกันถ้วนหน้า

 กิจกรรม “ตะวันดำนา” เป็นกิจกรรมการเรียนรู้คู่กับกิจกรรม “ตะวันอ้อมข้าว” อาจารย์ฐากูร เกิดแก้ว หัวหน้าศูนย์การเรียนรู้วิทยาศาสตร์โลกฯ เตรียมสานต่อความรู้คู่วิถีชีวิตชุมชนกับโลกวิทยาศาสตร์อีกครั้ง ในกิจกรรม “ตะวันอ้อม ข้าวดูดาวบนฟาง” วัดเงาดวงอาทิตย์ด้วยนาฬิกาแดด เพื่อเด็กนักเรียนทุกคนจะได้เรียนรู้ความหมาย “ตะวันอ้อมข้าว” และร่วมกันเก็บเกี่ยวผลผลิตข้าวที่ปลูกไว้ในครั้งนี้ด้วย

 แหล่งเรียนรู้จากสิ่งใกล้ตัวในวิถีชีวิตชุมชน สามารถตอบสนองสิ่งเร้าการเรียนรู้ของเด็กร่วมไปถึงนิสิตนักศึกษาได้เป็นอย่างดี วิทยาศาสตร์คงไม่ใช่เรื่องเข้าใจยากสำหรับเด็กไทยอีกต่อไป
    0 กิตติยา  ธนกาลมารวย 0