ไลฟ์สไตล์

"ศาสตร์พระราชา"เดินหน้าปฏิรูปการศึกษา

"ศาสตร์พระราชา"เดินหน้าปฏิรูปการศึกษา

02 มิ.ย. 2560

คกก.อิสระฯประชุมนัดแรกร่วมผู้บริหาร ศธ.พร้อมนำศาสตร์พระราชาปฏิรูปการย้ำมีเวลา 2 ปีหรือ 104 สัปดาห์ ต้องทำงานให้สำเร็จ และต้องทำให้เป็นรูปธรรม

            ถือเป็นการประชุมนัดแรก..ของคณะกรรมการอิสระเพื่อการปฏิรูปการ จำนวน 25 ราย ซึ่งมีศ.กิตติคุณ นพ.จรัส สุวรรณเวลา ประธานกรรมการ และในนัดแรกนี้เป็นการประชุมและพบปะทำความรู้จักกับฝ่ายบริหารระดับสูงของกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) โดย นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รมว.ศธ.นำทีมผู้บริหารกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ทั้ง 5 องค์กรหลักและหน่วยงานในกำกับ เข้าร่วม

           โดย นพ.ธีระเกียรติ กล่าวว่า ที่ผ่านมา ศธ.มีการปรับโครงสร้างการบริหารราชการในส่วนภูมิภาค โดยมีการตั้งสำนักงานศึกษาธิการภาค (ศธภ.) สำนักงานศึกษาธิการจังหวัด (ศธจ.) มีการเกลี่ยบุคลากรจากหน่วยงานต่างๆในศธ.มาปฏิบัติหน้าที่ ซึ่งคนไม่ใช่หมากรุก คิดจะหยิบตั้งวางตรงไหนก็ได้ จะทำให้เกิดความโกลาหลพอสมควร มีความขัดแย้งในส่วนของคนในสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) กับสำนักงานปลัด ศธ.ในแง่ความไม่เข้าใจคิดว่ามีการแย่งอำนาจ และบทบาทหน้าที่ ดังนั้น หากคณะกรรมการอิสระฯ จะเสนอปรับเปลี่ยนโครงสร้างการศึกษาของประเทศ ต้องเป็นข้อเสนอที่สามารถปฏิบัติได้ ไม่ใช่เปลี่ยนแล้วทะเลาะกันอย่างโกลาหล

          "เรื่องโครงสร้าง เป็นเรื่องที่สำคัญ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงตรัสว่า ทรงเคยถูกทาบทามให้เข้ามาทำเรื่องโครงสร้าง ซึ่งพระองค์ท่านทรงตรัสว่า พระองค์ไม่รู้เรื่องโครงสร้าง แต่ทรงทำจุดเล็กๆ ที่เกี่ยวข้องกับการศึกษา แล้วสิ่งเล็กๆ เหล่านั้นจะขยายใหญ่ออกมา เช่นเดียวกับที่ในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงทำมาโดยตลอด ผมเชื่อว่าชาวบ้านไม่แคร์ว่าเราจะได้ซี 10 เพิ่มมาอีกกี่คน แต่เขาหวังลูกหลานจะได้ประโยชน์อะไร ดังนั้นคนจึงค่อนข้างตั้งความหวังกับกรรมการฯชุดนี้ ซึ่งเท่าที่ดูหลายคนชอบว่าหน้าตาดี ไม่มีคนในศธ.และไม่มีทหารร่วมเป็นกรรมการฯ ซึ่งผมไม่ห่วงอะไรแล้ว และคณะกรรมการฯก็มีอิสระอย่างเต็มที่"นพ.ธีระเกียรติ กล่าว 

         ขณะที่ ศ.กิตติคุณ นพ.จรัส กล่าวว่า อนาคตของชาติขึ้นอยู่กับสิ่งที่เกิดขึ้นกับการศึกษา สิ่งที่ตนเป็นห่วงคือเรื่องคาดความหวัง จากคณะกรรมการอิสระฯ ทั้ง 25 คน ที่ได้รับเลือกเข้ามา ซึ่งเป็นยิ่งกว่าคณะที่เรียกว่า อรหันต์ เพราะกรรมการทั้งหลายเป็นผู้ที่มีความรู้ ความคิด และประสบการณ์การทำงานที่หลากหลาย ดังนั้น จึงต้องทำงานให้สำเร็จ ไม่สำเร็จไม่ได้ และต้องทำให้เป็นรูปธรรม ซึ่งในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2560 กำหนดให้คณะกรรมการอิสระฯ มีระยะเวลาปฏิบัติงาน 2 ปีหรือ 104 สัปดาห์เท่านั้น

        คณะกรรมการอิสระฯ มีภาระงาน 5 ด้าน คือ 1.วางแนวทางและหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการปฐมวัย 2. เสนอแนะกลไกระบบการผลิตคัดกรองและพัฒนาผู้ประกอบวิชาชีพครู 3.ปรับปรุงหลักเกณฑ์การจัดการเรียนการสอนทุกระดับ 4.ศึกษาแนวทางหลักเกณฑ์และวิธีการของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และร่างกฎหมายจัดตั้งกองทุน เพื่อใช้ในการช่วยเหลือผู้ขาดแคลนทุนทรัพย์ และ5.พัฒนาคุณภาพประสิทธิภาพครู  ซึ่งคณะกรรมการอิสระฯ จะพยายามทำให้ไปถึงจุดที่ใช้ประโยชน์และปฏิบัติจริงได้

       ศ.กิตติคุณ นพ.จรัส กล่าวต่อไปว่า อย่างไรก็ตาม การปฏิรูปการศึกษาในปี 2542 และ 2553 ที่ผ่านมาก็มีความก้าวหน้า แต่ยังไปไม่ถึง สภาพประเทศไทยดูจะถดถอยลงด้วยซ้ำเมื่อเทียบกับประเทศอื่น ซึ่งเป็นปัญหาใหญ่ว่าจะแก้ไขอย่างไร ขณะเดียวกัน เราก็มีศาสตร์พระราชา ที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 พระราชทานไว้ ซึ่งในศาสตร์พระราชามีคำตอบมากมาย และความเป็นไทยของเราจะทำให้เราก้าวหน้า

       “กรรมการฯทั้ง 25 คน มีที่มาอย่างหลากหลาย ดังนั้น จะมีการแบ่งกลุ่มกันไปศึกษาตามความถนัด  แล้วนำความเห็นมารวมกัน เพื่อจัดทำข้อเสนอให้เป็นรูปธรรมต่อไป หลายเรื่องมีความสลับซับซ้อนและคำตอบมีหลายมิติ สิ่งที่เป็นปัญหาหนักที่สุด เป็นเรื่องคุณภาพการศึกษา ถัดลงมาคือ ความเหลื่อมล้ำ ซึ่งน่าจะเป็นเป้าหมายสูงสูดในการแก้ปัญหา วิธีการทำงานของคณะกรรมการอิสระฯ จะศึกษาข้อมูล ความคิดเห็นจากรายงานต่างๆทั้งในและต่างประเทศ ไม่ใช่เริ่มจากศูนย์ ซึ่งเป้าหมายที่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กำหนดไว้คือ ไทยแลนด์ 4.0 ดังนั้น ต้องดูว่ามีนวัตกรรมใดในการศึกษาที่จะคิดค้นได้”ศ.กิตติคุณ นพ.จรัส กล่าว