
"อาจารย์สหกิจ"ทั้งวิจัย-สอน35ชม./สัปดาห์
พลันที่ นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ลงนามในประกาศกระทรวงศึกษาธิการว่าด้วยกรอบมาตรฐานคุณวุฒิระดับอุดมศึกษาแห่งชาติ เมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม 2552 ที่ทุกมหาวิทยาลัยจะต้องดำเนินการให้เสร็จภายในปี 2557 ปรากฏว่าถัดจากนั้นไม่กี่วัน "ผศ
กรอบมาตรฐานคุณวุฒิมหาวิทยาลัยราชภัฏธนบุรี (มรภ.ธนบุรี) ณ วันนี้ "ผศ.ลักขณา บรรพกาญจน์" อธิการบดี ยืนยันเสียงหนักแน่นว่า "ทุกอย่างเสร็จเรียบร้อยแล้ว เพราะมีการเตรียมล่วงหน้าเอาไว้แล้ว ซึ่งหัวใจของกรอบมาตรฐานคุณวุฒิ มรภ.ธนบุรี เน้น "คุณภาพ"ในทุกๆ เรื่อง เมื่อมีครูคุณภาพหรือมีคณาจารย์ที่มีคุณภาพ ก็จะส่งผลให้การผลิตบัณฑิตมีคุณภาพด้วย
"มรภ.ธนบุรี จะใช้กรอบมาตรฐานคุณวุฒิในทุกสาขาวิชาตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2553 เฉพาะอาจารย์จะต้องมีภาระงานทั้งหมด 35 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ ภาระงานร้อยละ 45 อาจารย์ต้องสอนอย่างน้อย 2 รายวิชา หากวิชาละ 3 หน่วยกิตก็ 9 ภาระงาน เตรียมสอน สอน ตรวจงานได้ 9 ภาระงาน 2 วิชาเท่ากับ 18 ภาระงาน ที่เหลืออาจารย์ต้องทำวิจัยบริหารวิชาการ ทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรม เมื่อสิ้นปี ก็รายงานสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา(สกอ.) ว่าเราทำเกณฑ์ได้ครบถ้วนหรือไม่" ผศ.ลักขณา ระบุ
ตั้งแต่ปีงบประมาณ 2553 อาจารย์มรภ.ธนบุรีทุกคน ไม่เพียงแต่สอนหนังสือควบคู่กับการทำวิจัยเท่านั้น ยังต้องลงมือฝึกปฏิบัติในสายงานที่ต้องนำความรู้มาสอนแก่ลูกศิษย์ เช่นอาจารย์ที่สอนท่องเที่ยวการโรงแรม ก็ต้องย้อนกลับไปฝึกปฏิบัติในหน่วยงาน หรือบริษัท หรือโรงแรมที่อาจารย์เคยฝึกปฏิบัติก่อนที่จะสำเร็จการศึกษา
"อาจารย์ต้องมีผลงานทางวิชาการ ต้องเกาะติดความเคลื่อนไหวทางวิชาการ เพื่อพัฒนาการเรียนการสอน อาจารย์ต้องย้อนกลับไปลงมือปฏิบัติควบคู่กับการศึกษาวิจัยเพิ่มเติม รูปแบบคล้ายสหกิจศึกษา แต่นี่คืออาจารย์สหกิจ อาจารย์อาจจะต้องอยู่ที่โรงงาน ที่บริษัทเป็นสัปดาห์หรือเป็นเดือน อาจารย์ต้องค้นคว้าหาความรู้ใหม่ๆ ที่ทันสมัยมากขึ้น อีกทั้งคุณวุฒิขั้นต่ำของอาจารย์ผู้สอนต้องจบปริญญาโท"
เพื่อให้ "คุณภาพการศึกษา" เกิด ผศ.ลักขณาจะปรับเปลี่ยนบทบาทหน้าที่ของอาจารย์ที่ทำงานสายธุรการ ให้มาทำหน้าที่อยู่ในสาย "สนับสนุนการสอน" แทน เวลาสอนอาจาร์ยต้องเน้น "ผู้เรียนเป็นสำคัญ" ต้องจัดกิจกรรมการเรียนการสอนอย่างเข้มข้น
วิศวกรรมศาสตร์ แขนงไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิก วิทยาเขตสมุทรปราการ เป็นหลักสูตรใหม่ที่จะเกิดขึ้นตามกรอบมาตรฐานคุณวุฒิ เปิดรับนักศึกษารุ่นแรกจำนวน 30 คน ในปีการศึกษา 2553 นับเป็นหลักสูตรที่เชิญผู้ผลิต ผู้ใช้ นักวิชาการ มาร่วมร่างหลักสูตร ที่กำหนดชัดให้นักศึกษาทุกชั้นปีต้องฝึกงานในบริษัทที่มรภ.ธนบุรี มีเครือข่าย ส่วนหลักสูตรเก่าที่มีอยู่แล้วก็จะปรับให้มีความทันสมัยมากขึ้น
