
เด็กมัธยมฯติดบุหรี่งอมแงม "นิโคติน"ทำไอคิวต่ำ
กรมสุขภาพจิต พบนักเรียนมัธยมกว่า 3 แสนคน ติดบุหรี่งอมแงม ห่วงอนาคต!!ฤทธิ์ “นิโคติน”เล่นงานสมอง ทั้งฉุดไอคิวลดลง เสี่ยงป่วยโรคทางใจ
น.ต.นพ.บุญเรือง ไตรเรืองวรวัฒน์ อธิบดีกรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า วันที่ 31 พฤษภาคมทุกปีองค์การอนามัยโลกประกาศให้เป็นงดสูบบุหรี่โลก ซึ่งผลการสำรวจของสถาบันสุขภาพจิตเด็กและวัยรุ่นราชนครินทร์ กรมสุขภาพจิตในปี2559 ได้สำรวจกลุ่มนักเรียนอายุ 13-17 ปีที่กำลังศึกษาในชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นถึงมัธยมตอนปลายหรือประกาศนียบัตรวิชาชีพปี1-3 ทุกสังกัดการศึกษา พบว่ามีเด็กสูบและติดบุหรี่ขั้นงอมแงม ( Tobacco abuse ) ร้อยละ 5.8 หรือจำนวนประมาณ 230,000 คนจากเด็กกลุ่มวัยนี้ที่มีทั้งหมด 4 ล้านกว่าคน และมีอีกร้อยละ 2.4หรือจำนวนประมาณ 96,000 คน ที่ติดบุหรี่อย่างหนัก ( tobacco dependence)
หากหยุดสูบจะมีอาการไม่สบายที่เรียกว่าถอนบุหรี่ เช่น รู้สึกหดหู่ใจไม่สบาย หรือมีอารมณ์ซึมเศร้า นอนไม่หลับ หงุดหงิด โกรธง่ายไม่มีสมาธิ ซึ่งเกิดมาจากการขาดสารนิโคติน เป็นประเด็นที่น่าเป็นห่วงมากเนื่องจากมีผลการวิจัยของสถาบันสุขภาพจิตในต่างประเทศพบว่ากลุ่มที่สูบบุหรี่มีระดับไอคิว( IQ) ต่ำกว่ากลุ่มไม่สูบประมาณ 7 จุดสังคมจึงต้องเร่งช่วยกันป้องกันไม่ให้เด็กและเยาวชนตกเป็นเหยื่อของบุหรี่ทุกประเภทโดยหากต้องการเลิกสูบบุหรี่ สามารถเข้ารับบริการปรึกษาที่สถานพยาบาลใกล้บ้าน หรือโทรปรึกษาสายด่วน 1323 ตลอด 24 ชั่วโมง
พญ.มธุรดา สุวรรณโพธิ์ ผู้อำนวยการสถาบันสุขภาพจิตเด็กและวัยรุ่นราชนครินทร์ กล่าวว่าวัยรุ่นเป็นวัยที่สมองกำลังพัฒนา ยังไม่สมบูรณ์แบบสาเหตุที่ทำให้วัยรุ่นสูบบุหรี่มีหลายปัจจัยทั้งตัวของวัยรุ่นเองซึ่งเข้าสู่ในระยะเปลี่ยนผ่านจากวัยเด็กเป็นวัยผู้ใหญ่จะมีความรู้สึกว่าตนเองก็เป็นผู้ใหญ่คนหนึ่งที่ทำทุกอย่างได้เหมือผู้ใหญอยากรู้อยากลอง หรือทดสอบความเข้มแข็งจิตใจของตนเองรวมทั้งปัจจัยทางสังคมสิ่งแวดล้อมอิทธิพลของเพื่อนและการเลียนแบบจากสื่อต่างๆที่พบเห็นเป็นที่ยอมรับของเพื่อนและเพศตรงข้ามและปัจจัยสำคัญที่ต้องทำให้สูบเรื่อยๆคือนิโคตินที่อยู่ในบุหรี่ทั้งบุหรี่ทั่วไปและบุหรี่ไฟฟ้า ในบุหรี่ 1 มวนจะมีสารนิโคตินประมาณ 10 มิลลิกรัมเมื่อสูบเข้าไปนิโคตินจะเข้าสู่สมองภายใน 10-15 วินาที
พญ.มธุรดา กล่าวอีกว่า ผลวิจัยของวงการจิตแพทย์ระดับโลกระบุว่านิโคตินจะออกฤทธิ์กระตุ้นที่สมองส่วนหน้าที่มีชื่อว่า คอร์เทกซ์( Prefrontal cortex )ทำหน้าที่คล้ายกุญแจเข้าไปปลดล็อคโมเลกุลของประสาทตัวรับรู้ให้ทำหน้าที่ปล่อยสารสื่อประสาทชื่อโดปามีน ( Dopamine ) ซึ่งเป็นสารที่ทำให้เกิดความพอใจ สุขใจ ทำให้ผู้สูบรู้สึกดีขึ้น และจะทำให้ร่างกายสูญเสียความสามารถในการสร้างโดปามีนด้วยตัวเอง ยิ่งสูบมากก็จะมีประสาทตัวรับรู้และตัวสั่งมากขึ้น จึงเกิดความต้องการนิโคตินมากขึ้นวนไปวนมา
