
"บัดดี้" น้ำแร่นักศึกษา ม.อ.ตรัง ป้อนตลาดภาคใต้-มาเลเซีย
ผลพวงจากการทำธุรกิจจริงเปิดร้านค้าสะดวกซื้อ หรือมินิมาร์ท "บัดดี้ ช็อป" โครงการธุรกิจจำลองของนักศึกษามหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (ม.อ.) เขตการศึกษาตรัง อ.เมือง จ.ตรัง ทำให้เด็กมีความเข้มแข็งในการบริหารกิจการ จึงต่อยอดด้วยการผลิตน้ำแร่ "บัดดี้" ส่งขายตามร้านค
วรางคณา ตันฑสันติสกุล อาจารย์ประจำสาขาการจัดการธุรกิจ คณะพาณิชยศาสตร์และการจัดการ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ เขตการศึกษาตรัง ในฐานะอาจารย์ที่ปรึกษาโครงการธุรกิจจำลองของ ม.อ.ตรัง บอกถึงที่มาของผลิตภัณฑ์น้ำแร่บัดดี้ ว่าเกิดจากที่นักศึกษาวิชาเอกการตลาด สาขาการจัดการธุรกิจ คณะพาณิชยศาตร์และการจัดการ ได้ร่วมโครงการธุรกิจลำลอง โดยให้นักศึกษาที่ร่วมโครงการต้องลงมือปฏิบัติจริง คือเริ่มต้นให้นักษาเขียนแผนโครงงานร้านค้าในรูปแบบของร้านสะดวกซื้อ หรือมินิมาร์ท ในลักษณะซื้อมาขายตั้งแต่ปี 2548 ทีมอาจารย์ที่ปรึกษาเห็นว่าเป็นโครงงานที่ดีจึงเสนอของบประมาณจากมหาวิทยาลัย 2 แสนบาท เพื่อดำเนินกิจการ จากนั้นจึงเช่าสถานที่ชั้นล่างของอาคารภายในมหาวิทยาลัยในราคาจริง
จากนั้นได้การตกแต่งร้าน ออกแบบในการวางสินค้าที่จะจำหน่ายภายในร้าน ประกอบด้วยสินค้าอุปโภคทุกชนิดเหมือนร้านสะดวกซื้อไปทั่วไป 20% และสิบริโภค 80% ตั้งชื่อร้านว่า "บัดดี้ ช็อป" (BUDDY SHOP) โดยให้นักศึกษาบริหารกันเอง มีตั้งแต่ผู้จัดการ คนแรกคือ ปวีณา หนูขวัญ ฝ่ายแคชเชียร์ พนักงานขาย ทั้งเงินเดือนประจำ ทำงานนอกเวลาคิดค่าแรงเป็นชั่วโมงตามกฎหมายแรงงานทั้งหมด ปีแรกมีคนนอกเป็นพี่เลี้ยงบ้าง ปรากฏว่าได้กำไรสุทธิกว่า 4 หมื่นบาท พอปีที่ 2 ทีมบริหารเป็นนักศึกษาทั้งหมด ทั้งจัดรูปแบบร้าน สำรวจหาแหล่งซื้อสินค้าที่จะนำไปขายในร้าน การสั่งของมาขาย การคำนวณต้นทุน และการตั้งราคาจำหน่าย รวมถึงการทำบัญชีรายรับรายจ่าย จนปีที่ 2 ผ่านไปสามารถคืนเงินจำนวน 2 แสนบามให้มหาวิทยาลัยได้ทั้งหมด
"ระหว่างที่เปิดร้านนักศึกษาในทีมมีการสำรวจว่า สินค้าภายในร้านมีสินค้าใดบ้างที่ขายดีที่สุด พบว่าอยู่ในหมวดเครื่องดื่ม โดยเฉพาะน้ำดื่ม และทราบด้วยว่าน้ำดื่มต้นทุนน้อย มีกำไรงาม นักศึกษาจึงหาวิธีผลิตน้ำดื่มขายเอง เบื้องต้นคิดจะขายในร้านบัดดี้ ช็อป เป็นหลัก แต่จากที่นักษาศึกไปเสนอตามร้านภายนอกปรากฏว่าได้รับความสนใจจึงผลิตน้ำแร่พร้อมดื่มส่งขายภายนอกด้วย ภายใต้เครื่องหมายการค้า "บัดดี้" เมื่อ 2 เดือนก่อน" วรางคณา กล่าว
