
เปิดโลกมุสลิม ตอน:“รอมาฎอน”
“รอมาฎอน” คือหนึ่งเสาหลักที่ศาสนาอิสลามห้ามละเลยเพราะเป็นเดือนแห่งความรัก การหยุดพักของร่างกายและจิตใจ เดือนแห่งการให้และเดือนแห่งความเสมอภาค
อียิปต์ เป็นประเทศอิสลาม ที่มีความโดดเด่นไม่แพ้ชาติอาหรับอื่นๆ ในเรื่องของการมีน้ำใจและความรักทีมอบให้กับทุกๆคนตลอดเดือนนี้ ซึ่งหายากที่จะเห็นบรรยากาศแบบนี้ในประเทศอียิปต์ สิ่งแรกที่ถือเป็นเอกลักษณ์ที่สวยงาม คือทุกสถานที่ตามบ้านเรือนและถนนหนทางจะประดับประดาด้วย “ฟานุส” หรือโคมไฟ และการการโยงใยกระดาษหลากสีไปตามอาคารต่างๆ เป็นสัญลักของความสว่างไสวและมิตรภาพที่เชื่อมโยงต่อกัน
เดือนนี้เป็นเดือนแห่งการบริจาคและเป็นการร่วมทำบุญกับร้านคาหรือนักธุรกิจต่างๆที่มีเงินกำไรและจำเป็นต้องออกซากาซ “จ่ายภาษีตามหลักศาสนา” ต่างก็ร่วมทำบุญให้กับองกร์ที่ดูแลในเรื่องนี้หรือทำบุญด้วยตัวเองโดยการเปิด “มาอีดะห์เราะห์มาน” กางเต้นท์สำหรับเลี้ยงอาหารฟรีๆให้กับผู้ที่ละศีลอดทั่วไปโดยไม่จำกัดความร่ำรวยหรือยากจน
นอกจากนี้ยังมี “มาอีดะห์เราะห์มานแบบเคลื่อนที่” คือ การแจกจ่ายอาหารเคลื่อนที่ บนท้องถนน สำหรับผู้ที่กำลังเดินทางกลับบ้านในตอนเย็น แต่รถติดหรือมีปัญหาก็สามารถทานอาหารที่มีการแจกจ่ายนี้ได้ในทันที
ในเดือนรอมาฎอน ของโลกอิสลามจะต้องมีการละหมาดตารอเวี๊ยะห์ ซึ่งเป็นละหมาดคู่กับเดือนรอมาฎอนเท่านั้น แต่ละประเทศก็มีความแตกต่างกันในเรื่องการกำหนดรูปแบบของการละหมาดในเดือนนี้ว่าด้วยเรื่องการใช้เครื่องขยายเสียงหรือไม่ ทุกปีในประเทศอียิปต์ เดือนรอมาฎอนเราจะได้ยินเสียงอ่านพระมหาคัมภีร์อัลกุรอ่านก่อนการอาซาน (ประกาศให้รู้ว่าถึงเวลาละหมาด) หรือการทำหน้าที่โต๊ะอีหม่าม (ผู้นำละหมาด)ในการใช้ลำโพงดังไปทั่วทิศ
ซึ่งอียิปต์มีมัสยิดใกล้ๆกันหลายหลัง ทุกหลังต่างทำหน้าที่ของตัวเองกระหึ่มไปด้วยเสียงอัลกุรอ่านที่แตกต่างการอ่านของท่วงทำนอง ถือเป็นเรื่องปกติ
แต่ปีนี้กระทรวงศาสนสมบัติอียิปต์สั่งห้ามใช้ลำโพงในการประจายเสียง โดยให้เหตุผลว่า “รบกวนสมาธิ”ของนักศึกษาระดับมัธยมศึกษากำลังอยู่ในช่วงอ่านหนังสือเตรียมสอบ ซึ่งเกิดการวิภาควิจารณ์กันยกใหญ่ในสังคมอาหรับอียิปต์
แต่อย่างที่รู้ว่าอียิปต์ปัจจุบันไม่อิสระเหมือนแต่ก่อนในเรื่องการแอบทำหรือการคลั่งในอำนาจของตัวเอง เพราะตอนนี้ไม่ว่าโต๊ะอีหม่ามหรือใครก็แล้วแต่ ไม่ทำตามกฎถือเป็นการขัดต่อกฎหมายนั่นหมายถึงคุกตารางรออยู่โดยไม่มีการเกรงใจใดๆทั้งสิ้น
สำหรับสังคมไทยในอียิปต์ โดยเฉพาะนักศึกษาไทยที่กำลังศึกษาอยู่ในรั้วมหาวิทยาลัยอัลอัซฮัร ประมาณ 2,000 คน ต้องถือศีลอดพร้อมๆกับการสอบปลายภาคและอยู่ในช่วงฤดูร้อนพอดี ถ้าไม่มีความตั้งใจจริงๆก็คงรับสภาพอันโหดร้าบแบบนี้ไม่ได้แน่นอน การใช้ชีวิตในเดือนนี้ก็เหมือนเดือนทั่วไป
หากแต่เดือนนี้น้องๆหลายคนไม่ต้องทำอาหาร เพราะใช้บริการมาอีดะห์เราะห์มานในเขตที่ใกล้ๆที่พักอาศัยทั้งหญิงและชาย อีกไม่นานก็จะถึงเวลาที่มีการจ่ายซากาต ซึ่งเป็นเดือนที่มีการทำบุญมากมายทั้งในมัสยิดและในสถานที่ต่างๆ มีการบริจาคเงิน และอาหาร เช่นข้าวสาร น้ำตาล น้ำมัน อิลทผาลัม ถือได้ว่าเป็นเดือนที่นักศึกษาสามารถเก็บเงินไว้ใช้ได้หลายเดือนเลยทีเดียวสำหรับนักศึกษาที่รู้จักประหยัด
ไม่ว่าการเมืองอียิปต์จะมีผลกับกิจการทางด้านศาสนา หรือมีการเปลี่ยนแปลงไปตามรูปแบบของผู้นำแต่ก็ยังไม่มีผลกระทบกับนักศึกษาไทยสักเท่าไหร่ในเรื่องนี้ เพราะการศึกษาศาสนาเน้นเนื้อหาไม่ได้มีความเกี่ยวพันกับเรื่องการเมืองในอียิปต์แต่อย่างใด
เดือนรอมาฎอนปีนี้ อาจจะเงียบกว่าทุกปี แต่อีกมุมมองที่ดีก็คือ ทำให้รู้สึกสงบมากขึ้นเหมาะกับการพักผ่อนจากความอ่อนเพลียและการอิ่มจากการละศีลอด
สำหรับผมแล้วการได้ถือศีลอดและใช้ชีวิตในเดือนรอมาฎอนอียิปต์นี้ ถือว่าดีที่สุดเพราะถือเป็นเดือนที่อาหรับอียิปต์เองก็ให้เกียรติกันเอง ให้เกียรติกับเดือนแห่งการทำความดีไม่มีสีสันแต่งเติมบนใบหน้าหรือเสื่อผ้ารัดรูปเดินบนท้องถนนเหมือนเดือนๆอื่นที่ผ่านมา
และที่สำคัญที่สุดคือ การได้เห็นการหยิบยื่นให้ระหว่างกันด้วยความรักของชาวอียิปต์กันเอง คือ วิเศษสุดแล้วในเดือนนี้



