ไลฟ์สไตล์

กปน. สนับสนุน'เครื่องสีข้าวชุมชน'เพื่อชาวนายั่งยืน

กปน. สนับสนุน'เครื่องสีข้าวชุมชน'เพื่อชาวนายั่งยืน

25 เม.ย. 2560

กปน.ช่วยเหลือเกษตรกรอย่างยั่งยืน จัดหาเครื่องสีข้าวให้ชาวนาในวิสาหกิจชุมชนในลุ่มน้ำเจ้าพระยา 10 จังหวัด

 

 


               ในปีที่ผ่านมา ปัญหาราคาข้าวตกต่ำได้ส่งผลกระทบไปถึงเกษตรกรเกือบทั้งประเทศ สร้างหนี้สินให้ภาคการเกษตรในวงกว้าง อีกทั้งสถานการณ์ภัยแล้งยังทำให้ผลผลิตลดลง จนชาวนาหลายพื้นที่ต้องหยุดการทำนา กระทบต่อความเป็นอยู่ของครอบครัว ต่อเนื่องถึงเศรษฐกิจทั้งประเทศ  ซึ่งหลายหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชนต่างพยายามร่วมกันหามาตรการบรรเทาความเดือดร้อนของเกษตรกร
               การประปานครหลวง (กปน.) ในฐานะรัฐวิสาหกิจในสังกัดกระทรวงมหาดไทย ซึ่งมีภารกิจในการดูแลประชาชน ได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยเหลือเกษตรกร ไม่ว่าจะเป็นการจัดพื้นที่ให้ชาวนานำข้าวสารมาจำหน่ายให้กับผู้บริโภคโดยตรง รวมทั้งรับซื้อข้าวสารจำนวน 26 ตัน เพื่อแจกให้กับผู้ใช้น้ำ ณ สำนักงานประปาสาขาด้วย และในปีนี้ กปน.ได้ยกระดับการช่วยเหลือเกษตรกรอย่างยั่งยืน ในโครงการ “เครื่องสีข้าวเพื่อชาวนา” ด้วยการจัดหาเครื่องสีข้าวให้ชาวนาในวิสาหกิจชุมชนในลุ่มน้ำเจ้าพระยา 10 จังหวัด ได้แก่ กรุงเทพมหานคร นนทบุรี ปทุมธานี พระนครศรีอยุธยา อ่างทอง สิงห์บุรี ชัยนาท สระบุรี ลพบุรี และ แพร่ เพื่อให้ชาวนาสามารถนำข้าวเปลือกมาสีได้เอง หรือนำมาขายให้ผู้บริโภคได้โดยตรงโดยไม่ต้องผ่านพ่อค้าคนกลาง

 

 

กปน. สนับสนุน'เครื่องสีข้าวชุมชน'เพื่อชาวนายั่งยืน

 


               นายธนศักดิ์ วัฒนฐานะ ผู้ว่าการ กปน. กล่าวว่า นอกจากภารกิจจัดหาน้ำสะอาดให้ประชาชนแล้ว กปน. ยังมุ่งมั่นสร้างสุขให้สังคมอย่างรอบด้านสมกับที่ กปน. ได้บริการประชาชนมาถึงปีที่ 50 โดยโครงการดังกล่าว เป็นการคืนกำไรสู่สังคม ช่วยเหลือชาวนาที่ได้รับความเดือดร้อน เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่ทรงห่วงใยชาวนาไทยมาโดยตลอด รวมทั้งสนองตอบมาตรการช่วยเหลือเกษตรกรของรัฐบาล ตลอดจนเป็นการช่วยให้ชาวนาสามารถพึ่งพาตนเองได้

 

 

กปน. สนับสนุน'เครื่องสีข้าวชุมชน'เพื่อชาวนายั่งยืน

 


               นายสุรัตน์ สงวนทรัพย์ ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่ 1 จังหวัดชัยนาท เผยว่า ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา น้ำในเขื่อนภูมิพลและเขื่อนสิริกิติ์ซึ่งเป็นเขื่อนหลักที่ผันน้ำมาใช้ทำนามีปริมาณน้ำอยู่น้อยกว่าค่าเฉลี่ยมาก แม้ปีนี้จะพอมีน้ำบ้าง แต่รัฐบาลก็สนับสนุนให้เกษตรกรทำนาในปริมาณที่จำกัด เนื่องจากปัจจุบัน ข้าวที่อยู่ในตลาดมีปริมาณมากเกินความต้องการของตลาดโลก ส่งผลให้ข้าวมีราคาตกต่ำ ชาวนาในพื้นที่ขายข้าวเปลือกได้ในราคาไม่เกิน 8,000 บาทต่อตัน แต่หากชาวนาสามารถสีข้าวได้เอง ก็จะเพิ่มมูลค่าได้ถึงเท่าตัว
               ส่วนชาวนาที่ได้รับเครื่องสีข้าวในครั้งนี้เป็นชาวนาที่อยู่ในกลุ่มวิสาหกิจชุมชน ซึ่งเป็นการรวมตัวของเกษตรกรเพื่อให้ความช่วยเหลือซึ่งกันและกัน โดยแต่ละกลุ่มจะมีคณะกรรมการกำกับดูแล ทั้งเรื่องบำรุงรักษาและการใช้ประโยชน์ร่วมกัน ทำให้กลุ่มฯ สามารถแปรรูปจากข้าวเปลือกเป็นข้าวสาร และขายด้วยตัวเอง เพื่อสร้างรายได้ให้กับชุมชน

