ไลฟ์สไตล์

2 ปี 4  หลัก ! เดินหน้าพลิกการศึกษา

2 ปี 4 หลัก ! เดินหน้าพลิกการศึกษา

09 มิ.ย. 2560

ภายใต้เงื่อนเวลา2 ปี หรือ 104สัปดาห์ กับ 5 ภารกิจหลักที่คณะกรรมการอิสระเพื่อการปฏิรูปการศึกษา ซึ่งเป้าหมายสูงสุดในการแก้ปัญหา นั่นคือเรื่องคุณภาพการศึกษา

        ถัดลงมาคือ ความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา โดยต้องมีกำหนดกลไกอย่างเป็นระบบ ตั้งแต่ฐานรากคือเด็กเล็ก ไปจนถึงการต้องใช้จังหวะโอกาสนี้จัดระบบ ระเบียบ รวมถึงส่งเสริมการปลูกฝังคุณธรรม จริยธรรม การรู้ผิด รู้ชอบให้แก่เด็กและเยาวชน

        “การปฏิรูปการศึกษาคราวนี้มี 4 เรื่องหลัก ตั้งแต่เด็กเล็ก การสร้างอาชีพใหม่ ผู้สูงวัย และคนในระบบการศึกษา ที่จะต้องดำเนินการและต้องทำให้เชื่อมโยงกันไปอย่างเป็นระบบ การเดินหน้าปฏิรูปการศึกษาจะต้องทำหลายเรื่องควบคู่กัน ไม่ใช่ทำแค่เรื่องใดเรื่องหนึ่ง” อาจารย์ “ยักษ์- วิวัฒน์ ศัลย์กำธร” ประธานกรรมาธิการ ( กมธ.)ขับเคลื่อนการปฏิรูปการศึกษา สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปแห่งชาติ (สปท.) ชี้เป้าหมายที่ต้องปฏิรูป

        อ.ยักษ์ เป็น 1 ใน 25 อรหันต์ ที่มาร่วมทีมขับเคลื่อนงานปฏิรูปการศึกษาคราวนี้ เป็นที่รู้จักกันดีในฐานะประธานมูลนิธิกสิกรรมธรรมชาติ ที่เดินตามรอยของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิอดุลยเดช รัชกาลที่9 ด้วยการทำการเกษตรตามแนว“ทฤษฎีใหม่ เศรษฐกิจพอเพียง” 

2 ปี 4  หลัก ! เดินหน้าพลิกการศึกษา

        สำหรับทั้ง 4 เรื่องหลักที่ต้องใช้ห้วงเวลา 2 ปีที่มีดำเนินการนั้น อ.ยักษ์ อธิบายว่า ปัจจุบันเรามีเด็กเกิดปีละประมาณ7แสนคน แต่ก็พบว่าจำนวนนี้ 2แสนกว่าคนประสบปัญหา ทั้งไม่ได้รับการดูแลที่ดีตั้งแต่อยู่ในครรภ์มารดา สภาพสังคม แรงกดดัน สภาวะเศรษฐกิจ โดยเฉพาะสถานการณ์คุณแม่วัยใสเป็นปัญหาวิกฤตของบ้านเรา ถ้ายังปล่อยไว้ไม่จัดระบบให้ดีแต่ต้นกว่าจะเข้าสู่ระบบการศึกษาก็อาจสายเกินไป และเราอาจจะต้องสูญเสียกำลังคนในอนาคตไปอีก2แสนกว่าคน!!

      เพราะฉะนั้น อันดับแรกที่ต้องทำเพราะเป็นเรื่องใหญ่ที่สุด คือ การดูแลพัฒนาเด็กเล็ก หรือ เด็กปฐมวัย ซึ่งต้องจัดวางระบบการดูแลตั้งแต่อยู่ในครรภ์มารดาจนถึง8ขวบ ส่วนเรื่องที่ 2 การเตรียมอาชีพใหม่ จะเห็นได้ว่ากระแสเศรษฐกิจทุกวันนี้แปรปรวนทั่วโลก มีการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมทันสมัยมาใช้มากขึ้น อนาคตธุรกิจต่างๆอาจประสบปัญหาปิดตัวลง ส่งผลให้คนตกงานมากขึ้นและอาจจะมากกว่าที่เป็นในปัจจุบันด้วยซ้ำ เพราะฉะนั้น จำเป็นต้องเตรียมอาชีพรองรับ โดยใช้การศึกษาเพื่อปรับทัศนคติคนให้ตระหนักและเรียนรู้อาชีพใหม่ๆ พร้อมรับการเปลี่ยนแปลง

2 ปี 4  หลัก ! เดินหน้าพลิกการศึกษา

อาจารย์ “ยักษ์- วิวัฒน์ ศัลย์กำธร”

       อ.ยักษ์ อธิบายอีกว่า ถัดมาในเรื่องที่ 3.ผู้สูงวัย ต้องมีการวางระบบดูแลดีแต่ต้นทั้งเรื่องสุขภาพ ความรู้ ถ้าไม่มีระบบรองรับที่ดีและปล่อยให้ผู้สูงวัยเข้าสู่ภาวะติดเตียง ก็จะเกิดเป็นวิกฤตซ้ำซ้อน และ4.คนในระบบการศึกษา ซึ่งทุกคนต่างรู้ดีว่ามีปัญหาอะไร และมีความพยายามแก้ไข แต่ถ้าสามารถแก้ไขตั้งแต่ต้นทางที่กล่าวมาได้ จะทำให้การปฏิรูปการศึกษาเป็นไปได้

