ไลฟ์สไตล์

อุทยานสั่งปิดสำนักสงฆ์ภูไม้ฮาวแห่งแรก

อุทยานสั่งปิดสำนักสงฆ์ภูไม้ฮาวแห่งแรก

08 ก.ย. 2552

“มหาเถรสมาคม ” ร่อนหนังสืออุทยานภูผายล มีคำสั่งผลักดันสำนักสงฆ์ภูไม้ฮาวออกนอกพื้นที่ อ้างเป็นไปตามมติการการประชุมคณะกรรมการแก้ไขปัญหาชุดใหญ่ ชี้ขัดมติหลายประเด็น ทำผิดหลายคดีทั้งระเบิดถ้ำ ตัดไม้ ล่าสุดสำรวจพบสร้างกุฎิบนหน้าผารวม 14 หลัง อุทยานฯยังไม่ส

ความคืบหน้ากรณีการแก้ไขปัญหาที่พักสงฆ์ในเขตป่าอนุรักษ์ ซึ่ง ก่อนหน้านี้คณะกรรมการป้องกันและแก้ไขปัญหาพระสงฆ์ในพื้นที่ป่าไม้ ที่มี นายสุวิทย์ คุณกิตติ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่ง แวดล้อม (ทส.) เป็นประธาน มีข้อเสนอให้สำรวจ และกำหนดกติกาการใช้พื้นที่ของสำนักพักสงฆ์ที่ตั้งอยู่เขตป่าอนุรักษ์ ซึ่งก่อนหน้านี้เคยมีการสำรวจตามมติคณะรัฐมนตรีวันที่ 18 เม.ย. 2538 ไว้ ทั้งสิ้น 5 , 529 แห่ง โดยในจำ นวนนี้มี 66 แห่งที่เข้าข่ายทำผิดกฎหมายนั้น ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ล่าสุดในการประชุมมหาเถรสมาคมเมื่อปลายเดือนส.ค.ที่ผ่านมา พระพรหมเมธี ผู้แทนมหาเถรสมาคม ในคณะกรรมการป้องกันและแก้ปัญหาพระสงฆ์ในพื้นที่ป่าไม้ ได้รายงานผลการประชุมร่วมกับกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) โดยมีข้อสรุปว่าทางกรมป่าไม้ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะสรุปตัวเลขที่พักสงฆ์ในเขตป่าอนุรักษ์กันใหม่ เพราะทีผ่านมาตัวเลขเดิมนั้นยังไม่ได้ตัดวัดร้าง และวัดที่ไม่มีพระอยู่แล้วออกไป รวมทั้งจะกำหนดแนวทางและมาตรการในการใช้พื้นที่ให้ชัดเจนภายในระยะเวลา 90 วัน ส่วนสำนักสงฆ์ที่ทำผิดกฎหมายก็ให้ดำเนินการตามขั้นตอน ทั้งนี้ได้มีการรายงานความคืบหน้าการแก้ปัญหากรณีของสำนักสงฆ์ภูไม้ฮาว ในอุทยานแห่งชาติภูผายล จ.มุกดาหาร ที่เป็นสำนักสงฆ์แห่งแรกที่เข้าข่ายต้องผลักดันออกจากอุทยานฯ ทั้งนี้เมื่อวันที่ 27 ส.ค.ที่ผ่านมา ทางอุทยานภูผายล ได้ส่งหนังสือถึงพระครรชิต สุทธิจิตโต โดยเนื้อหาของหนังสืออ้างว่า อุทยานแห่งชาติภูผายล ได้รับหนังสือจากส่วนอุทยานแห่งชาติ สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 10 ส่งสำเนาหนังสือ กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช เมื่อวันที่ 27 ก.ค.ที่ผ่านมา เรื่องรายงานการประชุมคณะกรรมการป้องกันและแก้ไขปัญหาพระสงฆ์ในพื้นที่ป่าไม้ครั้งที่ 1/2552 วันศุกร์ที่ 19 มิ.ย.ที่ผ่านมา โดยมีเรื่องที่เกี่ยวข้องกับสำนักสงฆ์ไม้ฮาว ในวาระที่ 3 ข้อ 3.2 สรุปความได้ว่า ในที่ประชุมได้มีการนำเสนอกรณี ปัญหาสำนักสงฆ์ภูไม้ฮาว ไม่อยู่ในบัญชีสำรวจของคณะกรรมการฯ ระดับจังหวัด มาตั้งสำนักสงฆ์ขึ้นปี 2543 อยู่ในพื้นที่ลุ่มน้ำชั้น 1 เอ และอยู่ในพื้นที่อุทยานแห่งชาติ ซึ่งตามแนวทางแก้ไขปัญหาพระสงฆ์ในพื้นที่ป่าไม้ จัดอยู่ในมาตรการที่ต้องผลักดันออกจากพื้นที่ โดยที่ประชุมมีความเห็นให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง คือกรมอุทยานแห่งชาติฯ ไปดำเนินการให้เป็นไปตามมาตรการดังกล่าวต่อไป นอกจากนี้ ในหนังสือดังกล่าว ยังมีรายละเอียดเพิ่มเติมกรณีที่อุทยานแห่งชาติภูผายล ตรวจพบสำนักสงฆ์แห่งนี้ทำผิดกฏหมายป่าไม้จำนวน 4 คดี คือในปี 2547 มี 2 คดีเป็นความผิดเกี่ยวกับการตัดไม้ ปี 2550 มี 1 คดี เกี่ยวกับการระเบิดถ้ำ และปี 2552 จำนวน 1 คดี เป็นการกระทำผิดเกี่ยวกับการตัดไม้ สำนักสงฆ์ภูไม้ฮาว มีสิ่งก่อ สร้างอยู่บริเวณยอดเขา ท้องที่ตำบลกกตูม อำเภอดงหลวง จังหวัดมุกดาหาร สภาพพื้นที่เป็นป่าดิบเขา มีสิ่งก่อ สร้างระบบไฟฟ้า และระบบประปาภูเขา มีทางเดินลาดพื้นด้วยซีเมนต์ขึ้นไปสู่สำนักสงฆ์ ยาวประมาณ 700 เมตร มีพระสงฆ์เข้าอยู่เมื่อ พ.