
กปน.ปันความรู้เพื่อ'คนต้นน้ำ'ครั้งที่ 4
การประปานครหลวงปันความรู้ สอนด้วยใจ เดินตามพ่อเพื่อคนต้นน้ำ ครั้งที่ 4
“การศึกษา” เป็นรากฐานสำคัญของชีวิต และเป็นเครื่องมือสำคัญในการพัฒนาศักยภาพของประชากรให้มีความรู้ความสามารถ เพื่อเป็นกำลังขับเคลื่อนประเทศชาติให้เจริญก้าวหน้า การศึกษาจึงเป็นหนึ่งในพระราชกรณียกิจที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชทรงให้ความสำคัญตลอดมา พระองค์ทรงตระหนักดีว่าการศึกษาของเยาวชนเป็นพื้นฐานสำคัญของประเทศชาติ ดังพระบรมราโชวาทตอนหนึ่งว่า
“การศึกษาเป็นปัจจัยสำคัญในการสร้างและพัฒนาความรู้ ความคิด ความประพฤติ และคุณธรรมของบุคคล หากสังคมและบ้านเมืองใดให้การศึกษาที่ดีแก่เยาวชนได้อย่างครบถ้วนในทุกๆ ด้านแล้ว สังคมและบ้านเมืองนั้นก็จะมีพลเมืองที่มีคุณภาพ สามารถดำรงรักษาความเจริญมั่นคงของประเทศชาติไว้ และพัฒนาก้าวหน้าต่อไปโดยตลอด”
เพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่ทรงห่วงใยประชาชนในถิ่นทุรกันดาร และเป็นการสานต่อพระราชปณิธาน กปน. จัดโครงการ “เดินตามพ่อ กปน. เพื่อคนต้นน้ำ” ณ โรงเรียนบ้านท่าดินแดง ต.ปรังเผล อ.สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี โดย นายธนศักดิ์ วัฒนฐานะ ผู้ว่าการการประปานครหลวง (กปน.) พร้อมด้วย คณะผู้บริหาร กปน.ได้มอบทุนการศึกษาจำนวน 100,000 บาท เครื่องคอมพิวเตอร์จำนวน 5 ชุด กล้องจุลทรรศน์ รองเท้าและถุงเท้านักเรียน จำนวน 250 คู่ พร้อมปรับปรุงสนามบาสเกตบอล ให้กับโรงเรียนด้วย
นอกจากนี้ เพื่อเป็นการสร้างโอกาสทางการศึกษาให้กับเยาวชนที่อยู่ในพื้นที่ห่างไกล กปน. ได้นำติวเตอร์จิตอาสาจำนวน 30 คน ที่มีความรู้ความสามารถทางวิทยาศาสตร์ ร่วมถ่ายทอดความรู้ในสาขาวิชาต่างๆ อาทิ ฟิสิกส์ เคมี ชีวะ รวมทั้ง คณิตศาสตร์ และภาษาอังกฤษ ผลัดเปลี่ยนกันมาให้ความรู้แก่น้องๆ ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย เพื่อเตรียมตัวสอบเข้าศึกษาต่อในระดับมหาวิทยาลัย ทั้งนี้ เพื่อช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายให้กับผู้ปกครอง และเป็นการสร้างโอกาสให้น้องๆ เยาวชนที่อยู่ในพื้นที่ห่างไกล ได้มีความรู้ความสามารถในการสอบแข่งขันเข้าศึกษาต่อในระดับมหาวิทยาลัยได้ต่อไป