 

 

กปน. สนับสนุน'เครื่องสีข้าวชุมชน'เพื่อชาวนายั่งยืน

 


               สำหรับเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบโดยตรง นายบุญชู วงศ์อนุ ประธานกลุ่มข้าวชุมชน ต.โคกสะอาด อ.หนองแค จ.สระบุรี เล่าให้ฟังว่า ที่ผ่านมาประสบปัญหาข้าวราคาตกต่ำมาก จากปกติตันละ 7,200-7,500 บาท แต่ในช่วงราคาตก เหลือเพียงราคาตันละ 6,500 บาท ประกอบกับที่ผ่านมาเกษตรกรในพื้นที่ยังมีวิถีการทำนาแบบเดิมซึ่งมีต้นทุนสูง เพราะต้องพึ่งพาสารเคมี แต่ปัจจุบันได้ปรับเปลี่ยนมาใช้สารอินทรีย์ช่วยบำรุงดินทำให้ข้าวแข็งแรงขึ้น ลดการใช้ยาฆ่าแมลง และยิ่ง กปน. สนับสนุนเครื่องสีข้าวชุมชน ก็จะยิ่งลดต้นทุนลงไปได้อีก  เป็นประโยชน์ต่อสมาชิกกลุ่มข้าวชุมชนฯ ทั้ง 60 คนอย่างมาก

 

 

กปน. สนับสนุน'เครื่องสีข้าวชุมชน'เพื่อชาวนายั่งยืน

 


               นายบุญช่วย เต็มร้อ ชาวนาจาก จ.นนทบุรี อธิบายว่า ปัญหาใหญ่สำหรับชุมชนก็คือ ผลผลิตตกต่ำ ซึ่งเกิดจากน้ำเค็มหนุน เพราะน้ำเหนือไม่ดันลงมา ข้าวจึงได้รับความเสียหาย นอกจากนี้ยังมีปัญหาราคาข้าวเหลือแค่ตันละ 5,000 - 6,000 บาท แต่ถ้ามีเครื่องสีข้าวก็จะช่วยบรรเทาปัญหานี้ได้ เพราะชาวบ้านสามารถสีข้าวขายเอง ไม่ต้องผ่านโรงสี ส่วนผู้บริโภคก็จะได้ซื้อข้าวในราคาที่ไม่สูงมากด้วย

 

 

กปน. สนับสนุน'เครื่องสีข้าวชุมชน'เพื่อชาวนายั่งยืน

 


               ขณะที่ นางนิศากร ภูนาหลวง ประธานกลุ่มเกษตรกรโพธิ์งาม จ.ชัยนาท กล่าวถึงวิธีการแก้ปัญหาข้าวราคาตกว่า เกษตรกรในพื้นที่ใกล้กันได้รวมตัวกันเป็นกลุ่มนาแปลงใหญ่ สามารถจ้างรถมาไถในครั้งเดียวกัน และทำให้มีผลผลิตพอจะต่อรองราคากับพ่อค้าคนกลางได้ โดยทำข้อตกลงกับโรงสีให้ราคารับซื้อเพิ่มจากการปกติอีกตันละ 200 บาท ทั้งนี้ การได้รับเครื่องสีข้าวจากโครงการนี้มีประโยชน์มาก เพราะปกติเกษตรกรจะเก็บข้าวไว้กินเอง แต่ระยะทางจากหมู่บ้านไปโรงสีห่างกันหลายกิโลเมตร เครื่องสีข้าวนี้จะช่วยให้เกษตรกรลดค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันได้
               เสียงสะท้อนจากทุกๆ ฝ่าย ทำให้ กปน. มุ่งมั่นดูแลประชาชนให้ดียิ่งขึ้น เพราะ กปน. เชื่อว่า องค์กรที่ดำเนินกิจการด้วยความรับผิดชอบต่อสังคม จะสร้างประโยชน์แก่ทั้งองค์กรและผู้รับ และทำให้สังคมเติบโตไปพร้อมกัน