
สุ่มตรวจพบยาแผนปัจจุบันปนปลอมในอาหารอื้อ!!!
กรมวิทย์สุ่มตรวจพบยาแผนปัจจุบัน 6 กลุุ่ม 14 ชนิดตัวยาปนปลอมในอาหาร ทั้งกาแฟสำเร็จ เครื่องดื่ม ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเจอเพียบ แพทย์เตือนอันตรายถึงตาย
นพ.สุขุม กาญจนพิมาย อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กล่าวว่า ระหว่างปี พ.ศ.2556–2559กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา(อย.) และหน่วยงานต่างๆ ในการเฝ้าระวังการใช้ยาแผนปัจจุบันในอาหาร จำนวน 6 กลุ่ม 14 ชนิดตัวยา ได้แก่ 1.กลุ่มยารักษาโรคหย่อนสมรรถภาพทางเพศ คือ ซิลเดนาฟิล,ทาดาลาฟิลและวาร์เดนาฟิล 2.กลุ่มยาลดความอ้วน เอฟีดรีน,ออลิสแตท,เฟนเทอร์มีนและไซบูทรามีน 3.กลุ่มยาลดความอยากอาหาร เฟนฟลูรามีน 4.กลุ่มยาระบาย ฟีนอล์ฟทาลีน 5.กลุ่มยาสเตียรอยด์ เดกซาเมธาโซนและเพรดนิโซโลน และ6.กลุ่มยานอนหลับเบนโซไดอะซีปีนส์ อัลปราโซแลม,ไดอะซีแพมและลอราซีแพม ในตัวอย่างกาแฟสำเร็จรูปชนิดผง ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร เครื่องดื่ม และวัตถุดิบที่เป็นส่วนประกอบของผลิตภัณฑ์อาหาร รวมทั้งสิ้น 1,603 ตัวอย่าง
ผลการตรวจวิเคราะห์ พบว่า กาแฟสำเร็จรูปชนิดผง จำนวน 462 ตัวอย่าง จำแนกเป็น กลุ่มยารักษาโรคหย่อนสมรรถภาพทางเพศ ตรวจวิเคราะห์130ตัวอย่าง พบซิลเดนาฟิล33ตัวอย่าง ทาดาลาฟิล1 ตัวอย่าง คิดเป็น ร้อยละ26.2 กลุ่มยาลดความอ้วน ตรวจวิเคราะห์ 344 ตัวอย่าง พบไซบูทรามีน47ตัวอย่าง คิดเป็น ร้อยละ13.7 กลุ่มยานอนหลับเบนโซไดอะซีปีนส์ ตรวจวิเคระห์ 183 ตัวอย่าง พบลอราซีแพม1ตัวอย่าง คิดเป็นร้อยละ0.5)
ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารจำนวน1,034ตัวอย่าง จำแนกเป็น กลุ่มยารักษาโรคหย่อนสมรรถภาพทางเพศ ตรวจวิเคราะห์ 287 ตัวอย่าง พบซิลเดนาฟิล 86ตั วอย่างทาดาลาฟิล 6 ตัวอย่างซิลเดนาฟิลร่วมกับทาดาลาฟิล 24 ตัวอย่าง และซิลเดนาฟิลร่วมกับวาร์เดนาฟิล7ตัวอย่าง รวม 123 ตัวอย่าง ร้อยละ 42.9 กลุ่มยาลดความอ้วนตรวจวิเคราะห์ 187 ตัวอย่าง พบออลิสแตท 22 ตัวอย่าง ร้อยละ11.8 และตรวจวิเคราะห์ 849 ตัวอย่าง พบไซบูทรามีน 163 ตัวอย่าง ร้อยละ19.2