ศ. 2543 และเริ่มมีการสร้างสิ่งก่อสร้างขึ้นเรื่อยๆ จากการสอบถามนาย ยงยุทธ ชำนาญรบ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติภูผายล จ.มุกดาหาร เปิดเผยว่า ทางอุทยานภูผายล ได้ปฎิบัติตามหนังสือที่ออกจากกรมอุทยานแห่งชาติ มาที่สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 10 จ.อุบลราชธานี เรื่องการปฏิบัติตามมติของคณะกรรมการแก้ไขปัญหาพระสงฆ์ในพื้นที่ป่า ใน ข้อ 3.2 ให้ผลักดันออก จึงต้องแจ้งให้ทราบเป็นหนังสือ โดยส่งให้กับทางสำนักสงฆ์ภูไม้ฮาว นายอำเภอ และผวจ. มุกดาหาร ส่วนจะบังคับมีผลในทางปฏิบัติอย่างไร อำนาจสั่งการอยู่ที่ระดับนโยบาย “ ยอมรับว่าได้ทำหนังสือแจ้งให้ทางสำนักสงฆ์ภูไม้ฮาว และฝ่ายปกครองในท้องที่รับทราบมติดังกล่าวจริง เพราะขณะนี้ยังไม่มีหนังสือสั่งการฉบับอื่นๆ มานอกเหนือจากมติการประชุมครั้งแรก เมื่อวันที่ 19 มิ.ย.ที่ผ่านมาที่ระบุว่าต้องผลักดันออก จึงต้องยืนตามมตินี้ ส่วนในระดับนโยบายจะหาทางออกอย่างไรนั้นเท่าที่ทราบมีการมอบหมายให้สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 9-10 ประสานรายละเอียดว่าจะทำอย่างไรต่อไป ” นายยงยุทธ กล่าว หัวหน้าอุทยานแห่งชาติภูผายล กล่าวอีกว่า นอกจากนี้เมื่อวันที่ 1 ก.ย.ที่ผ่านมา ทางอุทยานภูผายล ก็ได้รับหนังสือจากเครือข่ายอินแปง และญาติโยมศิษยานุศิษย์ ที่คัดค้านแนวทางการผลักดันสำนักสงฆ์แห่งนี้ออกจากพื้นที่ โดยมีการทำข้อเสนอมาหลายประเด็น เช่น ขอให้สำนักสงฆ์ทำกิจของสงฆ์ อย่าผลักดันออก ระงับการปลูกสิ่งก่อสร้าง และปัญหาการระเบิดถ้ำเป็นไปตามกฎหมาย เป็นต้น ทั้งนี้ยังมีการระบุว่าหากอุทยานยังจดำเนิน การต่อไปก็จะมีการร่วมกันปกป้องจนถึงที่สุดด้วย โดยหนังสือคัดค้านฉบับนี้ ตนกำลังจัดส่งให้กับผู้บริหารกรมอุทยานฯ รับทราบข้อมูลด้วย ด้านนายเกษมสันต์ จิณณวาโส อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช กล่าวว่า มีความเป็นไปได้ว่าหนังสือสั่งการที่ออกไปก่อนหน้านี้ อาจจะล่าช้ากว่าจะไปถึงในพื้นที่ เพราะขณะนี้นายสุวิทย์ มีนโยบายให้กรมป่าไม้ หาแนวทางร่วมกับพระเพื่อกำหนดกติกาที่จะให้สำนักสงฆ์อยู่ในป่าได้ และบางแห่งอาจกันพื้นที่ออกให้ได้ ดังนั้นจึงต้องรอความชัดเจนอีกครั้ง ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ล่าสุดทางอุทยานภูผายล ได้สำรวจสิ่งปลูกสร้างภายในพื้นที่ของสำนักสงฆ์ภูไม้ ฮาว พบ มีกุฎิ รวม 14 หลังกระจายตามแนวหน้าผา และเพิงถ้ำในจุดที่สามารถมองเห็นวิวได้ชัดเจน นอกจากนี้ ยังมีศาลา โรงครัว โรงฉันน้ำร้อน ห้องน้ำญาติโยม 12 ห้อง ห้องน้ำพระ 13 ห้อง ห้องซักรีด ลานเดินจงกรม รวมทั้งยังมีอุปกรณ์อำนวยความสะดวกอื่นๆ เช่น เครื่องซักผ้า เครื่องออกกำลังกาย ติดตั้งจานรับสัญ ญาณดาว เทียม เป็นต้น ทั้งนี้สำนักสงฆ์ ตั้งห่างจากที่ทำการอุทยาน ประมาณ 8 กม. โดยทางขึ้นมีการปรับทางเดินที่เป็นหินก่อสร้างเป็นบันไดซีเมนต์ลัดเลาะขึ้นไปเกือบ 3 กม. ทั้งนี้อุทยานภูผายล ยอมรับว่ายังไม่สามารถประเมินพื้นที่ของสำนักสงฆ์ที่มีการขยายพื้นที่ออกไปได้ และคงจะต้องเร่งรังวัดพื้นที่โดยเร็ว