ดร.สุเทพ ชิตยวงษ์ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา เปิดเผยว่าจากที่สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) ได้ดำเนินการจัดและพัฒนาสถานศึกษาต้นแบบทวิภาคีสานพลังประชารัฐ (Excellent Model School) เพื่อเฟ้นหาสถานศึกษาที่มีความโดดเด่น และเชี่ยวชาญในการผลิตและพัฒนากำลังคนเฉพาะทางที่ได้ คุณภาพและมาตรฐาน ภายใต้การจัดการศึกษาในรูปแบบความร่วมมือระหว่างสถานศึกษาและสถานประกอบการ ตามโครงการสานพลังประชารัฐด้านยกระดับคุณภาพวิชาชีพ หรือ E2 พบว่ามีสถานศึกษาอาชีวศึกษาภาครัฐและภาคเอกชน ให้ความสนใจเข้าร่วมโครงการ จำนวนมาก สอศ. จึงได้พิจารณาสถานศึกษาตามเกณฑ์กำหนดในการคัดเลือกอย่างเข้มข้นอีกครั้ง เพื่อให้เป้าหมายของการดำเนินงานในการพัฒนาและยกระดับสถานศึกษาอาชีวศึกษา สอดคล้องกับความต้องการของอุตสาหกรรมเป้าหมายของประเทศ (S-Curve) และ ไทยแลนด์ 4.0 การปรับเปลี่ยนโครงสร้างเศรษฐกิจ (Value Base Economy) หรือเศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม โดยมีสถานศึกษาเพิ่มเติมอีกจำนวน 22 แห่ง เป็นสถานศึกษาอาชีวศึกษารัฐ 21 แห่ง และสถานศึกษาอาชีวศึกษาเอกชน จำนวน 1 แห่ง ปัจจุบันจึงมีสถานศึกษาที่เข้าร่วมโครงการ สถานศึกษาต้นแบบทวิภาคีสานพลังประชารัฐ (Excellent Model School) รวมจำนวนทั้งสิ้น 68 แห่ง โดยมีบริษัทที่เข้าร่วมโครงการทั้งหมด 14 บริษัท
เลขาธิการ กอศ.กล่าวเพิ่มเติมว่า ขณะนี้ สอศ. ดำเนินการพัฒนาและยกระดับสถานศึกษาด้านอาชีวศึกษาระบบทวิภาคีควบคู่ใน 2 มิติ คือ มิติเชิงปริมาณ โดยในปี 2560 บริษัทมีเป้าผู้เรียนตามแผนที่สำรวจจำนวน 13,184 คน และมิติเชิงคุณภาพ อยู่ระหว่างการดำเนินการจัดทำมาตรฐานสถานศึกษาที่จะใช้ในการประเมินสถานศึกษาตามโครงการฯ รวมถึงการพัฒนาต่อยอด สู่สาขาอื่น ๆ พร้อมทั้งยกระดับความสามารถด้านการใช้ภาษาอังกฤษ การปรับปรุงหลักสูตรการเรียนการสอน ให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยี และเหมาะสมกับภาคธุรกิจด้วย