เฉพาะหลักสูตรวิศวกรรมศาสตร์ ที่วิทยาเขตสมุทรปราการ ผศ.ลักขณา บอกว่า "ไม่ได้ทำกำไร แต่เปิดหลักสูตรนี้ขึ้นมาเพื่อรองรับการพัฒนาจังหวัดสมุทรปราการ บอกได้เลยว่าไม่ได้ทำกำไร ไม่มีที่ไหนเก็บค่าหน่วยกิตถูกแบบนี้ ภาคปกติทฤษฎีเก็บค่าหน่วยกิตเพียง 100 บาท ภาคปฏิบัติเก็บ 150 บาท ภาคพิเศษทฤษฎีเก็บหน่วยกิตละ 200 บาท ส่วนปฏิบัติเก็บ 300 บาท เพื่อให้ทุกคนที่อยากเรียนจะได้เรียนอย่างมีคุณภาพ
"ดิฉันบอกเด็กให้มาเรียนที่นี่ เมื่อเรียนจบให้กลับไปสู่สังคม เป็นคนของ พระราชา คำว่า ราชภัฏ คือคนของพระราชา เราได้นามพระราชทานจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ดิฉันพูดเสมอว่าขอให้สำนึกในข้าแผ่นดิน เน้นยำตลอด ท่านจ่ายค่าเล่าเรียนได้เงินผ่านรัฐบาลมาช่วยทุกอย่างให้ได้เรียน ให้มีจิตสำนึก ราชภัฏเป็นมหาวิทยาลัยของพระราชา ใครจะทำให้เสียชื่อเสียงไม่ได้"
มรภ.ธนบุรี ไม่เพียงแต่คุมเข้มมาตรฐานอาจารย์เท่านั้น ในส่วนของนักศึกษาที่ ผศ.ลักขณา มักจะพูดติดปากอยู่เสมอว่า นักศึกษาทุกคนเป็น "ลูกศิษย์" คนที่มาเป็นอาจารย์ต้องรักและปรารถนาดีต่อลูกศิษย์ อยากให้ลูกศิษย์ได้ดี ดังนั้นอยากจะให้ลูกศิษย์เป็นอย่างไรอาจารย์ก็ต้องเป็นต้นแบบที่ดีให้ลูกศิษย์ด้วย
ไม่เพียงเท่านั้น ผศ.ลักขณา ยังมุ่งมั่นจะให้มหาวิทยาลัยเป็นแหล่งให้ความรู้และทักษะแก่นักศึกษา จึงจัดสภาวะแวดล้อมทางกายภาพและสังคมที่ปลอดภัย มีสุขภาวะที่ดี จากเดิมที่มุ่งเพื่อการดูแลรักษา มาเป็น "การป้องกัน" และ "สร้างเสริมสุขภาพ" แทน ผ่าน "ศูนย์สร้างเสริมสุขภาวะ" ที่ผนึกกำลังกับเครือข่าย "ราชภัฏสร้างสุข" รวม 24 สถาบัน มีสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) สนับสนุน
"ยอมรับว่าเด็กราชภัฏอยู่ในวัยรุ่น ต้องดูแลภัยเสี่ยง ควบคู่ไปกับการจัดสอนเสริมปรับพื้นฐานด้านวิชาการเพิ่ม ขณะเดียวกันจะเปิดหลักสูตร 2 ภาษา เรียนภาษาไทย-ภาษาจีน ร่วมมือกับมหาวิทยาลัยต้าลี่ ในระดับปริญญาตรี เรียนที่เมืองไทยและประเทศจีน ถ่ายโอนกันได้ ที่น่าภาคภูมิใจที่นี่มีศูนย์ฝึกอบรมและทดสอบทางวิชาการนานาชาติที่นักเรียนทุนไต้หวันต้องมาสอบ อีกทั้งอาจารย์มรภ.ธนบุรียังได้รับทุนไต้หวันจะเรียนจบปริญญาโทมาสอนที่นี่เร็วๆ นี้ด้วย"
กระนั้น งานที่ท้าทายความสามารถ ผศ.ลักขณา กำลังรออยู่ เมื่อภารกิจในการเฟ้นหา "ผู้อำนวยการโรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยราชภัฏธนบุรี" คนใหม่ยังไม่บรรลุเป้าหมาย ด้วยคุณสมบัติของ "ผอ.โรงเรียน" นั้นต้องมีประสบการณ์ในการบริหารจัดการศึกษามาไม่น้อยกว่า 3 ปี มีความรู้ความสามารถทางด้านปฐมวัย ผู้บริหารคนไหนมีคุณสมบัติเข้าขั้นรีบยื่นสมัครก่อนเปิดภาคเรียนปีการศึกษา 2553 นี้
แม้ทำงานหนักและเหน็ดเหนื่อยเพียงใด แต่เมื่อเห็นลูกศิษย์ได้ดี "ผศ.ลักขณา" ก็หายเหนื่อยเป็นปลิดทิ้ง พร้อมกับรางวัล "ครุศาสตร์เกียรติยศ" ที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มอบให้ศิษย์เก่าดีเด่น ที่เป็นผู้บริหารสูงสุดขององค์กรระดับชาติ นี่คือกำลังใจของผู้บริหารหญิง สวย เก่ง "ผศ.ลักขณา บรรพกาญจน์" อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏธนบุรี คนนี้
0 กมลทิพย์ ใบเงิน0 เรื่อง
มรภ.ธนบุรี 0ภาพ



