
'โปรเม' เอรียา ยังไงก็มือ 1 เชื่อเหอะ!!
เชื่อเหอะ !! แท่นโปรกอล์ฟหญิงอันดับ 1 ของโลก จะเป็นของ 'โปรเม' เอรียา ในไม่ช้า
อะไรว้า...คนไทยต้องร้องเสียงหลงอย่างนี้กับผลการจัดอันดับนักกอล์ฟอาชีพหญิงของโลกอย่างเป็นทางการ ที่ไปๆ มาๆ ลิเดีย โค โปรกอล์ฟชาวนิวซีแลนด์ เชื้อสายเกาหลีใต้ ยังคงยึดอันดับ 1 ต่อไป ขณะที่ “โปรเม” เอรียา จุฑานุกาล โปรกอล์ฟสาวขวัญใจชาวไทย ยังอยู่ที่เดิมแท่นเบอร์ 2
ทั้งที่ก่อนหน้านี้ มีการยืนยันออกมาว่า เมื่อจบการแข่งขันรายการช็อปไรท์ แอลพีจีเอ คลาสสิก ที่สหรัฐอเมริกา อันดับ 1 ของโลกจะมีการเปลี่ยนแปลงจาก ลิเดีย โค เพราะโค ซึ่งรั้งมือ 1 ของโลกมา 84 สัปดาห์ ถอนตัวไม่ลงแข่งขันมา 2 รายการติดต่อกัน ทำให้อันดับโลกจะหลุดจากอันดับ 1 แน่นอนแล้ว
ส่วนผู้ที่จะขึ้นมาเป็นมือ 1 ของโลกคนใหม่แทนนั้น มีมือ 3 โลกชาวเกาหลีใต้ รยู โซ ยอน อยู่ในข่าย ซึ่งหาก รยู โซ ยอน สามารถทำผลงานอยู่ใน 3 อันดับแรกของรายการนี้ ก็จะได้เป็นมือ 1 โลกในทันที
นอกจากนี้ จากการที่ รยู โซ ยอน ไม่ผ่านการตัดตัวในรายการดังกล่าว ทำให้มีการคาดกันว่า อันดับ 1 ของโลก จะตกเป็นของ “โปรเม” เอรียา
เรื่องนี้ คนไทยเฮทั้งแผ่นดิน แต่ก็ต้องหงายเงิบ เพราะเธอยังคงรั้งมืออันดับ 2 ของโลก โดยมีคะแนนเฉลี่ยไล่จี้ ลิเดีย โค อีกเพียง 0.01 คะแนน ทั้งนี้ ปัจจุบัน โคมีคะแนนเฉลี่ย 8.37 คะแนน ส่วนโปรเมมี 8.36 คะแนนเป็น .01 ที่คนไทยต้องจดจำไปอีกนาน
แน่นอนว่า เรื่องนี้แอลพีจีได้ออกแถลงการณ์ขอโทษตามสูตร ระบุว่าคำนวณแต้มโปรเมผิด
แต่เอาเถิด ยังไงเสียคนไทยและอีกหลายคนมั่นใจว่า โปรเมจะต้องเรียกคืนเสียงเฮกลับมาให้ได้ เพราะที่ผ่านมาชีวิตของเธอล้วนพิสูจน์ว่าคนนี้ “ของจริง”
เอรียา จุฑานุกาล หรือ เม เป็นคนกรุงเทพ เกิดเมื่อ 23 พฤศจิกายน 2538 เป็นบุตรสาวของ สมบูรณ์ และ นฤมล จุฑานุกาล มีพี่สาวชื่อ โมรียา จุฑานุกาล ปัจจุบันเป็นนักกอล์ฟอันดับ 78 ของโลก
ครอบครัวนี้ถือเป็นครอบครัวนักกอล์ฟที่เป็นที่รู้จักกันดี โดยที่บ้านจะจริงจังกับการเล่นกอล์ฟมาก ถึงขั้นที่ฝ่ายบิดาเดินทางไปเรียนทำไม้กอล์ฟถึงต่างประเทศ เพื่อกลับมาเปิดโปรช็อปในเมืองไทย จึงเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้สองพี่น้องได้รู้จักกับกีฬากอล์ฟ โดยเมตอนนั้นอายุเพียง 5 ขวบ และพี่สาวคือ โม อายุเพียง 7 ขวบ
จนเมื่อบิดาเห็นแววว่าพอไปได้ ก็ส่งเข้าแข่งขันกอล์ฟเยาวชนเรื่อยมา จนเมื่อโปรเมอายุได้ 9 ขวบ ก็ได้เป็นตัวแทนของประเทศไทยร่วมการแข่งขันจูเนียร์เวิลด์ ที่สหรัฐอเมริกา ได้รองชนะเลิศกลับมา
จุดนี้เอง จึงเป็นที่มาของความตั้งใจของครอบครัวที่จะจริงจังมากขึ้นทั้งในเรื่องของกีฬากอล์ฟแบบครบสูตร
แต่ด้วยสภาพของครอบครัวที่ไม่ได้ร่ำรวย เพราะในอดีตพ่อของโปรเมคือนักธุรกิจด้านตกแต่งภายใน แต่วิกฤติเศรษฐกิจต้มยำกุ้งทำธุรกิจล้ม ระหว่างนั้น คลายเครียดด้วยการเล่นกอล์ฟ จนเมื่อใช้หนี้ 30 กว่าล้านบาทหมด จึงหันมาจับธุรกิจค้าวัสดุก่อสร้าง ก่อนที่จะหันเหชีวิตมาเปิดร้านโปรช็อป