      “เรื่องใหญ่ของการปฏิรูปการศึกษาครั้งนี้ ต้องเน้นที่เด็กเล็ก ที่ผ่านมากมธ.ขับเคลื่อนฯ ได้เสนอแผนพัฒนาเด็กเล็กเข้าสู่ที่ประชุม สปท.มีคนโหวตผ่าน100%ซึ่งไม่เคยมีมาก่อน และในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2560กำหนดไว้ว่าเป็นหน้าที่ของรัฐ ซึ่งทั้ง11กระทรวงจะต้องร่วมกัน แต่ลำพังแค่ภาครัฐ งบประมาณของรัฐอย่างเดียว จำเป็นต้องอาศัยทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องมาร่วมกันขับเคลื่อนจึงสำเร็จได้”กรรมการอิสระฯ ระบุ

       ยังต้องใช้โอกาสนี้เร่งปัดฝุ่นจิตใจ ปลูกฝังคุณธรรม จริยธรรม ให้แก่เด็กและเยาวชน เพื่อให้สามารถแยกแยะสิ่งใดถูก สิ่งใดผิด และไม่หลงไปทำเรื่องไม่ถูกต้อง ไม่เหมาะสม

       “ครูเรียม”-เรียม สิงห์ทร"ครูโรงเรียนบ้านขอบด้ง (ดอยอ่างขาง) อ.ฝาง จ.เชียงใหม่ ครูผู้ได้รับรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี ประจำปี2558จังหวัดเชียงใหม่ เป็นครูบนดอย เพียงท่านเดียวที่ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นหนึ่งในกรรมการอิสระฯ สะท้อนมุมมอง ว่า ในฐานะครูบนดอยและผู้ปฏิบัติ มองว่าการปฏิรูปการศึกษาคราวนี้จะต้องมองลงไปถึงผู้รับ คือ เด็กและเยาวชน รวมถึงผู้บริหาร ครูและผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด ควรเน้นการเรียนรู้และปฏิบัติจริง อย่างไรก็ดี เรื่องเร่งด่วนที่อยากให้ใช้โอกาสของการปฏิรูปการศึกษาคราวนี้แก้ไขและพัฒนา คือ คุณธรรม จริยธรรม

2 ปี 4  หลัก ! เดินหน้าพลิกการศึกษา

“ครูเรียม”-เรียม สิงห์ทร"

        “เวลานี้โลกเราก้าวไปไกลมากเด็กและเยาวชนรับสื่อต่างๆรวดเร็วมากขึ้น โดยเฉพาะสื่อโซเชียลมีเดีย แต่เด็กกลับแยกแยะ ความถูกต้อง ไม่ถูกต้อง ,ควร ไม่ควร, ได้ช้ามาก จะเห็นได้ว่าทุกวันนี้สภาพแวดล้อม หลายอย่างเปลี่ยนไป บางการกระทำเราไม่คิดว่าเลยว่าจะเป็นเด็กและเยาวชนทำ แต่มันก็เกิดขึ้นแล้ว จากประสบการณ์ที่เราคลุกคลีกับเด็กๆแม้จะในพื้นที่ที่ห่างไกล แต่ก็ได้เห็นว่าสภาพแวดล้อมมีความเปลี่ยนแปลง ทั้งความก้าวร้าว การไม่เคารพ กระทั่งความมีน้ำใจ เอื้ออาทรต่อกันก็น้อยลง เพราะฉะนั้น การปลูกฝัง คุณธรรมจริยธรรมให้แก่เด็กและเยาวชนของเรา เป็นเรื่องเร่งด่วนที่ควรต้องแก้ไข”ครูเรียม สะท้อนมุมมอง

2 ปี 4  หลัก ! เดินหน้าพลิกการศึกษา

       ครูเรียม อธิบายว่า ในอดีตสมัยครูเป็นเด็กมีวิชาศีลธรรม สอนให้รู้หลักเบญจศีล เบญจธรรมให้เด็กได้รู้ว่าข้อห้ามและข้อปฏิบัติ เรื่องเหล่านี้จะต้องนำมาสอดแทรกในการเรียนการสอนปลูกฝังตั้งแต่เด็กเล็ก ซึ่งปัจจุบันก็สามารถทำได้ในการเรียนการสอนกลุ่มสาระสังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม เน้นการเรียนการสอนและการปฏิบัติ เป็นการปลูกฝัง คุณงามความดีในใจให้แก่เด็ก ให้รู้ดี รู้ชอบ ซึ่งจะเป็นพื้นฐานสำคัญในการพัฒนาคนของประเทศ

       ยังมีอีกหลายประเด็นปัญหาที่แฝงไว้รอการแก้ไข การปฏิรูปการศึกษาคราวนี้คงเป็นโอกาสสำคัญที่ทุกฝ่ายจะต้องนำมาชำระและจัดระบบ ระเบียบใหม่ เพื่อพัฒนาคุณภาพการศึกษาและเด็กไทยของเราให้พร้อมรับกับสถานการณ์โลกที่เปลี่ยนไปตลอดเวลา!!