
สั่งอย.-กองการประกอบโรคศิลปะเข้มยาเสียสาว
"วิทยา สั่ง อย.-กองการประกอบโรคศิลปะ คุมเข้ม ยาเสียสาว ด้าน อย.เผยแพทย์ 21 คน คลินิก 3 แห่งทำผิดซ้ำซาก ไม่ทำรายงานการใช้ยา หรือ ทำรายงานเท็จ สั่งพักใบอนุญาตการจำหน่าย 4 เดือน เตรียมบุกจับอีกแต่ข่าวรั่วก่อน
ที่กระทรวงสาธารณสุข เมื่อวันที่ 8 ก.ย. นายวิทยา แก้วภราดัย รมว.สาธารณสุข กล่าวถึงที่มีการร้องเรียนว่า มีคลินิกลักลอบจำหน่าย “ อัลปราโซแลม ” ให้กับวัยรุ่นซึ่งเป็นนักเรียนนักศึกษา ซึ่งยาดังกล่าวทางการแพทย์ใช้สำหรับรักษาอาการวิตกกังวลทำให้สงบ ระงับ และช่วยให้นอนหลับ จัดเป็นวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาทประเภท 4 โดยผู้ที่มีสิทธิสั่งจ่ายยาดังกล่าวต้องเป็นแพทย์ แต่วัยรุ่นกลับนำไปใช้ผิดวัตถุประสงค์ จนเป็นที่รู้จักกันในชื่อว่า “ ยาเสียสาว ” ว่า ได้สอบถามเรื่องนี้จากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) แล้วและได้กำชับให้ อย.และกองการประกอบโรคศิลปะเข้าไปตรวจสอบแล้ว หากพบว่าคลินิกหรือร้านขายยามีการกระทำความผิดจริงจะต้องดำเนินการตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด ซึ่งมีโทษทั้งจำและปรับ และถึงชั้นปิดคลินิก โรงพยาบาล หรือร้านขายยาที่กระทำผิดกฎหมายไปเลย
ด้าน นพ.พิพัฒน์ ยิ่งเสรี เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) กล่าวว่า อัลปราโซแลมเป็นวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาทประเภท 4 อนุญาตให้ร้านขายยาจำหน่ายได้แต่ต้องมีใบสั่งแพทย์ แต่ก็มีร้านขายยาน้อยมากที่นำยานี้ไปจำหน่าย เพราะหากกระทำผิดกฎหมายเภสัชกรจะมีความผิดถึงขั้นถูกเพิกถอนใบอนุญาตจากสภาเภสัชกรรม ดังนั้นที่ผ่านมายานี้จึงใช้มากใน คลินิก และโรงพยาบาลเท่านั้น ปีละหลายบ้านเม็ด
“เพื่อป้องกันและควบคุมการใช้ยาดังกล่าวไปในทางที่ไม่ถูกต้อง อย.จึงได้ให้คลินิก และโรงพยาบาล ทำบัญชีการใช้ยาทุกปี แต่ที่ผ่านมาก็มีคลินิกจำนวน 3 แห่งที่กระทำความผิดซ้ำซาก ๆ คือ คลินิกย่านคลองเตย สุขุมวิท และพัฒนาการ โดยพบว่า มีการใช้ยาจำนวนมาก และไม่ได้ทำรายงานการใช้ยา หรือลงบัญชีซ้ำ ๆ ซึ่งได้มีการพักใช้ใบอนุญาตการจ่ายยาที่เป็นวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาทเป็นเวลา 4 เดือน ครบกำหนดเมื่อเดือน มิ.ย. ที่ผ่านมา และได้รับใบอนุญาตให้จำหน่ายยาดังกล่าวได้ใหม่ ซึ่งทาง อย.ได้ประสานกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจและกองการประกอบโรคศิลปะเตรียมเข้าไปจับกุมอีกครั้ง เพราะ มีการนำอัลปราโซแลมมตั้งตู้ขาย โดยไม่ได้ตรวจร่างกายคนไข้ก่อน แต่เนื่องจากข่าวรั่ว จึงต้องยกเลิกไป ” นพ.พิพัฒน์ กล่าว
เลขาธิการ อย.กล่าวต่อว่า ที่ผ่านมาก็มีการดำเนินคดีมาอย่างต่อเนื่อง แต่ไม่ค่อยเป็นข่าว ซึ่งนอกจากคลินิก 3 แห่ง ยังมีแพทย์ 21 ราย และบริษัทยาอีก 3 ราย ซึ่งส่วนใหญ่เป็นการไม่ทำรายงานการใช้ยา หรือ ทำรายงานอันเป็นเท็จ ซึ่งมีโทษคือ ถูกพักใบอนุญาตการจำหน่ายวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาทเป็นเวลา 4 เดือน และจะลดปริมาณการจำหน่ายของคลินิก จาก 1,000 เม็ดต่อแห่ง เหลือเพียง 100 เม็ดต่อแห่ง แต่ยังไม่มีใครถูกยึดใบอนุญาตการจำหน่ายยา ซึ่งเป็นโทษสูงสุด.