สำหรับเส้นทางสายก้านเหล็กของลูกสาว พ่อแม่ทุ่มทุนสร้างชนิดต้องขายบ้าน ขายร้านโปรช็อป ขายที่ดิน ขายรถหรู ลดภาระทุกด้านให้มากสุด เพื่อดันให้บุตรสาวได้เทิร์นโปรเป็นนักกอล์ฟอาชีพ โดยผู้พ่อยังถือเป็นโค้ชคนแรกในชีวิตอีกด้วย
สำหรับโปรเมนั้น เรียกว่าติดทีมชาติตั้งแต่ช่วงประถม และไปคว้าแชมป์ในหลายประเทศ จนสมาคมกอล์ฟเยาวชนแห่งสหรัฐอเมริกา (AJGA) มอบรางวัลนักกอล์ฟเยาวชนหญิงแห่งปีแก่น้องเม ติดกัน 2 ปีซ้อนในปี 2011-2012
ต่อมาทางบ้านฐานะการเงินเริ่มดีขึ้น เมื่อโปรเมเทิร์นโปรตอนอายุ 17 ปี และบิดาหาโค้ชมืออาชีพมาฝึกให้ หลังจากตัดสินใจเดินสายกอล์ฟเต็มตัวหลังจบ ม.ปลาย
ขณะนั้นก็เริ่มมีสปอนเซอร์หลายรายติดต่อเข้ามาสนับสนุน จนตัวเลขต่อปีแล้วเกือบ 10 ล้านบาท ยังมีเงินรางวัลจากการแข่งขันอีกร่วม 10 ล้านบาทภายในเวลาไม่กี่เดือน ตอนนั้นทั่วโลกรู้จักในทั้งคู่นาม Thai Sisters อีกด้วย
โปรเมเคยเล่าว่า ที่เจ็บใจที่สุดคือปี 2013 พลาดแชมป์ฮอนด้า แอลพีจีเอ ไทยแลนด์ แชมป์ระดับแอลพีจีเอ ครั้งแรกในชีวิตจนโดนสบประมาทมากมายว่ารักษาระดับไว้ไม่ได้
นอกจากนี้ ยังเคยบาดเจ็บที่หัวไหล่จนต้องรักษาร่างกาย 1 ปีเต็ม ทำให้อันดับรูดลงเรื่อยๆ จนกลับมาเล่นอีกในปี 2015 แต่ก็ฟอร์มตกอย่างแรง โปรเมตกรอบ 10 รายการติดต่อกัน
แต่ก็กลับมาคืนฟอร์มในวัย 20 ปี มาสู่อันดับ 6 ของโลก เป็นโปรหญิงไทยคนแรกที่คว้าแชมป์ระดับแอลพีจีเอ ในศึกโยโกฮามา ไทร์ แอลพีจีเอ คลาสสิก และยังไปกวาดอีก 4 แชมป์ในปีเดียวกัน ได้แก่ รายการคิงส์มิลล์ แอลพีจีเอ แชมเปี้ยนชิพ, รายการวอลวิค แชมเปี้ยนชิพ, รายการริโคห์ วีเมนส์ บริติช โอเพ่น และปิดปีด้วยรายการแคนาเดียน แปซิฟิก วีเมนส์ โอเพ่น
กลายเป็นนักกอล์ฟหญิงที่ทำเงินรางวัลสูงสุดของแอลพีจีเอ ทำได้มากกว่า 2.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และได้รับรางวัลนักกอลฟยอดเยี่ยมแห่งปี โรเล็กซ์ เพลเยอร์ ออฟ เดอะ เยียร์
ปัจจุบันอายุเพียง 21 ก็ก้าวขึ้นสู่บัลลังก์มือ 1 ของโลก แม้ว่าจะเพียงแค่ไม่กี่ชั่วโมง ที่เกิดจากความผิดพลาดในการประกาศคะแนนของแอลพีจีเอ แต่รับรองไม่ใช่ความผิดพลาดแน่ๆ ที่โปรเมขึ้นมาถึงจุดนี้ในวันนี้ได้ เพราะมันคือฝีมือของเธอล้วนๆ
ยิ่งหากว่า รายการ “มานูไลฟ์ แอลพีจีเอ คลาสสิก” ที่แคนาดา ซึ่งจะเกิดขึ้นวันที่ 8-11 มิถุนายนนี้ หากโปรเมสามารถทำอันดับดีกว่า “รยู โซ ยอน” นักกอล์ฟชาวเกาหลีใต้ มือ 3 ของโลก เพียง 1 อันดับ ก็จะทำคะแนนแซงขึ้นเป็นอันดับหนึ่งของโลกได้สำเร็จ เนื่องจากรายการนี้ ลิเดีย โค ยังไม่สามารถลงแข่งขันได้เนื่องจากมีอาการบาดเจ็บอยู่
แท่นโปรกอล์ฟหญิงอันดับ 1 ของโลกจะเป็นของโปรเมในไม่ช้า นี่ไม่ใช่การกดดัน แต่มันคือความมั่นใจ...คอยดู
****ล่าสุด 12 มิ.ย. "โปรเม" ขึ้นแท่นมือ 1 โลก เป็นทางการแล้ว!! (อ่านต่อ...)



