ไลฟ์สไตล์

อภ.เลื่อนฉีดวัคซีนหวัด2009ในอาสาสมัคร

อภ.เลื่อนฉีดวัคซีนหวัด2009ในอาสาสมัคร

10 ก.ย. 2552

อภ.เลื่อนฉีดวัคซีนเชื้อเป็นหวัด 2009 ในอาสาสมัคร จาก 21 เป็น 24 ก.ย. หลังพบหนูทดลอง 1 ตัวมีฝีที่ปอด เผย 9 ก.ย. มีผู้สมัครทดลองวัคซีนแล้ว 4 คน แต่ผ่านคัดเลือกแค่ 2 คน "อภิสิทธิ์"ยันรัฐบาลไม่นิ่งนอนใจ เตรียมมาตรการพร้อมรับระบาดไข้หวัด 2009 ระลอก 2-3

ที่โรงแรมเอเชีย แอร์พอร์ท จ.ปทุมธานี เมื่อเวลา 13.50 น. วันที่ 10 ก.ย.  นพ.วิชัย โชควิวัฒน ประธานคณะกรรมการองค์การเภสัชกรรม (บอร์ด อภ.) กล่าวถึงความคืบหน้าในการผลิตวัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 ว่า เมื่อวันที่ 9 ก.ย. ที่ผ่านมา ทางทีมผู้วิจัยได้ถือฤกษ์ในการคัดเลือกอาสาสมัคร 24 คน ในการทดลองวัคซีนต้นแบบ โดยมีผู้มาสมัครเป็นอาสาสมัคร 4 คน แต่ผ่านการพิจารณา 2 คน เนื่องจากเกณฑ์ในการคัดเลือกอาสาสมัครค่อนข้างเข้มงวด อย่างไรก็ตามคาดว่าจะมีการคัดเลือกอาสาสมัครได้ครบ 24 คน ตามจำนวน และจะมีการฉีดวัคซีนต้นแบบให้กับอาสาสมัครในระยะที่ 1 ในวันที่ 24 ก.ย. ซึ่งตรงกับวันมหิดลพอดี

 นพ.วิชัย กล่าวต่อว่า สาเหตุที่ต้องเลื่อนการฉีดวัคซีนให้กับอาสาสมัครในระยะที่ 1 ออกไป จากวันที่ 21 ก.ย.เป็นวันที่ 24 ก.ย. นั้น เนื่องจากเกิดปัญหาขึ้นเล็กน้อย โดยพบว่าในการฉีดวัคซีนต้นแบบเข้าช่องท้องหนู นั้นปรากฏว่า พบความผิดปกติที่เนื้อเยื่อปอดของหนู 1 ตัว จากหนูจำนวน 10-12 ตัว ซึ่งความผิดปกติดังกล่าวมีลักษณะคล้ายฝีเป็นเม็ดๆ ทั้งนี้ยังต้องรอการตรวจสอบจากผู้เชี่ยวชาญ และคาดว่าความผิดปกติดังกล่าวไม่ได้เกิดจากวัคซีน แต่กำลังดูว่ามาจากสาเหตุใด เพราะความผิดปกติที่เกิดขึ้นในลักษณะนี้ทางรัสเซียเองก็เคยพบ ดังนั้นคิดว่าไม่น่ามีปัญหาในการทดลองกับอาสาสมัคร แต่เพื่อให้เกิดความมั่นใจจึงได้ส่งไปยังคณะสัตวแพทย์ศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เพื่อตรวจสอบอีกครั้ง คาดว่าผลการตรวจภูมิคุ้มกันและการตรวจทั้งหมดจะเสร็จก่อนวันที่ 23 ก.ย. คิดว่าไม่น่าจะมีปัญหาอะไร

"นายกฯ"เผยรบ.มีมาตรการรับมือไข้หวัดระลอก2-3

 ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร นายประสิทธิ์ ชัยวิรัตนะ ส.ส. ชัยภูมิ พรรคเพื่อไทย ตั้งกระทู้ถามสดเรื่องมาตรการควบคุมโรคติดต่อ ถามนายกฯว่า เรื่องไข้หวัด 2009 อาทิตย์หนึ่งตาย 10-15 คน แต่รัฐบาลบอกควบคุมได้แล้ว ถ้ารัฐบาลทำแบบนี้ต่อไปอันตราย นายกฯส่งสัญญาณที่คาดเคลื่อน โดยเมื่อวันที่ 14 มิ.ย. 52 นายกฯบอกว่าโรคนี้ไม่อันตรายเหมือนไข้หวัดใหญ่ที่คนตายมากกว่า แบบนี้ถือว่าให้ข้อมูลคาดเคลื่อน ข้อความที่นายกฯบอกมันทำให้เกิดปัญหา แบบนี้นายกฯต้องออกมาบอกใหม่ และต้องบอกให้ทุกคนระวังตัว เพราะไม่รู้ว่าโรคนี้จะแพร่กระจายอีกเหรอไม่ ขนาดองค์การอนามัยโลกยังระบุว่าความรุนแรงอยู่ที่ระดับ 6 ดังนั้นต้องเตือนภัย อย่าไปกลัวว่าคนจะแตกตื่น อย่าไปกลัวเรื่องเศรษฐกิจ การท่องเที่ยว เพราะทุกอย่างฟื้นตัวได้ แต่คนถ้าตายไม่สามารถฟื้นขึ้นมาได้ ขอถามว่า นายกฯคิดว่ามาตรการที่ใช้ควบคุมไข้หวัด 2009 พอเพียงหรือไม่ หากคิดว่าไม่พอเพียงมีมาตรการอื่นอีกหรือไม่