กลุ่มยาลดความอยากอาหาร ตรวจวิเคราะห์ 245 ตัวอย่าง พบเฟนฟลูรามีน1ตัวอย่าง ร้อยละ0.4 กลุ่มยาระบาย พบฟีนอล์ฟทาลีน 1 จาก 245 ตัวอย่าง ร้อยละ0.4กลุ่มยาสเตียรอยด์ ตรวจวิเคราะห์ 103 ตัวอย่าง พบเดกซาเมธาโซน 2 ตัวอย่าง ร้อยละ1.9 และมีผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่ตรวจพบว่า มียาแผนปัจจุบัน 2 กลุ่ม จำนวน 3 ตัวอย่าง ได้แก่ ไซบูทรามีนร่วมกับทาดาลาฟิล 1 ตัวอย่าง และไซบูทรามีนร่วมกับฟีนอล์ฟทาลีน 2 ตัวอย่าง และยากลุ่มเดียวกัน 2 ชนิด ได้แก่ไซบูทรามีนร่วมกับออลิสแตท 3 ตัวอย่าง
เครื่องดื่ม เช่น โกโก้ผง เครื่องดื่มผงผสมคอลลาเจน เครื่องดื่มคลอโรฟิลล์ เครื่องดื่มสมุนไพร เป็นต้น จำนวน 66 ตัวอย่าง จำแนกเป็นกลุ่มยาสเตียรอยด์ ตรวจวิเคราะห์ 41 ตัวอย่าง พบเดกซาเมธาโซน6 ตัวอย่าง ร้อยละ14.6 และอาหารอื่นๆ ได้แก่ ชาสมุนไพรข้าวกล้องงอก และวัตถุดิบที่เป็นส่วนประกอบของผลิตภัณฑ์อาหาร เช่น สารให้กลิ่นรส น้ำตาลมอลโตส สารโคคิวเท็น เป็นต้น จำนวน41ตัวอย่าง จำแนกเป็นกลุ่มยาลดความอ้วน ตรวจวิเคราะห์ 9 ตัวอย่าง พบออลิสแตท1ตัวอย่าง คิดเป็น ร้อยละ11.1
“ผู้บริโภคจึงมีความเสี่ยงที่จะได้รับอันตรายจากผลข้างเคียงของยาที่พบทั้งชนิดเดียวและพบร่วมกัน 2 ชนิด โดยยารักษาโรคหย่อนสมรรถภาพทางเพศอาจก่อให้เกิดปัญหาเกี่ยวกับระบบหลอดเลือดและหัวใจ เช่น มีอาการหัวใจวาย เส้นโลหิตในสมองแตก หัวใจเต้นผิดปกติ เลือดออกในสมองหรือปอด ความดันโลหิตสูง และเสียชีวิตเฉียบพลันไซบูทรามีนทำให้มีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจวายและเส้นโลหิตในสมองแตก ส่วนออลิสแตทอาจส่งผลให้เกิดอาการข้างเคียงไม่พึงประสงค์ เช่น มีปัญหาเกี่ยวกับระบบขับถ่าย ไม่สามารถกลั้นอุจจาระและขาดสารอาหาร เป็นต้น” นพ.สุขุมกล่าว
นพ.สุขุม กล่าวอีกว่า การดูแลรักษาสุขภาพที่เหมาะสมควรทำด้วยการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ 3-5 ครั้งต่อสัปดาห์ ครั้งละอย่างน้อย 30 นาที และปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการรับประทานอาหาร งดหวาน มัน เค็ม นอกจากนี้อาหารที่มีการปนปลอม ยาแผนปัจจุบันจัดเป็นอาหารไม่บริสุทธิ์และเป็นสิ่งที่ผิดกฎหมายอาจก่อให้เกิดอันตรายต่อร่างกายและทำให้เสียชีวิตได้ ดังนั้นหากผู้บริโภคสนใจจะใช้อาหารเสริมดังกล่าว จำเป็นต้องมีความรู้และใช้วิจารณญาณในการเลือกซื้อ เลือกผลิตภัณฑ์จากแหล่งที่เชื่อถือได้ มีคำรับรองจาก อย. และไม่หลงเชื่อคำโฆษณาอวดอ้างสรรพคุณเกินจริง หากมีอาการผิดปกติให้หยุดรับประทานผลิตภัณฑ์เหล่านี้ รีบไปพบแพทย์ทันทีและแจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อดำเนินการต่อไป



