
สธ.หนุนฝังเข็มรักษาโรคออกกฎคุมมาตรฐาน
สธ.หนุน ฝังเข็ม รักษาโรค ออกกฎคุมมาตรฐาน แพทย์จีน เริ่มใช้ 21 ต.ค.
ที่โรงแรมนารายณ์ เมื่อวันที่ 7 ก.ย. นายมานิต นพอมรบดี รมช.สาธารณสุข เป็นประธานเปิดประชุมวิชาการการแพทย์ไทย-จีน ครั้งที่ 3 “ การรักษาโรคที่เป็นปัญหาสาธารณสุขด้วยศาสตร์การฝังเข็ม ” โดย นายมานิตกล่าวว่า การฝังเข็ม ซึ่งใช้ในประเทศจีนมากว่า 2,000 ปี เป็นที่ยอมรับกันทั่วโลกว่าสามารถนำมารักษาโรคต่าง ๆ จำนวนมาก กระทรวงสาธารณสุข มีนโยบายสนับสนุนการฝังเข็มมาใช้ร่วมกับการรักษาแผนปัจจุบัน เนื่องจากต้นทุนในการรักษาต่ำ ใช้เพียงเข็มและอุปกรณ์อื่นอีกเล็กน้อย สะดวก รักษาได้ทุกที่ และช่วยลดการนำเข้ายาจากต่างประเทศ
ขณะนี้มี รพ.รัฐและเอกชนเปิดให้บริการฝังเข็มแล้วใน 50 จังหวัด ทั้งนี้องค์การอนามัยโลกให้การยอมรับศาสตร์การฝังเข็มว่าสามารถใช้รักษาโรคต่าง ๆ ที่มีผลงานวิจัยรองรับ 28 โรค เช่น อาการปวดเข่า ปวดหลัง ปวดต้นคอ ปวดข้อ ไมเกรน ภาวะซึมเศร้า โรคหลอดเลือดสมอง และกำลังทำการศึกษาวิจัยการใช้การฝังเข็มรักษาโรคอื่นๆเพิ่มอีกเกือบ 100 โรค เช่น การรักษาสิว อาการปวดจากมะเร็ง โรคนิ่วในถุงน้ำดี การมีบุตรยากในสตรี โรคเสื่อมสมรรถภาพทางเพศในชาย โรคเก๊าท์ โรคไขมันในเลือดสูง โรคอ้วน การติดบุหรี่ ติดยาเสพติด โรคต่อมลูกหมากเรื้อรัง ซึ่งหากสำเร็จจะเป็นประโยชน์ในการแก้ปัญหาการเจ็บป่วยของประชาชนได้มาก
นายมานิต กล่าวต่อว่า ขณะนี้ได้มีการออกกฎหมายกำหนดให้ การแพทย์แผนจีนเป็นสาขาการประกอบโรคศิลปะสาขาที่ 9 ตาม พ.ร.บ.ประกอบโรคศิลปะ พ.ศ. 2542 ซึ่งประกอบด้วยการนวดแผนจีน การฝังเข็มและการจับชีพจรและรักษาด้วยสมุนไพรหรือที่รู้จักกันว่า “ หมอแมะ ” ลงประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 22 ก.ค.2552 และจะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 21 ต.ค.2552 เป็นต้นไป ผู้ที่ประกอบวิชาชีพทุกคนจะต้องมีความรู้และสอบใบประกอบโรคศิลปะตามหลักเกณฑ์
รศ.พญ.วัณณศรี สินธุภัค คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า จากการศึกษาผลการรักษาริ้วรอยบนใบหน้าด้วยวิธีฝังเข็มในอาสาสมัครอายุ 35-60 ปี จำนวน 30 คน พบว่า การฝังเข็มที่รอยย่น รอยตีนกา บริเวณหางตา บริเวณระหว่างหัวคิ้ว 2 ข้าง และหน้าผาก ติดต่อกันเป็นเวลา 5 สัปดาห์ ๆละ 2 ครั้ง ๆ ละ 15-30 นาที พบว่า สามารถลดริ้วรอยลงได้ แต่ในสัปดาห์ที่ 8-12 ริ้วรอยที่ลดลงนั้นเริ่มกลับมาอีก ดังนั้นชี้ให้เห็นว่า การฝังเข็มสามารถลดริ้วรอยลงได้ก็จริง แต่ไม่ถาวร ซึ่งริ้วรอยบนใบหน้านั้นเกิดจากอายุที่มากขึ้น รวมทั้งการตากแดด สูบบุหรี่ หัวเราะมากจนเกินไปหรือยิ้มมากจนเกินไป อย่างไรก็ตามในกรณีที่ริ้วรอยเป็นมานาน ลึกมาก เป็นกล้ามเนื้อ เช่น บริเวณแก้ม คงจะไม่สามารถลดริ้วรอยลงได้



