
ศธ.ทุ่ม 250ล้านสร้างศาลา100 ปีวชิราวุธ
ศธ. ทุ่ม 250 ล. สร้างศาลา 100 ปี วชิราวุธ และอาคารเฉลิมพระเกียรติ 84 พรรษา พระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัวฯ และเตรียมจัดงานเฉลิมฉลอง 100 ปีลูกเสือไทย พร้อมเตรียมเสนอตัวขอให้ไทยเป็นเจ้าภาพจัดประชุมสมัชชาลูกเสือภาคพื้นเอเชียแปซิฟิก ครั้งที่ 24 ในปี55
นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เปิดเผยภายหลังประชุมคณะกรรมการลูกเสือไทย เมื่อเร็ว ๆ นี้ ว่า ที่ประชุมหารือถึงการเตรียมเฉลิมฉลองงาน 100 ปี ลูกเสือไทย ในปี 2554 โดย ศธ.เตรียมก่อสร้างศาลา 100 ปีวชิราวุธ บนพื้นที่เดิมเนื้อที่ 1 ไร่ 1 งาน ซึ่งปัจจุบัน อยู่ในพื้นที่ของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ที่ผ่านมาตนได้ไปช่วยเจรจาขอใช้พื้นที่ในการก่อสร้างกับทางอธิการบดีและคณะผู้บริหารจุฬาฯเรียบร้อยแล้ว นอกจากการก่อสร้างศาลา 100 ปี วชิราวุธ แล้ว จะมีการก่อสร้างอาคารเฉลิมพระเกียรติ 84 พรรษาของพระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัวฯ ด้วย ในโอกาสครบรอบ 100 ปีลูกเสือไทย ส่วนลักษะของอาคาร จะเป็นอาคาร 7 ชั้น พื้นที่ใช้สอย 13,000 ตารางเมตร ในอาคารประกอบด้วยสำนักงานลูกเสือไทย เป็นสถานที่ฝึกอบรม พิพิธภัณฑ์ร้านจำหน่วยสินค้าที่ระลึกของลูกเสือ และเป็นศูนย์การเรียนรู้ตลอดชีวิต
นอกจากนี้ทางจุฬาฯ จะมาใช้ร่วมด้วยส่วนหนึ่ง ทั้งนี้ทางจุฬาฯจะช่วยออกแบบให้โดยไม่คิดค่าใช้จ่าย ซึ่งคาดว่าจะเสร็จในเดือนตุลาคม นี้ หลังจากนั้นก็จะดำเนินการก่อสร้าง ใช้งบประมาณ 250 ล้านบาท โดยจะใช้เงินของลูกเสือ 20 ล้านบาท และเป็นงบฯโครงการ เอสพี 2 จำนวน 30 ล้าน และใช้งบปกติของปี 2554 อีกจำนวน 100 ล้าน ที่เหลืออีก 100 ล้าน ทางลูกเสือก็จะหาทุนมาสมทบเอง
นายจุรินทร์ กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ ที่ประชุมคณะกรรมการลูกเสือฯ ได้เห็นชอบที่จะให้ประเทศไทย เสนอตัวขอเป็นเข้าภาพจัดการประชุมสมัชชาลูกเสือภาคพื้นเอเชียแปซิฟิก ครั้งที่ 24 ปีใน 2555 ซึ่งการประชุมสมัชชาลูกเสือภาคพื้นเอเชียแปซิฟิกนี้ จะจัดขึ้นทุก 3 ปี โดยการประชุมลูกเสือฯในปี 2552 นี้ ได้จัดขึ้นที่ประเทศมาเลเซีย ระหว่าง 28 ต.ค.- 1 พ.ย.2552
“สำหรับการเตรียมการเพื่อขอให้ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ ในปี 2555 นั้น ขณะนี้ก็ได้มีการเตรียมขออนุมัติงบฯมาส่วนหนึ่งแล้วเพื่อใช้ในการเสนอตัวและจัดกิจกรรมที่ประเทศมาเลเซีย โดยผมพร้อมด้วยคณะลูกเสือไทย จะเดินทางไปร่วมประชุมสมัชชาลูกเสือ ที่ประเทศมาเลเซียด้วย จากนั้นจะเชิญชวนคณะกรรมการลูกเสือฯและผู้ที่เกี่ยวข้องเดินทางมาเยี่ยมชมกิจการที่ประเทศไทยและถือโอกาสชี้แจงเหตุผลและความพร้อมของประเทศไทยในการเสนอตัวเป็นเจ้าภาพ เพื่อให้คณะกรรมการฯลงคะแนนสนับสนุนให้ไทยได้เป็นเจ้าภาพ”นายจุรินทร์ กล่าว