พรรฬิการ์ เพชรชู นักศึกษาปีที่ 3 สาขาวิชาการบัญชี คณะพาณิชยศาสตร์และการจัดการ ในฐานะผู้จัดการร้าน บัดดี้ ช็อป บอกว่า ก่อนหน้านี้ร้านจะนำสินค้าที่จำหน่ายภายในร้านจากตัวแทนจำหน่ายหรือเย่นต์หลายรายที่สำรวจดูว่ามีสินค้าได้มาตรฐานและราคาไม่แพง รวมถึงน้ำดื่มด้วยซึ่งที่ผ่านมาสั่งมาจากภายนอกเช่นกัน ทีมงานจึงปรึกษากันว่าน่าจะหากรรมวิธีในการผลิตน้ำดื่มเอง เพราะต้นทุนน้อย ในรูปแบบของน้ำแร่เพื่อสุภาพ หลังจากที่ลงมติแล้วทีมงานออกสำรวจหาแหล่ง หรือบ่อน้ำแร่ในพื้นที่ต่างๆ หลายแห่ง กระทั่งปี 2551 พบบ่อน้ำแร่ที่น่าสนใจคือบ่อน้ำแร่ที่ ต.เขาชัยสน อ.เขาชัยสน จ.พัทลุง เนื่องจากที่ผ่านมามีกลุ่มชุมชนเคยผลิตน้ำแร่มาแล้วแต่ไม่ประสบผลสำเร็จด้านการตลาด ทีมงานนักศึกษาจึงไปหารือและตกลงกันว่าให้ชุมชนผลิตให้ แต่ร้านบัดดี้ ช็อป จะทำการตลาดภายใต้เครื่องหมายการค้า บัดดี้ อันเป็นชื่อร้านบัดดี้ ช็อป นั่นเอง
"เราเริ่มต้นผลิตจริงและออกสู่ตลาดเมื่อ 2 เดือนก่อน คิดว่าเบื้องต้นจะขายในร้านบัดดี้ ช็อป แต่ขณะเดียวกันทีมงานเรามีนโยบายว่าจะผลิตส่งขายทั่วไปด้วย ตั้งเป้าไว้ว่าจะผลิตเดือนละ 1 หมื่นขวด พอผลิตออกมานำสินค้าเสนอตามร้านค้า ปรากฏว่าได้รับความสนใจเป็นอย่างมาก เพราะของเราได้มาตรฐาน ราคาถูก เดือนแรกขายได้กว่า 1.4 หมื่นขวด เดือนที่สองกำลังสำรวจยอด แต่กว่า 1 หมื่นขวดแน่นอน ในจำนวนนี้ขายที่ร้านบัดดี้ ช็อป 30%" พรรฬิการ์ กล่าว
สำหรับตลาดภายนอก พรรฬิการ์ บอกว่า มีอยู่ 4 จังหวัด คือ ตรัง พัทลุง สตูล สงขลา และอีกส่วนหนึ่งส่งไปขายยังประเทศมาเลเซีย ขายในราคาส่งแพ็กละ 12 ขวด ขนาดขวดละ 600 ซีซี ราคา 72 บาท ขายปลีกในร้านบัดดี้ ช็อป ขวดละ 8 บาท คาดว่าต่อไปยอดจำหน่ายขยายกว่า 2 หมื่นขวด เนื่องจากมียอดสั่งมาแล้วนับหมื่นขวด ขณะที่กิจการของร้านบัดดี้ ช็อป มียอดกำไรเดือนละหลายหมื่นบาท ล่าสุดเตรียมขยายสาขาที่สองอีก 1 แห่ง ที่บริเวณหอพักนักศึกษาภายในเร็วๆ นี้
นับเป็นการเพาะต้นกล้านักธุรกิจที่มีความเข้มแข็งอีกกลุ่ม ขนาดยังอยู่ในวัยเรียน สามารถดำเนินกิจการที่เป็นทีมจนทำให้กิจการได้กำไรปีละหลายแสนบาท
กว่าจะได้น้ำแร่เพื่อสุขภาพ "บัดดี้"
พงศกร บัวแดงดี อาจารย์ที่ปรึกษาโครงการธุรกิจจำลองของนักศึกษาสาขาวิชาการจัดการธุรกิจ คณะพาณิชยศาสตร์และการจัดการ ม.อ.ตรัง อีกคนหนึ่ง บอกว่า สำหรับขั้นตอนการผลิตน้ำแร่เพื่อสุขภาพ "บัดดี้" ซึ่งเป็นผลงานของนักศึกษาจากสาขาวิชาการตลาดที่ร่วมโครงการธุรกิจลำลองนั้น นักศึกษาร่วมกับชาวบ้านซึ่งมีอุปกรณ์การผลิตอยู่แล้วเป็นผู้ดำเนินการ
ขั้นแรกคือเริ่มจากดูดน้ำแร่มาจากบ่อน้ำแร่ เพื่อเข้าบ่อพักให้ตกตะกอนก่อน จากนั้นนำน้ำมาพิสูจน์ดูคุณสมบัติและปริมาณของแร่ในน้ำว่าได้มาตรฐานหรือไม่ พร้อมตรวจสอบว่ามีสิ่งอื่นเจือปนหรือไม่ ปรากฏว่าโชคดีบ่อน้ำแร่แห่งนี้ไม่มีส่วนผสมของกำมะถันแต่อย่างใด
หลังผ่านการตรวจสอบแล้วจึงนำน้ำแร่ผ่านกรรมวิธีของเครื่องกรองน้ำขนาดมาตรฐาน ต่อด้วยการฆ่าเชื้อด้วยการต้มให้เดือดในถังสเตนเลสขนาด 100 ลิตร พักให้น้ำเย็นลง แล้วบรรจุใส่ขวดพลาสติกขนาด 600 ซีซี ติดฉลากเครื่องหมายการค้าที่ออกแบบโดยนักศึกษาเอง แล้วบรรจุแพ็ก แพ็กละ 12 ขวด ส่งขายในราคาแพ็กละ 72 บาท ร้านค้านำไปขายต่อในราคาขวดละ 8 บาทขึ้นไป
"ดลมนัส กาเจ"