โครงการ “เดินตามพ่อ กปน. เพื่อคนต้นน้ำ” จัดขึ้นเป็นครั้งที่ 4 โดยจุดเริ่มต้นของโครงการนี้เกิดจากความตั้งใจของกลุ่มจิตอาสา กปน. ที่ได้มีโอกาสลงพื้นที่เพื่อช่วยเหลือดูแล ชุมชนต้นน้ำฝั่งตะวันตก และได้พบกับโรงเรียนบ้านท่าดินแดง แม้โรงเรียนจะอยู่นอกเขตพื้นที่บริการของ กปน.แต่เมื่อได้ทราบถึงความต้องการความช่วยเหลือ โครงการดังกล่าวจึงเกิดขึ้นจากความตั้งใจจริงของกลุ่มจิตอาสา เพื่อให้น้องๆ ได้เข้าถึงการเรียนการสอนอย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุด แม้โรงเรียนนี้จะตั้งอยู่ในพื้นที่ย่านชุมชน
มีถนนตัดผ่าน แต่กลับถูกมองข้ามไม่ได้รับความช่วยเหลือจากทั้งภาครัฐ และเอกชน ทำให้ขาดแคลนสาธารณูปโภคด้านประปา อาคารเรียนที่ไม่เพียงพอ รวมถึงขาดแคลนอุปกรณ์การเรียน และอุปกรณ์กีฬาต่างๆ ที่สำคัญ คือ ขาดครูผู้สอนวิชาทางสายวิทยาศาสตร์
นายนิล โชคสงวนทรัพย์ ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านท่าดินแดง กล่าวว่า “ปัจจุบันโรงเรียน
บ้านท่าดินแดง มีนักเรียน 764 คน ครูและบุคลากรทางการศึกษา 37 คน และปีนี้เป็นปีแรกที่ทางโรงเรียนได้เปิดให้มีชั้น ม.4 ซึ่งทางโรงเรียนขาดครูสอนวิชาฟิสิกส์ พอถึงวิชาเรียนจึงต้องใช้ครูจากวิชาอื่นมาสอนแทน ทำให้เด็กๆได้รับความรู้ไม่เต็มที่ โชคดีที่เราได้รับความช่วยเหลือจากทาง กปน. นำบุคลากรที่มีความรู้ในสาขาวิชาดังกล่าวมาเป็นติวเตอร์จิตอาสา ให้ความรู้แก่เด็กๆ นอกจากความรู้ที่เด็กๆ จะได้แล้ว เด็กๆ ยังได้รับความสนุกสนานจากกิจกรรมฐานต่างๆ รวมถึงได้เรียนรู้ทักษะการดำเนินชีวิต การอยู่ร่วมกันด้วย นอกจากนี้ การวางเป้าหมายในอนาคต เป็นสิ่งสำคัญที่อยากให้เด็กๆ ได้มีโอกาสได้รับการแนะแนว เพื่อจุดประกายความคิดให้แก่เด็กๆ เพราะเด็กแต่ละคนมีความชอบความถนัดแตกต่างกัน ทางโรงเรียนอยากให้นำเรื่องดังกล่าวไปสอดแทรกเป็นส่วนหนึ่งในแผนการเรียนการสอนในครั้งต่อๆ ไป”
สำหรับน้องๆ ระดับชั้น ม. 4 ที่เข้าร่วมโครงการปีนี้เป็นปีแรก ต่างตื่นเต้นและดีใจเป็นอย่างมาก โดย นางสาวชุติมา หรือ น้องเอ๋ ตัวแทนจากแผนการเรียนศิลป์ทั่วไป ได้มาเล่าประสบการณ์ และความรู้สึกที่ได้เข้าร่วมโครงการนี้ ว่า “ได้มาร่วมโครงการนี้เป็นครั้งแรก ดีใจมากค่ะที่มีกิจกรรมแบบนี้ ได้เห็นรอยยิ้มของเพื่อนๆ ได้ทำกิจกรรมร่วมกัน สนุกมากๆ ค่ะ"
เช่นเดียวกับ นายธนากร แก้วกำเหนิด หรือ น้องต้น ได้เล่าถึงความประทับใจว่า “ปีนี้ทางโรงเรียนเปิดชั้น ม.4 เป็นปีแรก รู้สึกดีใจมาก เพราะอยากเรียนให้สูงที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพื่อที่จะได้ประกอบอาชีพที่ดีในอนาคต และการที่ได้มาเรียนใกล้บ้าน ทำให้สามารถช่วยเหลือดูแลพ่อแม่ได้ด้วยครับ”
ส่วนน้องๆ จากแผนการเรียนวิทยาศาสตร์ อย่าง นายวิชญะ พระเวียน หรือ น้องบาส เล่าว่า “แต่ละครั้งที่พี่ๆ มาสอน ก็ได้รับความรู้มากขึ้นจากที่เรียนมา และพี่ๆ ก็สอนสนุกด้วยครับ”
