
ย้ำ30บาทต้องอยู่ต่อแบบคุณภาพสูงและยั่งยืน
"หมออภิวัฒน์"ยันไม่ต้องการให้ล้มบัตรทอง ขออย่านำมาประเด็นการเมือง เพราะเป็นเรื่องสุขภาพประชาชน
จากการที่มีข้อความส่งต่อกันระบุว่าศ.นพ.อภิวัฒน์ มุทิรางกูร กรรมการแพทยสภา ต้องการให้ล้มเลิกกระบบ 30 บาท ไม่ชอบที่ 30 บาท ฟรี ทำให้คนมา รพ. เยอะขึ้น ผู้ป่วยเข้าโรงพยาบาลยิ่งน้อยยิ่งดี และให้ประชาชนจ่ายค่ารักษาไม่เป็นความจริงแต่อย่างใด
ศ.นพ. อภิวัฒน์ กล่าวว่า การให้ความคิดเห็นทุก ๆ ครั้งในเรื่องหลักประกันสุขภาพแห่งชาติหรือ 30 บาทหรือบัตรทองเป็นการเสนอแนวทางให้งานบริการดีขึ้น คนไทยทุกคนได้รับการรักษาด้วยยาและวิธีการที่มีคุณภาพดีทัดเทียมมาตรฐานสากล และโรงพยาบาลในระบบ 30 บาทอยู่ได้ โดยสามารถพัฒนาอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน ทั้งนี้ ให้ความเห็นเกี่ยวกับ 30 บาท ก็เพราะมีรายงานข้อมูลตามที่ต่าง ๆ บ่งบอกว่า มีปัญหาในโรงพยาบาลหมักหมม รุนแรง ในทุก ๆ ด้าน เช่น คนไข้ไตวายร้องเรียนว่า เขาทำงานค้าขายไม่สามารถล้างไตโดยวิธีล้างท้องได้และได้ขอให้ใช้วิธีฟอกเลือด ปรากฎว่าคนไข้แทนที่จะได้ ฟอกเลือดฟรีต้องจ่ายเงินค่าฟอกเลือดเองทั้งหมด หากตามข่าวจะพบว่าปัญหามีมากโรงพยาบาลขาดทุน ไม่มีเงินซื้อยา แพทย์พยาบาลทำงานหนักจนหมดสภาพ ป่วยและตายไปหลายราย ถึงแม้รัฐบาลได้เพิ่มงบประมาณมากเท่าใดก็ตาม ปัญหาต่าง ๆ กลับยิ่งสะสมและหนักหน่วงขึ้น เห็นได้จากสภาพโรงพยาบาลที่ทุก ๆ ท่านเข้ารับการรักษา และสถานการณ์ใกล้ล้มละลายในระบบที่คล้ายคลึงกันในประเทศอังกฤษ ดังเช่นอดีตเลขา สปสช. ของประเทศอังกฤษก็เสียชีวิตจากระบบ 30 บาทที่ไร้ประสิทธิภาพของอังกฤษ
ศ.นพ.อภิวัฒน์ กล่าวอีกว่า ทุก ๆ ครั้งที่ชี้ให้เห็นปัญหาผมจะเสนอแนวทางแก้ไขปัญหาไปด้วย โดยเน้นความพอเพียงในทุก ๆ มิติ และเน้น ที่บทบาทหน้าที่ของแต่ละฝ่าย ให้หมอเป็นหมอ และ สปสช.มีหน้าที่เป็นผู้จ่ายเงิน ปมสนับสนุนให้ 30 บาท ฟรี เพราะทำให้คนเข้าถึงโรงพยาบาล ที่สำคัญผมได้เน้นว่าระบบจะยั่งยืนได้ก็ต่อเมื่อ ประชาชนมีส่วนร่วม ซึ่งการมีส่วนร่วมสามารถทำได้หลายรูปแบบ ตั้งแต่การดูแลรักษาสุขภาพตนเอง และสุขอนามัยของสิ่งแวดล้อม มีความรู้ว่าการป่วยแบบใดควรมาตรวจที่ห้องฉุกเฉินหรือห้องตรวจผู้ป่วยนอก การมีส่วนร่วมของประชาชน ไม่ได้หมายถึงการจ่ายค่ายาหรือค่ารักษาแต่อย่างใด เพราะสิ่งนั้นจะทำให้ประชาชนในภาวะเจ็บป่วยลำบากยิ่งขึ้น
“ การที่ผมให้ความเห็นว่า ของฟรีทำให้ผู้ป่วยเข้าโรงพยาบาลมาก เพราะฟรี และควรให้เข้ายิ่งน้อยยิ่งดี อยากให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการรักษาสุขภาพ และป้องกันโรค จะได้ป่วยน้อยก็จะทำให้ต้องเข้าโรงพยาบาลน้อย นอกจากนี้การปรับพฤติกรรมสุขภาพของประชาชนบางครั้งต้องใช้มาตรการบางอย่าง เช่น หากป่วยเพราะหาเรื่องใส่ตัว เช่น บาดเจ็บเพราะทำร้ายร่างกายผู้อื่น หรือ มีเพศสัมพันธ์โดยไม่ป้องกัน การออกค่ารักษาอาจจะมีส่วนช่วยปรับปรุงพฤติกรรมสุขภาพได้ ขออย่านำเรื่องนี้มาเป็นประเด็นทางการเมือง เพราะเป็นเรื่องเกี่ยวกับสุขภาพของประชาชน” นพ.อภิวัฒน์กล่าว



