
อย่าประมาท "กาฬโรคปอดบวม"
กาฬโรคปอดบวม หรือ Pneumonic Plague จัดเป็นโรคระบาดร้ายแรงที่สุดชนิดหนึ่งที่สามารถคร่าชีวิตผู้ติดเชื้อได้ภายใน 24 ชั่วโมง เกิดจากเชื้อแบคทีเรียที่สามารถแพร่เชื้อได้ในอากาศและติดต่อจากคนสู่คนผ่านการไอจาม
เป็นเชื้อแบคทีเรียชนิดเดียวกับที่ก่อให้เกิดกาฬโรคที่มีอาการต่อมน้ำเหลืองบวมและอักเสบ หรือ Bubonic Plague ซึ่งคร่าชีวิตผู้คนในทวีปยุโรปมาแล้วประมาณ 25 ล้านคนจากการระบาดในสมัยยุคกลาง สำหรับการระบาดในประเทศไทยครั้งสุดท้ายเมื่อปี พ.ศ.2495 จากนั้นไม่มีรายงานกาฬโรคเกิดขึ้นในประเทศไทยจนถึงปัจจุบัน
กาฬโรค เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย ที่มีชื่อว่า เยอร์ซิเนีย เพสติส (Yersinia pestis) กาฬโรคเป็นโรคติดต่อที่มีสัตว์ฟันแทะจำพวก หนู กระแต กระรอก และกระต่าย เป็นพาหะนำโรค เชื้อโรคสามารถอยู่ในตัวหมัดได้เป็นเดือน
การติดต่อของโรค
1.ติดต่อทางผิวหนัง โดยถูกหมัดหนูที่เป็นโรคกัด หรือคนสัมผัสกับหนูที่มีเชื้อโรคเข้าทางผิวหนังที่ถลอก การติดต่อระหว่างคนกับคน อาจเกิดได้โดยหมัดในคน (Pulexirritans) กัด
2.ติดต่อทางการหายใจ โดยหายใจเอาละอองเชื้อโรค (ละอองเสมหะ ไอ จาม) จากผู้ที่เป็นโรคหรือจากหนู จากหมัดหนู สูดเข้าไปกลายเป็นกาฬโรคชนิดที่ติดเชื้อทางกระแสเลือดหรือกาฬโรคปอด ชนิดนี้รุนแรงและเสียชีวิตได้ง่าย
อาการของโรค
อาการของโรคเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว มีไข้สูง หนาวสั่น ปวดศีรษะ ต่อมน้ำเหลืองโต และปวดมาก อาจจะมีอาการท้องเสียร่วมด้วย โดยแบ่งออกเป็น 3 ชนิด
1.ชนิดต่อมน้ำเหลืองอักเสบ เป็นชนิดที่อ่อนที่สุด และพบบ่อยที่สุด ต่อมน้ำเหลืองที่อักเสบนั้นจะบวมแดงและนิ่ม เวลากดจะเจ็บ ตำแหน่งที่พบได้แก่ ข้างคอ ขาหนีบ รักแร้ อาจมีไข้ร่วมด้วย ถ้าไม่รักษาจะกลายเป็นชนิดที่ 2 คือ เชื้อเข้าสู่กระแสเลือด
2.ชนิดเชื้อในกระแสเลือด มักจะลุกลามจากชนิดต่อมน้ำเหลืองอักเสบ มีไข้สูง ความดันเลือดต่ำ ช็อก หัวใจเต้นเร็ว กระสับกระส่าย เพ้อ หมดสติ เลือดออกในอวัยวะต่างๆ เสียชีวิตภายใน 3-5 วัน หรือภายในไม่กี่ชั่วโมง
3.ชนิดกาฬโรคปอด อาจเกิดตามหลังจาก 2 ชนิดแรก หรือติดเชื้อจากคนไอ จาม รดกัน มีอาการปอดบวม ไอเป็นน้ำ เสมหะไม่เหนียว ต่อมาจะมีเลือดปน อ่อนเพลีย มีไข้เหมือนกับ 2 ชนิดแรก หากไม่ได้รับการรักษา จะเสีย ชีวิตเร็วมาก ภายใน 1-3 วัน
การรักษา
ควรให้ผู้ป่วยเริ่มได้รับยาปฏิชีวนะโดยเร็วที่สุด หลังการวินิจฉัยเบื้องต้น ตามแผนการรักษาของแพทย์ ส่วนยากลุ่มเพนนิซิลลิน มักใช้ไม่ได้ผลดี การรักษาโรคแทรกซ้อนมีความจำเป็น บุคลากรที่ทำการดูแลรักษา ต้องมีความระมัดระวังอย่างเคร่งครัด
การป้องกันการติดเชื้อ
1.การสวมถุงมือ
2.การสวมผ้าปิดปากและจมูก
3.ควรทำลายเชื้อจากเลือด น้ำเหลือง และหนองของผู้ป่วย เพื่อป้องกันการติดเชื้อและการแพร่กระจายของเชื้อ
การป้องกันและควบคุม
1.สำรวจและกำจัดหนูที่อยู่อาศัยในบริเวณบ้าน ฉีดพ่นสารเคมีเพื่อทำลายหมัดหนู
2.กำจัดขยะมูลฝอยอันเป็นแหล่งรังโรค
3.ไม่ไปสัมผัสกับสัตว์กัดแทะที่ป่วยตาย เช่น หนู กระรอก ถ้าต้องนำไปทิ้งต้องสวมถุงมือ
4.ให้คำแนะนำเรื่องสุขศึกษาโดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยง เพื่อให้รู้วิธีป้องกันโรค กาฬโรคปอด และหากมีอาการสงสัยว่าป่วยเป็นกาฬโรคปอด ให้เข้ารับการตรวจรักษาโดยเร็ว
5.ผู้ที่ต้องสัมผัสกับผู้ป่วยกาฬโรคปอด ควรรับประทานยา Tetracyline สำหรับป้องกัน และใช้ถุงมือ ผ้าปิดปาก-จมูก เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของกาฬโรคปอด
7.ให้วัคซีนแก่ผู้ที่เสี่ยงต่อการเป็นโรค จะช่วยลดอัตราป่วยด้วยโรคนี้ได้
อย่างไรก็ตาม แม้ข่าวการระบาดของกาฬโรคปอด จะดูไกลตัวสำหรับชาวไทย แต่เราก็ไม่ควรประมาท เพราะกาฬโรคปอด สามารถติดต่อได้โดยการแพร่กระจายทางอากาศ ดังนั้นป้องกันตัวเองไว้ดีที่สุด
โรงพยาบาลพญาไท โทร.1772