"เมื่อสมองวัยรุ่นถูกกระตุ้นอยู่ในสภาพนี้นานๆจะทำให้เกิดผลข้างเคียงคืออาการวิตกกังวล อาการซึมเศร้าจึงต้องสูบเพื่อเติมนิโคตินเข้าไป ให้ความรู้สึกกลับคืนมาจึงกล่าวได้ว่าบุหรี่มีผลกระทบต่อสุขภาพจิตโดยตรง และผลวิจัยยังพบว่าบุหรี่เป็นยาเสพติดต้นทาง ( Gateway) ของวัยรุ่นที่สูบบุหรี่เป็นเวลานานนำไปสู่การเสพยาเสพติดชนิดร้ายแรงขึ้น เช่น โคเคน เมทแอมเฟตามีน รวมทั้งเหล้า เป็นต้นและมีผลการศึกษาในหนูทดลองด้วยว่ามีผลกระตุ้นความต้องการทางเพศเพิ่มขึ้น”พญ.มธุรดากล่าว
การช่วยเหลือและบำบัดรักษาผู้ที่ติดบุหรี่จะแตกต่างกันตามระยะเวลาที่สูบและระดับความรุนแรงของการติด ในผู้ใหญ่มักจะมีอาการคล้ายถอนยาที่รุนแรงเพราะทุกสิ่งทุกอย่างเป็นตัวกระตุ้นให้อยากสูบ แต่ในวัยรุ่นอาการถอนยาจะรุนแรงน้อยกว่าแต่มีโอกาสพัฒนาไปใช้ยาเสพติดชนิดอื่นสูงกว่าผู้ใหญ่ ส่วนใหญ่วัยรุ่นที่สูบบุหรี่มักมีระดับความรุนแรงของการติดนิโคตินเล็กน้อยถึงปานกลาง การบำบัดรักษาที่มีประสิทธิภาพสูงสุดคือการบำบัดทางจิตสังคม คือ การประเมินแรงจูงใจและการปรับพฤติกรรม การให้คำปรึกษาทั้งรายบุคคลรายกลุ่มซึ่งมีผู้ปกครองด้วยเนื่องจากผลการศึกษาพบว่าการบำบัดด้วยยาอย่างเดียว อาจมีผลเสียตามมา เช่น ติดนิโคตินเพิ่มมากขึ้น
นพ.กิตต์กวี โพธิ์โน ผู้อำนวยการโรงพยาบาลจิตเวชนครพนมราชนครินทร์ กล่าวว่า พฤติกรรมอาการที่บ่งบอกว่าผู้สูบบุหรี่ติดบุหรี่มาก ที่สำคัญมี 5 อาการ ได้แก่ 1.ต้องสูบมวนแรกหลังตื่นนอนภายใน 30 นาที 2. สูบมากกว่าวันละ 1 ซอง 3. แม้ไม่สบายก็สูบ 4. เคยเลิกสูบแล้วแต่กลับไปสูบใหม่ และ 5.อยู่ในที่ห้ามสูบแล้วต้องหลบออกไปสูบบุหรี่
การสูบบุหรี่ส่งผลกระทบทั้งสุขภาพกายและสุขภาพจิต ผลการศึกษาในกลุ่มของผู้ป่วยจิตเภทพบว่าสูบบุหรี่มากถึงร้อยละ 70-90 และสูบเฉลี่ยประมาณวันละ 20 มวน นับว่ามีการเสพนิโคตินเข้าไปในระดับที่สูงมาก จึงมีผลกระทบทั้งทางตรงและทางอ้อมกับผู้ป่วยจิตเวช เป็นอุปสรรคในการรักษาอย่างมาก เพราะผู้ป่วยจะเลิกสูบบุหรี่ยาก เนื่องจากพอหยุดสูบบุหรี่ จะทำเกิดอาการซึมเศร้า เมื่อสูบบุหรี่เข้าไปด้วย ฤทธิ์ของนิโคตินจะไปทำให้ตับกำจัดยาที่รักษาออกจากร่างกายเร็วขึ้น ทำให้ฤทธิ์ยาอ่อนลง บางรายต้องเพิ่มขนาดยารักษาขึ้นอีก หรือทำให้อาการโรคกำเริบเร็วขึ้น
ทั้งนี้ ในกลุ่มผู้ที่สูบบุหรี่มานาน เมื่อหยุดสูบจะเกิดอาการขาดนิโคตินอาจพบอาการหงุดหงิด กระวนกระวาย โกรธง่าย วิตกกังวล ไม่มีสมาธิ อยู่ไม่นิ่งซึมเศร้า นอนไม่หลับ ซึ่งจะเป็นช่วงระยะเวลาหนึ่งหากผู้ต้องการจะเลิกทนอาการเหล่านี้ได้ ใน 2-3 วันโดยเฉพาะในช่วงสัปดาห์แรก อาการไม่สบายจะค่อยๆหายไปทั้งนี้ขึ้นอยู่กับระยะเวลาของการติดแต่ละคน ข้อมูลการวิจัยพบว่า 8 ใน 10ของผู้ที่เลิกสูบสำเร็จ จะเลิกได้เองโดยการให้กำลังใจจากคนในครอบครัวหรือคนใกล้ชิด ไม่ต้องพึ่งคลินิกหรือยาช่วย แต่ในรายที่ติดบุหรี่มากอาจต้องพึ่งคลินิกและยาช่วยอดบุหรี่ รวมทั้งการให้คำปรึกษาช่วยสร้างกำลังใจ