 นายประสิทธิ์ ถามต่อว่า รัฐบาลให้งบประมาณกับเรื่องนี้กี่บาท แค่ยาก็กระหมิดกระเมี้ยนบอกเงินไม่พอ แบบนี้หรือที่บอกจะไปควบคุมโรคระบาด แบบนี้หรือเรียกว่ารัฐบาลจริงใจ แล้วรัฐบาลประเมินหรือไม่ว่าโรคไข้หวัด 2009 เป็นภัยพิบัติที่สามารถใช้งบกลางได้ นอกจากนี้รัฐธรรมนูญมาตรา 51 วรรคสาม บุคคลย่อมมีสิทธิ์ได้รับการป้องกันโรคติดต่ออย่างเหมาะสม โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย จึงถามว่านายกฯได้ทำหรือไม่ และหากมีการกลายพันธุ์เกิดขึ้นในช่วงปลายฝนต้นหนาว รัฐบาลมีมาตรการอะไรป้องกันหรือไม่

 นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกฯ ชี้แจงว่าการนำคำพูดตนมาขอให้เอาคำพูดทุกครั้งมาให้ครบถ้วน ตนไม่เคยพูดว่าเป็นเองแล้วหายเอง แต่ตนได้เตือนว่าโรคนี้เป็นง่าย แต่ความรุนแรงนั้น ตอนนี้เป็นที่ยอมรับว่ากลุ่มผู้ติดเชื้อส่วนใหญ่มีอาการน้อย ส่วนกลุ่มเสี่ยงมีร้อยละ 5 หากเข้าไปในปอด ก็จะเข้าไปทำลายปอดได้ง่าย ซึ่งน่าสังเกตว่าบางประเทศมีประชากรน้อยกว่าเราแต่มีผู้เสียชีวิตที่สูง อย่างประเทศสิงคโปร์ที่มีประชากรน้อยกว่าประเทศไทยเยอะ แต่มีผู้เสียชีวิตถึง 18 คน อย่างไรก็ตามรัฐบาลและกระทรวงสาธารณสุขไม่ได้นิ่งนอนใจ ส่วนมาตรการของเราก็ต้องปรับให้เหมาะกับแต่ละช่วง ส่วนการเสียชีวิตส่วนใหญ่ก็ยังมีปัญหาเรื่องการเข้าถึงยาค่อนข้างช้า และเราไม่เคยละเลยเพิกเฉยมีการติดตามอย่างใกล้ชิดตลอดว่ามีการดื้อยาหรือกลายพันธุ์หรือไม่ รวมถึงไม่ได้เพิกเฉย ติดตามตลอดหากมีการแพร่ระบาดครั้งที่สองหรือครั้งที่สาม และเดือนต.ค.เราก็จะได้วัคซีนเป็นกลุ่มแรก และเราได้ติดตามตรวจสอบหากมีคุณภาพก็จะได้ดำเนินการ รวมถึงการผลิตวัคซีนภายในประเทศเอง หากเป็นไปตามกำหนดก็สามารถผลิตออกมาได้ต้นปี

 นายกฯกล่าวว่า การของบเรื่องนี้มาที่งบกลาง รัฐบาลก็ให้ทุกครั้งและสต๊อกยาเราก็มีเพียงพอ ส่วนที่มีปัญหาในเรื่องการจ่ายยานั้น เป็นเพราะมีความเห็นจากผู้เชี่ยวชาญแบ่งเป็น 2 ฝ่ายว่าควรให้ยาทั่วถึง แต่อีกฝ่ายเห็นว่าหากให้ยาไปอาจเกิดการดื้อยาและกลายพันธุ์ได้ และยืนยันว่ารัฐบาลจะดำเนินการตามรัฐธรรมนูญและการดูแลเรื่องนี้ต้องอยู่ภายใต้หลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า

 นายวิทยา ชี้แจงว่า กระทรวงสาธารสุขไม่เคยคิดผลักภาระให้ใคร เราเตรียมช่องทางรักษาไว้ทั่วประเทศเพื่อรองรับประชาชนที่เจ็บป่วย ส่วนช่วงปลายฝนต้นหนาวนั้น ในช่วงที่มีไข้หวัดนกระบาดมา ตนได้ให้เจ้าหน้าที่กระทรวงสาธารณสุขจังหวัดดูแลติดตามผลตลอด