นางสาวปารวตี สวัสดิ์ธรรม หรือ น้องจิน ได้เล่าว่า “ในการเรียนวิชาคณิตศาสตร์แต่ละครั้ง ได้ช่วยฝึกทักษะเกี่ยวกับการคิดเลขด้วยค่ะ” และ นายชิษณุพงศ์ ศรีเมฆ หรือ น้องแชมป์ ได้เล่าให้ฟังเพิ่มเติมว่า “ได้มาเข้าร่วมโครงการนี้ตั้งแต่เดือนตุลาคม 2559 วิชาที่พี่ๆ มาสอน คือ ฟิสิกส์ เคมี ชีวะ คณิตศาสตร์ ถึงแม้ว่าจะเป็นวิชาที่ยาก แต่ทุกคนก็พยายามตั้งใจเรียน และอยากให้พี่ๆ มีกิจกรรมสนุกๆ มาให้ทำร่วมกับเพื่อนๆ เพื่อช่วยคลายเครียดจากบทเรียนด้วยครับ” ซึ่งนอกจากบทเรียนในห้องเรียนแล้ว เหล่าติวเตอร์ต่างปลูกฝังเรื่องการใช้ทรัพยากรน้ำอย่างรู้คุณค่า รวมทั้งการรักษาสิ่งแวดล้อมและธรรมชาติให้กับชุมชนต้นน้ำ เพื่อช่วยกันรักษาแหล่งน้ำสำหรับผลิตน้ำประปา ให้เกิดความยั่งยืนด้วย
ทั้งนี้ โครงการนี้จะเกิดขึ้นไม่ได้หากขาดเหล่าติวเตอร์จิตอาสา ซึ่งเป็นกำลังสำคัญที่ช่วยขับเคลื่อนให้โครงการนี้ดำเนินต่อไป เพราะการมาสอนในแต่ละครั้ง ต้องมีการจัดสรรเวลาและเตรียมการเรียนการสอนล่วงหน้า เรียกได้ว่าต้องมีความตั้งใจ ทุ่มเททั้งแรงใจแรงกาย เพื่อมาให้ความรู้และความสนุกสนานแก่น้องๆ ได้อย่างเต็มที่
นายจิรวุฑฒิ์ โถทองคำ นักบัญชี 4 สำนักงานประปาสาขามีนบุรี หรือ ติวเตอร์พี่กร ได้เล่าถึงความรู้สึกที่ได้มาร่วมโครงการเป็นติวเตอร์จิตอาสาว่า “การที่ได้มาเป็นติวเตอร์สอนน้องๆ เหมือนเราได้ทบทวนความรู้ที่เราเคยเรียนมาไปพร้อมๆ กัน เพราะบางวิชาเราเรียนมาแต่ไม่ได้ใช้ในการทำงาน ก็ได้ฟื้นความจำกันอีกครั้ง ซึ่งผมสอนวิชาคณิตศาสตร์และฟิสิกส์ ให้กับน้องๆ สายวิทย์ รวมถึงได้มีโอกาสสอนน้องๆ สายศิลป์เป็นครั้งแรก โดยจะเน้นสอนเรื่องการปรับตัวเข้าหากัน มีกิจกรรมให้ได้พัฒนาตนเอง
ฝึกการตัดสินใจ และทำกิจกรรมร่วมกับผู้อื่น ซึ่งน้องๆ ทั้งสองห้องก็ตั้งใจเรียน และให้ความร่วมมือในการทำกิจกรรมต่างๆ เป็นอย่างดีครับ” และแม้ว่าการเรียนการสอนจะจัดขึ้นในช่วงวันเสาร์-อาทิตย์ แต่ผู้ปกครองก็ยินดีให้การสนับสนุน เพื่อให้น้องๆ ได้รับโอกาสทางการศึกษาที่ดีในครั้งนี้
ด้วยความตั้งใจของ กปน. ที่จะสานต่อโครงการนี้ให้ดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง กปน. ได้สร้างกลุ่มเครือข่ายติวเตอร์จิตอาสาในสาขาวิชาต่างๆ โดยมีการเปิดรับสมัครเป็นประจำทุกเดือน เพื่อให้ได้บุคลากรที่เพียงพอต่อความต้องการ และช่วยให้น้องๆ ได้ก้าวไปสู่จุดหมายในระดับมหาวิทยาลัย หรือสายอาชีพอย่างที่ตั้งใจเพื่อเป็นกำลังหลักของชาติต่อไปในอนาคต



