
ค่านิยมไทย ทำคนป่วย "โรคคลั่งผอม"
จิตแพทย์ชี้ ค่านิยมสังคมไทย สนใจรูปลักษณ์ภายนอก ทำเด็กเป็นโรคคลั่งผอม
พญ.อัมพร เบญจพลพิทักษ์ ผอ.สถาบันราชานุกูล กล่าวว่า โรคคลั่งผอมเป็นโรคทางจิตเวชที่พบได้ไม่มากเลยไม่ได้มีการเก็บสถิติเอาไว้ แต่จากสถิติที่ได้จากการรักษาผู้ป่วยพบว่าเพิ่มขึ้นมากแบบที่เรียกว่าผิดสังเกต จากเดิมตรวจคนไข้ 100 คนจะเจอผู้ป่วยคลั่งผอมอยู่ 1 คน ตอนนี้ตรวจ 20 คน ก็เจอได้ 1 คน สาเหตุของโรคมีอยู่ 3 ปัจจัยคือ 1. มีความเกี่ยวข้องกับความผิดปกติทางจิตอื่นๆ เซลล์สมองและสารในสมองทำงานไม่ลงตัวกัน 2. เป็นเรื่องทางอารมณ์ จิตใจ ส่วนใหญ่เป็นเด็กในเมือง บ้านมีความพร้อม มีฐานะ ผลการเรียนดี แต่เมื่อดูลึกๆ แล้วเด็กจะมีความกดดัน เครียด มีการต่อต้านพ่อแม่อยู่ลึกๆ และ 3. สภาพสังคมที่ให้คุณค่ากับความสวยงามภายนอก ความผอม และวัตถุ เป็นปรากฏการที่กดดันเด็ก เคยมีการศึกษาในประเทศที่มีความนิยมกีฬาลีลาส บัลเล่ต์มากๆ ซึ่งกีฬาพวกนี้ต้องสวย ต้องผอมก็ทำให้เด็กของประเทศนั้นเป็นโรคคลั่งผอมจำนวนมาก
“ตอนนี้ประเทศไทยก็มีค่านิยมความงามที่เปลือกผิว รูปร่างผอม การโฆษณาในเชิงพาณิชย์ต่างๆ แฟชั่นที่เน้นใส่แล้วสวย รูปร่างดีมีผลต่อเด็กๆ วัยรุ่นทั้งนั้น การใช้ยาลดความอ้วนในประเทศไทยที่เป็นปัญหาตอนนี้ก็น่าจะมาจากสาเหตุนี้ด้วยส่วนหนึ่ง เพราะเราพบว่าเด็กที่เป็นโรคนี้มีประวัตค้นหา และใช้ยาลดความอ้วน รวมถึงยาถ่ายมาใช้ มีการล้วงคอให้อาเจียน เขาจะคิดว่าตัวเขายังอ้วนอยู่ตลอดเวลา ทั้งๆ ที่คนอื่นต่างก็มองเห็นว่าเด็กคนนี้ผอมมากแล้ว"พญ.อัมพรกล่าว
พญ.อัมพร กล่าวอีกว่า โรคนี้สามารถรักษาให้หายได้ แต่ค่อนข้างต้องใช้เวลา เพราะค่อนข้างซับซ้อน นอกจากเป็นโรคทางจิตเวชแล้ว ยังมีมีผลกระทบทางร่างกายหลายอย่างตามมา เช่นมีปัญหาเรื่องการทำงานของไต เป็นโรคขาดสารอาหาร มีผลต่อการทำงานของต่อมไทรอยด์ การทำงานของหัวใจ ขนร่วง ขนหยาบ ดังนั้นอาจจะต้องพบแพทย์หลายด้าน สิ่งสำคัญคือต้องอาศัยความเข้าใจของเด็ก และผู้ปกครองอย่างมาก ผู้ปกครองที่เห็นลูกหลานเป็นอย่างอาจจะเสียใจ ผิดหวัง แต่การแสดงความรู้สึกนี้จะยิ่งทำให้การเป็นโรคของเด็กๆ แย่ลง ดังนั้นผู้ปกครองต้องทำความเข้าใจโรค และทำตามคำแนะนำของแพทย์ด้วย



