
จี้“บิ๊กตู่”ยุติแก้"กฎหมายบัตรทอง" เริ่มนับหนึ่งใหม่
กลุ่มคนรักหลักประกันฯอัดแก้กฎหมายบัตรทองไร้ธรรมาภิบาล จำกัดการมีส่วนร่วมประชาชน ไม่ให้องค์กรเอกชนที่ไม่แสวงหาผลกำไรรับงบฯกองทุน ยันต้องครอบคลุมคนรอพิสูจน์สถานะ
เมื่อวันที่ 6 มิถุนายน พ.ศ.2560 ตัวแทนกลุ่มคนรักหลักประกันสุขภาพรวมตัวกันที่บริเวณหน้าทำเนียบรัฐบาล เพื่อยื่นจดหมายเรียกร้องไปยัง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ให้หยุดกระบวนการแก้ไข ปรับปรุง พรบ.หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ.2545 โดยนางเตือนใจ สมานมิตร ตัวแทนกลุ่มคนรักหลักประกันฯ ภาคกลาง กล่าวว่า การแก้กฎหมายครั้งนี้เห็นชัดว่าพยายามแก้กฎหมายเพื่อที่จะจำกัดช่องทางในการเข้าไปมีส่วนร่วมของภาคประชาชน
เช่น การไม่เปิดโอกาสให้องค์กรชุมชน องค์กรเอกชนที่ไม่แสวงหาผลกำไรรับงบประมาณจากกองทุนในการร่วมจัดบริการ แต่กลับแก้กฎหมายเพื่อเอื้อประโยชน์ให้หน่วยบริการ จากที่เคยถูกคณะกรรมการติดตามและตรวจสอบการใช้จ่ายงบประมาณภาครัฐ (คตร.) บอกว่าจ่ายค่าน้ำ ค่าไฟไม่ได้ ซึ่งจริงๆ โรงพยาบาลก็ต้องใช้จ่ายได้ เพราะถือเป็นส่วนหนึ่งของการให้บริการ
“สิ่งที่รับไม่ได้อีกอย่างหนึ่งคือกระบวนการแก้กฎหมายไม่มีธรรมาภิบาล เพราะคณะกรรมการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.หลักประกันสุขภาพฯ ที่มีทั้งหมด 26 คน แต่มีตัวแทนภาคประชาชนแค่ 2 คน แม้จะมีการทักท้วงเพื่อขอเพิ่มจำนวนให้เหมาะสมระหว่างผู้ให้และผู้รับบริการแต่ก็ไม่เป็นผล เนื้อหาที่ออกมาจึงเอื้อประโยชน์ให้กระทรวงสาธารณสุข(สธ.) แต่ภาคส่วนอื่นๆ กลับถูกลดบทบาทลง” นางเตือนใจกล่าว
นายนิมิตร์ เทียนอุดม ตัวแทนกลุ่มคนรักหลักฯ กล่าวว่า การแก้กฎหมายกลับไปเพิ่มอำนาจผู้ให้บริการ ด้วยการเพิ่มจำนวนผู้ให้บริการและผู้ประกอบวิชาชีพในกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติและคณะกรรมการควบคุมคุณภาพและมาตรฐานบริการสาธารณสุขเพียงฝั่งเดียว ในขณะที่ภาคประชาชนมีจำนวนเท่าเดิม ส่วนตัวแทนท้องถิ่นถูกลดจำนวนลง โดยไม่มีเหตุผลอธิบายว่าการเพิ่มจำนวนคณะกรรมการจะช่วยให้ระบบมีความก้าวหน้าอย่างไร
ด้านนายสุชิน เอี่ยวอินทร์ ผู้แทนกลุ่มคนไร้บ้าน กล่าวว่า การแก้กฎหมายครั้งนี้ไม่ครอบคลุมกลุ่มประชาชนที่รอพิสูจน์สถานะบุคคล หรือกลุ่มคนที่ตกสำรวจจากกระทรวงมหาดไทย ซึ่งเป็นคนไทยเหมือนกันให้ได้เข้าถึงสิทธิการรักษาในระบบบัตรทอง หรือการร่วมจ่ายค่ารักษาพยาบาล ณ จุดให้บริการ หากมีการกำหนดเพดานในการร่วมจ่ายจะยิ่งลดทอนโอกาสในการเข้าถึงบริการที่มีคุณภาพของประชาชน ซึ่งควรตัดประเด็นนี้ออกจากกฎหมาย แต่ควรระบุให้เป็นสิทธิขั้นพื้นฐานที่รัฐมีหน้าที่จัดให้กับประชาชน เพราะประชาชนก็ร่วมจ่ายผ่านระบบการจัดเก็บภาษีอยู่แล้ว
นายปฏิวัติ เฉลิมชาติ ตัวแทนกลุ่มคนรักหลักประกันฯ ภาคอีสาน กล่าวว่า กลุ่มคนรักหลักประกันสุขภาพเห็นด้วยว่ากฎหมายที่มีอายุกว่า 15 ปีควรได้รับการแก้ไข ปรับปรุง เพื่อลดช่องว่างที่เป็นอุปสรรคในการทำงานของทุกฝ่าย แต่การดำเนินการครั้งนี้เห็นชัดว่าไม่ได้เป็นประโยชน์กับระบบ จึงอยากเรียกร้องให้นายกฯ ยุติกระบวนการพิจารณาแก้กฎหมายแล้วเริ่มต้นกระบวนการใหม่ เพื่อให้กฎหมายเป็นธรรมกับคนทุกกลุ่ม และให้ระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติยังคงยืนหยัดอยู่ได้โดยไม่ถูกบิดเบือนเจตนารมณ์ นายกฯ จะได้ไม่ต้องไปตบปากใครที่จะจ้องล้มระบบเหมือนที่เคยเป็นข่าว



