
สพฐ.ชงกพฐ.เกณฑ์คัดนร.ม.3เรียนต่อม.4
สพฐ.เตรียมชงเรื่องเข้า กพฐ.ออกกฎเหล็กคุมระบบคัดนร.ม.3 เรียนต่อ ม.4 ห้ามตัดเชือกเด็กโดยกำหนดเกณฑ์ผลการเรียนขั้นต่ำไว้สูงเกิน 2.5 พร้อมให้ร.ร.รับเด็กที่เก่งด้านอื่น หรือความประพฤติดีเรียนต่อด้วย ไม่ใช่เลือกรับเฉพาะเด็กเก่ง
เมื่อวันที่ 8 ก.ย.2552 คุณหญิงกษมา วรวรรณ ณ อยุธยา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน(กพฐ.) เปิดเผยภายหลังประชุมผู้บริหารสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ว่า สพฐ.เตรียมเสนอเกณฑ์คัดเลือกนักเรียนม.3 เรียนต่อ ม.4 เข้าพิจารณาในที่ประชุม กพฐ.ที่มีนายพารณ อิศรเสนา ณ อยุธยา เป็นประธาน ซึ่งเกณฑ์ใหม่นี้ถูกยกร่างขึ้น เพราะนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ(รมว.ศธ.) ไม่ต้องการให้โรงเรียนใช้คะแนนผลการเรียนมาเป็นตัวตัดเชือก หากนักเรียนรายใดมีผลการเรียนต่ำกว่าเกณฑ์ที่กำหนดไว้ จะถูกคัดออกไม่ได้เรียนต่อม.ปลายในโรงเรียนเดิม
เลขาธิการกพฐ.กล่าวอีกว่า ขณะนี้ เกณฑ์คัดเลือกนักเรียน ม.3 เรียนต่อ ม.4 นี้ยังไม่ได้ข้อยุติทุกประเด็น แต่เบื้องต้น กำหนดให้โรงเรียนที่มีชั้นเรียนในระดับม.ปลาย ไม่น้อยกว่า ม.ต้น ต้องรับนักเรียนที่จบ ม.3 ทุกคน เรียนต่อ ม.ปลาย ส่วน ร.ร.ที่มีชั้นเรียนม.ปลายน้อยกว่า ม.ต้น ทำให้จำเป็นต้องมีระบบคัดนักเรียนให้เหลือตามจำนวนที่นั่งในระดับ ม.ปลายนั้น ซึ่งที่ผ่านมา ร.ร.ส่วนใหญ่จะใช้ผลการเรียนเป็นตัวคัดกรองเบื้องต้น แต่บางร.ร.ตั้งเกณฑ์ไว้สูงเกินไป เช่น กำหนดให้นักเรียนที่มีสิทธิ์เรียนต่อ ม.ปลาย ต้องมีผลการเรียนเฉลี่ยเกิน 3.5
"ร่างเกณฑ์คัดเลือกนร.เรียนต่อม.ปลายนี้ จะห้ามไม่ให้โรงเรียนตั้งเกณฑ์ผลการเรียนขั้นต่ำไว้เกิน 2.00 หากมีความจำเป็น ร.ร.สามารถขออนุญาติสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา(สพท.) ขยับเกณฑ์สูงขึ้นได้แต่ที่สุดแล้วต้องไม่เกิน 2.5 แต่ในรายละเอียดว่า เมื่อมีเด็กที่ผมีผลการเรียนตามเกณฑ์เกินจำนวนที่รับได้ ร.ร.จะใช้วิธีคัดเลือกเด็กอย่างไรนั้น คงต้องไปหารือในที่ประชุม กพฐ.ต่อไป อาจเป็นไปได้ที่จะใช้ระบบพิจารณารับตามลำดับคะแนนผลการเรียน หรืออาจใช้วิธีสอบคัดเลือก แต่จะไม่ตัดสินโดยดูจากคะแนนโอเน็ต เพราะเกรงว่า จะส่งผลกระทบให้โรงเรียนเลือกรับเฉพาะเด็กเก่ง"คุณหญิงกษมา กล่าว
เลขาธิการกพฐ. กล่าวต่อไปว่า สพฐ.ต้องการให้ร.ร.คัดเลือกนักเรียนโดยพิจารณาความสามารถด้านอื่น ๆ ความประพฤติของนักเรียนด้วย ไม่ใช้ตัดสินที่ผลการเรียนอย่างเดีนยว เพราะฉะนั้น ในเกณฑ์ใหม่นี้ จะกำหนดให้ร.ร.รับเด็กที่ผลการเรียนไม่ถึงตามเกณฑ์ แต่ถ้าเจ้าตัวมีความสามารถโดดเด่นด้านอื่น หรือมีความประพฤติดี มีจิตอาสา ทำประโยชน์เพื่อสังคมด้วย ให้เรียนต่อ ม.4 ได้
คุณหญิงกษมา กล่าวด้วยว่า เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาวุ่นวายขึ้น สพฐ.ได้สั่งการให้ สพท.เตรียมความพร้อมไว้ล่วงหน้า จัดหาที่เรียนให้นักเรียนม.3 ทุกคนที่ถูกคัดออกจากร.ร.เดิมหรือที่ยังไม่มีที่เรียน รวมทั้งเด็กที่ไม่ต้องการเรียนต่อสายสามัญ สพท.ต้องประสานกับวิทยลัยอาชีวศึกษาในพื้นที่ หาที่เรียนรองรับให้ รวมทั้ง จะให้โรงเรียนวางระบบแนะแนวนักเรียนให้ดี เพื่อแนะนำให้เด็กเลือกเรียนต่อตามศักยภาพ พร้อมให้ทำความเข้าใจแก่ผู้ปกครองด้วย ร.ร.พยายามเน้นให้นักเรียนได้เรียนตามศักยภาพของตัวเอง



